เครื่องซีลสูญญากาศ คืออุปกรณ์ที่ช่วยดูดอากาศออกจากบรรจุภัณฑ์แล้วซีลปิดปากถุงให้สนิทด้วยความร้อน ทำให้ภายในถุงมีภาวะเป็นสูญญากาศและอากาศจากภายนอกไม่สามารถไหลกลับเข้าไปได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเสื่อมเสียของอาหารจากจุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจน เช่น ราทุกชนิด และแบคทีเรียที่ต้องการออกซิเจน จึงทำให้สามารถเก็บถนอมอาหารและเก็บรักษาสินค้าได้นานยิ่งขึ้น 

 

VCX รุ่นนี้ ราคาเพียงแค่ 1650 บาทเท่านั้น ยอดขาย เครื่องซีลสูญญากาศ รุ่นนี้ ขายดีอันดับ 1 ของ SGE เลย ด้วยคุณภาพในราคาสุดคุ้ม  เหมาะสำหรับการใช้งานในครัวเรือน และ ธุรกิจ SME ใช้งานง่าย ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ใช้งานได้กับถุงซีลลายนูน ทั้งแบบม้วนและแบบแผ่น อีกทั้งยังสามารถซีลปิดปากถุงต่างๆได้ด้วย มากกว่านั้นรุ่นนี้เป็น เครื่องซีลสูญญากาศ ที่สามารถซีลบล็อคข้าว ที่ราคาถูกที่สุดในท้องตลาด ไม่ผิดหวังแน่นอน

สเปคเครื่องซีลสูญญากาศตัวนี้

  • แรงดูดกว่า (-0.6bar)
  • แถบซีลหนา 3 มิลลิเมตร
  • ใช้งานร่วมกับ ถุงลายนูน และ ถุงจีบข้าง
  • รองรับการ ซีลบล็อคข้าว แน่นและสวยงาม
  • ปุ่ม Stop หยุดการทำงานระหว่างปฏิบัติการ
  • ฝาครอบใส จัดถุงได้ง่าย ใช้งานสะดวก
  • พกพาสะดวก ขนาดเล็กและเบาเพียง 0.92 กิโลกรัม
  • ผลิตจากวัสดุ EVA คุณภาพดี แข็งแรง มีน้ำหนัก
  • ช่องดูดสูญญากาศที่มีช่องขนาดพอเหมาะกับถุงทุกชนิด

ข้อควรระวังในการใช้ เครื่องซีลสูญญากาศ ในการเก็บรักษาอาหาร

 
  1. อาหารที่มีน้ำ เนื่องจากมันเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า แรงดูดของเครื่องนั้นมีความแรง หากเป็นอาหารที่มีน้ำ อาจจะมีน้ำไหลออกมาทำให้เลอะเทอะกับตัวเครื่องและอาจส่งผลอื่นได้ หรือควรเลือกเครื่องซีลที่รองรับการซีลของที่มีน้ำ
  2. ระวังเรื่องอาหารที่เอามาบรรจุลงถุง เนื่องจากมันมีแรงดูดที่รุนแรง หากเป็นอาหารที่มีความบางและกรอบ อาจจะแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้เมื่อถูกถูกรีดเอาอากาศออก แต่เราก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่ถาดพลาสติกหรือโฟมเข้าไปภายในเพื่อให้มันเป็นโครงสร้างป้องกัน
  3. เลือกใช้ถุงที่เหมาะสมกับงาน เนื่องจากถุงมีหลายประเภทแต่ถุงที่เหมาะกับการใช้งาน เป็นถุงพลาสติกที่ผลิตมาเพื่อใช้กับเครื่องนี้เป็นการเฉพาะ
  4. ระวังเศษอาหารชิ้นเล็กๆ หลุดเข้าไปติดค้างในช่องท่อดูดภายในเครื่อง เรื่องนี้หากว่าเรามีการวางตำแหน่งในการซีลที่ถูกกดล็อคทุกครั้งก็ไม่มีปัญหา แต่หากเผลอก็อาจเกิดปัญหาได้

ใครที่เป็นคนรุ่นใหม่ ต้องจ่ายตลาดบ่อยๆ จนบ้างครั้งเลยลืมดูเลยว่าจะทานหมดรึเปล่า ทำให้ต้องแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นจนต้องเน่าหมดก่อนแน่นอน วันนี้เราเลยตัดสินใจหาตัวช่วยยืดอายุวัตถุดิบอาหาร มาจบที่เครื่องซีลสุญญากาศตัวนี้ในราคาแค่ 1,650 บาท ราคาแค่นี้คุ้มค่าแน่นอน ในแง่การใช้งานแล้วถือว่าคุ้มค่ามากเลย เราไปดูสเปค และความน่าใช้งานของ เครื่องซีลสูญญากาศ ราคาถูกตัวนี้กันเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในช่วงที่สถานบันเทิง หรือร้านนั่งชิลปิดให้บริการ จนบางทีอยู่ที่บ้านก็น่าเบื่อเหลือเกิน หลาย ๆ คนน่าจะกำลังคิดถึงรสชาติของเครื่องดื่มสีสันสวยงามอย่าง ค็อกเทล (Cocktail) แก้วโปรดกันอยู่ วันนี้ แอดมิน เลยขอเอาใจสายดื่มด้วยการรวบรวม สูตรค็อกเทล 🥂 🍷 สุดคลาสสิกมาฝาก บอกเลยว่าเป็นสูตรที่ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ใคร ๆ ก็ทำได้ โดยแต่ละเมนูใช้ส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่าง แถมวัตถุดิบต่าง ๆ ยังสามารถนำมาเวียนใช้ผสมทำเมนูอื่น ๆ ได้ด้วย จะมีเมนูอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!

อะไรคือ ค็อกเทล มีประวัติมาจากไหน

 
ก่อนจะมาเข้าเรื่อง สูตรค็อกเทล 🍹 เรามารู้จักประวัติความเป็นมาค็อกเทลกันก่อน เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง ใช้เหล้าชนิดต่าง ๆ ผสมกัน ใส่น้ำแข็ง แล้วเขย่า และอาจใส่น้ำผลไม้หรือชิ้นผลไม้เพื่อเพิ่มสีหรือรสให้แปลก ๆ ออกไป นิยมดื่มก่อนอาหาร

ต้นกำเนิดของเครื่องดื่มค็อกเทลนั้นไม่ปรากฏชัด ส่วนการผสมเครื่องดื่มแบบนี้มีมาแต่สมัยศตวรรษที่ 14 ในประเทศฝรั่งเศส โดยใช้เบียร์ เหล้า น้ำผึ้ง เป็นหลักแล้วจึงนำมาผสมกับเหล้าที่ใส่เครื่องเทศ และมีพัฒนาการไปใช้ ไวน์ เหล้า เครื่องเทศ น้ำตาล น้ำผลไม้ผสมกัน โดยชาวฝรั่งเศสเรียกว่า “ก็อกแตล” (coquetel)
ประมาณปี พ.ศ. 2318 ถึง พ.ศ. 2326 ทหารฝรั่งเศสเดินทางไปช่วยสหรัฐอเมริกาทำสงครามกับประเทศอังกฤษ และทหารฝรั่งเศสได้ผสมเครื่องดื่มแบบนี้ดื่มกัน และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ทหารของสหรัฐอเมริกา แม้สงครามจะหยุดลงแล้วความชื่นชอบในเครื่องดื่มชนิดนี้ก็ยังคงอยู่ และแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนการเรียกขานชื่อคาดว่าเพี้ยนมาจากคำว่า “ก็อกแตล” ในภาษาฝรั่งเศส
 

สูตรค็อกเทล Orange Spritz 

 
 
แก้วนี้ดื่มได้เรื่อยๆ เพราะมีแอลกอฮอล์ไม่แรงมาก หอมกลิ่นส้ม และมีรสหวานต้นขมปลายจากเหล้าสมุนไพร บวกกับโซดาซ่าๆ ดื่มแล้วชื่นใจ

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)

ไวน์โพรเซกโก  3  ส่วน
เหล้า Aperitif เช่น  Aperol 2  ส่วน
โซดาหรือน้ำแร่ชนิดอัดก๊าซ 1  ส่วน
น้ำแข็งก้อน  4-5 ก้อน
ส้มหั่นแว่น 1-2 ชิ้น

วิธีทำ

ใส่น้ำแข็งก้อนและส้มหั่นแว่นในแก้วสำหรับเสิร์ฟ เทไวน์โพรเซกโก โซดาและเหล้า Aperitif ใส่ เสิร์ฟทันที
 

สูตรค็อกเทล ไวต์โมฮิโต

 
“ไวต์โมฮิโต” ค็อกเทลที่ทำง่ายและดื่มง่ายถูกใจทุกคน เราใช้น้ำมะพร้าวอ่อนหอมหวานเจือด้วยกะทิเล็กน้อยให้มีสีขาวเข้ากับบรรยากาศของไวต์คริสต์มาส สดชื่นด้วยกลิ่นของมะนาวและสะระแหน่

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)

ไวต์รัม (White Rum) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ใบสะระแหน่ 6-8 ใบ
น้ำมะพร้าว 1/2 ถ้วย
กะทิ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็ง 4-5 ก้อน

วิธีทำ

ผสมไวต์รัม น้ำมะนาว และน้ำตาลใส่แก้ว ใส่ใบสะระแหน่ ใช้หลังช้อนบดเบาๆ ให้เข้ากันและคนให้น้ำตาลละลาย
ใส่น้ำมะพร้าว กะทิ และน้ำแข็ง คนให้เข้ากัน เสิร์ฟ
 

Bourbon Milky 

สูตรค็อกเทลที่มีประโยชน์กับ สูตรนี้ใช้เหล้าเบอร์เบินวิสกี้ตำรับของอเมริกาผสมกับนมสดที่มีรสนุ่มมัน เติมรสหวานและหอมด้วยน้ำเชื่อมเมเปิลให้ลงตัว

ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)

เหล้าเบอร์เบิน (Bourbon) 1/4 ถ้วย
นมสดรสจืดแช่เย็น 3/4 ถ้วย
กลิ่นวานิลลา 1/4 ช้อนชา
น้ำเชื่อมเมเปิล 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำแข็งก้อน 4-5 ก้อน
อบเชยป่นเล็กน้อยและก้านอบเชยสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เทใส่แก้ว ใส่น้ำแข็ง โรยอบเชยป่น ตกแต่งด้วยก้านอบเชย
 
เป็นไงบ้างครับสูตรค็อกเทล สำหรับหลาย ๆ คนที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ สร้างรายได้เสริม แนะนำว่าให้ซื้อ เครื่องจ่ายน้ำหวาน เครื่องกดน้ำหวาน จากแบรนด์ SGE ซึ่งมี เครื่องจ่ายน้ำหวาน ทั้งแบบ 1 โถ 2 โถ 3 โถ ให้เลือกสรรค์ หลากหลายแบบ รับรองสินค้าดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ช่องเติมน้ำหวานจำนวน 2 - 4 โถ วัสดุทำจากสแตนเลสเป็นรุ่นมาตรฐาน.พร้อมบริการหลังการขายที่ประทับใจอย่างแน่นอน!!

Cr. .gourmetandcuisine.com
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันนี้คนที่รักสุขภาพต้องไม่พลาดสูตร วิธีทำน้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองสูตรโฮมเมดจัดเต็มถึง 3 แบบ ทำง่ายราคาถูก ทำดื่มเองดีกว่ารสชาติเข้มข้นไม่ใสแจ๋ว มือใหม่ก็ทำได้ไม่ยุ่งยาก

น้ำเต้าหู้ หรือนมถั่วเหลือง อีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ อุดมไปด้วยโปรตีน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโปรตีนจากถั่วเหลืองและคนที่แพ้นมวัวแล้วต้องการหานมชนิดอื่นทดแทน แถมน้ำเต้าหู้ยังย่อยง่าย ไม่มีไขมัน กินอิ่มแบบเบา ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยมี 6 สูตรวิธีทำน้ำเต้าหู้สูตรโฮมเมดมาฝาก แต่ก็ต้องไม่ธรรมดา เพราะเราจัดมาให้ถึง 6 สไตล์ได้รสชาติที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับคนอยากทำน้ำเต้าหู้ดื่มเอง ทำง่ายมาก ขอเพียงมีเวลาแช่ถั่วเหลืองเท่านั้นเอง ที่สำคัญ ส่วนผสมทุกอย่างต้นทุนยังต่ำ แต่ได้สุขภาพเต็ม ๆ คุ้มเกินคุ้ม

น้ำเต้าหู้ (Soy milk) คืออะไร?

น้ำเต้าหู้ หรือ นมถั่วเหลือง เป็นเครื่องดื่มซึ่งทำจากการบดถั่วเหลือง และนำไปต้มกรองจนเจือจางลง อาจปรุงด้วยน้ำตาลและอื่น ๆ รับประทานได้ทันที นิยมรับประทานเป็นมื้อเช้าคู่กับปาท่องโก๋ หรือทำเป็นน้ำเต้าหู้ทรงเครื่องโดยใส่สาคู ลูกเดือย ข้าวบาร์เลย์ ถั่วแดง วุ้น หรือธัญพืชชนิดอื่น ๆ ตามชอบ

ถั่วเหลืองมีโปรตีนสูง ถั่วเหลือง จึงเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ เพราะถั่วเหลืองมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกับโปรตีนจากสัตว์ ถ้าเราบริโภคถั่วเหลืองในปริมาณที่สูงพอ ร่างกายจะได้รับโปรตีนเพียงพอกับความต้องการได้

นอกจากถั่วเหลืองเป็นแหล่งไขมัน และโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ในถั่วเหลืองยังอุดมไปด้วยสารอาหารอีกมากมาย คือ คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินA, B, B1, B2, B6, B12, ไนอาซิน และวิตามิน C, D, E อีกด้วย ในเมล็ดถั่วเหลืองนั้นยังมีเลซิทิน ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มทักษะความจำ ลดไขมัน และลดโคเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย

1. น้ำเต้าหู้ธรรมดา 


วัตถุดิบ

  • ถั่วเหลืองกะเทาะเปลือก 500 กรัม 
  • น้ำสะอาด 4 ลิตร
  • น้ำตาลทราย (ตามชอบ)
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา
  • ผ้าขาวบาง

วิธีทำ 

  1. นำถั่วเหลืองมาล้างให้สะอาด โดยเลือกเมล็ดเสียและสิ่งแปลกปลอมออก 
  2. นำถั่วเหลืองมาแช่น้ำอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 10 ชั่วโมง 
  3. เมื่อแช่เสร็จให้ล้างอีกครั้ง และพักสะเด็ดน้ำไว้
  4. เทน้ำและถั่วเหลืองลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดจนหมด 
  5. นำน้ำถั่วเหลืองที่ปั่นมากรองผ้าขาวบาง บีบเอาเฉพาะน้ำ 
  6. จะได้น้ำเต้าหู้ ให้นำตั้งหม้อและต้มจนมีฟอง หมั่นคนเรื่อย ๆ 
  7. เติมเกลือและน้ำตาลทรายได้ตามใจชอบ แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว 

2. น้ำเต้าหู้งาดำ


 

วัตถุดิบ

  • ถั่วเหลืองกะเทาะเปลือก 500 กรัม 
  • งาดำ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสะอาด 4 ลิตร
  • น้ำตาลทราย (ตามชอบ)
  • ผ้าขาวบาง

วิธีทำ 

  1. นำถั่วเหลืองมาล้างให้สะอาด และนำถั่วเหลือมาแช่น้ำอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 10 ชั่วโมง 
  2. เมื่อแช่เสร็จให้ล้างอีกครั้ง และพักสะเด็ดน้ำไว้
  3. นำงาดำมาคั่วจนแห้งและมีกลิ่นหอม และพักไว้
  4. เทน้ำถั่วเหลืองและงาดำลงในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียดจนหมด และกรองผ้าขาวบาง
  5. จะได้น้ำเต้าหู้งาดำ ให้นำตั้งหม้อและต้มจนมีฟอง หมั่นคนเรื่อย ๆ 
  6. เติมน้ำตาลทรายได้ตามใจชอบ เป็นอันเสร็จ

น้ำเต้าหู้ฟักทอง

ฟักทอง
รูปจาก shopee.co.th/blog

 

 

วัตถุดิบ

  • ถั่วเหลืองกะเทาะเปลือก 500 กรัม 
  • ฟักทองปอกเปลือก 2 ถ้วย
  • น้ำสะอาด 4 ลิตร
  • น้ำตาลทราย (ตามชอบ)

วิธีทำ 

  1. นำถั่วเหลืองมาล้างให้สะอาด และนำถั่วเหลืองมาแช่น้ำอย่างน้อย 5 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 10 ชั่วโมง
  2. เมื่อแช่เสร็จให้ล้างอีกครั้ง สะเด็ดน้ำพักไว้
  3. ต้มฟักทองให้สุกและนุ่ม และให้นำไปปั่นกับน้ำถั่วเหลืองในเครื่องปั่น 
  4. นำน้ำเต้าหู้มาต้มในหม้อให้เดือด เติมน้ำตาลได้ตามใจชอบ 
  5. สูตรน้ำเต้าหู้ทั้ง 5 สูตรนี้มีวิธีทำที่คล้าย ๆ กันต่างกันแค่นิดหน่อย หรือใครจะครีเอตวิธีทำน้ำเต้าหู้แบบใหม่ ๆ สามารถคอมเมนต์มาบอกกันได้ เผื่อจะเอาไปทำตามบ้าง เอาล่ะรู้สูตรน้ำเต้าหู้ไปกันแล้ว มาดูกันหน่อยว่าประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ที่คุณจะได้รับมีอะไรบ้าง 

เคล็ดลับ ทำน้ำเต้าหู้ ให้ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว
เคล็ดลับการทำให้น้ำเต้าหู้หอมมัน และไม่เหม็นเขียว คือ การใส่ถั่วลิสง ลงไปในน้ำเต้าหู้ของเรานั่นเอง เพราะในตัวถั่วลิสง จะมีความหอมมันเฉพาะตัวอยู่ เมื่อใส่ลงไปในน้ำเต้าหู้แล้ว น้ำเต้าหู้จะมีกลิ่นหอม และช่วยลดกลิ่นเหม็นเขียวถั่วเหลืองลงไปได้ ถึงแม้ว่าจะปล่อยให้น้ำเต้าหู้เย็นแล้วก็ตาม

แนะนำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ จาก SGE ตัวช่วยที่จะทำให้การทำน้ำเต้าหู้ ของคุณนั้นง่ายขึ้น เพราะที่ SGE นั้นมี เครื่องทำน้ำเต้าหู้ รุ่น ครัวเรือน และ รุ่นอุตสาหกรรมให้เลือกมากมาย เครื่องทำน้ำเต้าหู้ สามารถแยกกาก แยกน้ำ ได้ละเอียดไม่เสียเวลา ไม่ต้องออกแรงยกไปมา เพียงแค่คอยใส่ถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียวก็ได้ น้ำเต้าหู้ที่มีคุณภาพได้ตามที่ต้องการ

น้ำเต้าหู้ มีประโยชน์แค่ไหน และวิธีการทำน้ำเต้าหู้ดื่มเองก็สามารถเลือกใส่ส่วนผสมอื่น ๆ ที่ถูกใจลงไปได้ ทำให้เราได้เมนูน้ำเต้าหู้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น แบบนี้ก็รีบออกไปซื้อถั่วเหลืองมาติดบ้านไว้สักถุงเลย แล้วลองมาทำทานกันดู แถมถ้าทำอร่อย ทำขายก็ได้กำไร

 

 

 

ช่วงนี้ไปไหนใครๆ ก็ใช้หม้อทอดกันทั้งนั้น ด้วยกระแสที่มีดารา หรือ Youtuber มากมายรีวิว ทำให้กระแสการทำอาหารด้วยหม้อทอดมาแรงมาก  ด้วยประโยชน์ของหม้อทอดนั้นไม่ต้องใช้แก๊ส ทำอาหารได้ง่ายๆ สามารถต้องอุณหภูมิได้หลากหลาย และคงที่ ทำให้ผลลัพธ์คือ อาหารที่มีความกรอบ นุ่ม มีรสสัมผัสที่สดใหม่ ด้วยความที่มันสามารถรักษาอุณหภูมิได้คงที่ สีของอาหารที่ได้ก็จะออกมาสวย วันนี้แอดมินขอพาไปทำอาหาร สามชั้นทอดหมาล่า ที่ทำจากหม้อทอดกัน ดูซิว่าจะมีเทคนิควิธีการอะไรไหม ตามมาดูเลยจ้า

 

ส่วนผสม สามชั้นทอดหมาล่า

  • สามชั้น 450 กรัม แล่เอาหนังออก เหลือประมาณ 400 กรัม
  • ผงหม่าล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเย็นจัด 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ สามชั้นทอดหมาล่า

1. หยิบกะละมังมาใบนึง ใส่ผงหมาล่า ซีอิ๊ว น้ำมันงา แป้งทอดกรอบ น้ำเย็นจัดลงไป แล้วคนให้เข้ากันค่ะ

2. ใส่หมูสามชั้นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกที หมักไว้ 1 ชม. นะคะ

3. จากนั้นเอาไปทอดในหม้อทอดไร้น้ำมัน อุณหภูมิ 180 องศา เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ

4. พอสุกก็เอาออกมาหั่นเป็นชิ้น กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อย กินกับข้าวเหนียวก็แซ่บบค่า

หน้าแรกหม้อทอดไร้น้ำมัน 


ใครที่กำลังหา หม้อทอด ดีๆ หม้อทอดไฟฟ้า คุณภาพ แนะนำ หม้อทอดไฟฟ้า SGE รุ่นครัวเรือน มาลองใช้งานก่อน ราคาแค่ 1000 ต้นๆ  สามารถทำอุณหภูมิได้ถึง 190 องศา ราคาแค่นี้แต่เครื่องไม่ได้ง่อยๆ นะ มีระบบเซ็นเซอร์ตัดการทำงาน เมื่ออุณหภูมิทำงานเกิน หรือแม้กระทั้งเราเปิด หม้อทอด ไฟฟ้า ทิ้งไว้จนน้ำมันแห้งก็จะมีระบบ Safety ตัดการทำงาน 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับ เมนู สามชั้นทอดหมาล่า ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับใครที่อยู่บ้านแล้วเบื่อ ๆ ก็ลองไปทำตามกันดูได้เลยนะคะ รับรองว่าอร่อยถูกใจ ทำทานเองก็ดีหรือจะทำไปแบ่งเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ก็ได้ เรียกได้ว่าอร่อยกันถ้วนหน้าแถมยังไม่ต้องกลัวอ้วนอีกด้วย เพราะมันไม่มีน้ำมันมากวนใจด้วยนะครับ สำหรับใครที่ชอบบทความนี้รบกวนแชร์ด้วยครับ หรือใครที่ชอบเมนูไหนเป็นพิเศษ อยากแบ่งปัน ก็สามารถคอมเมนต์บอกกันได้นะครับ

 

Cr. ครัวบ้านพิมพ์

 

ขนมหวาน ไม่ว่าจะมื้อไหนๆ สิ่งที่คนไทยขาดไม่ได้เลย ของว่างที่ถูกรังสรรค์ออกมาเป็นเมนูน่ากินมากมาย ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย ใช้วัตถุดิบที่หาซื้อได้ในท้องถิ่นมาทำเป็นเมนูขนมหวานสุดอร่อย แอดมินขอแนะนำสูตรเมนูหวานน่ากินๆ ที่ได้รับความนิยม เหมาะสำหรับทำกินเองและนำไปทำขายหารายได้เพิ่ม!

เคล็ดลับวิธีทำขนมหวานขาย
หากคิดจะทำขนมหวานขาย อันดับแรกต้องสำรวจตลาดก่อนว่าในย่านนั้นมีขนมอะไรขายอยู่แล้วบ้าง เพื่อเฟ้นหาเมนูที่จะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ใส่ใจเรื่องการใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ ขั้นตอนการทำต้องสะอาดถูกหลักอนามัย หรือจะลองใช้ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ก็ได้ เช่น ตั้งชื่อเมนูให้น่าสนใจ เพิ่มรสชาติแปลกๆ ปรับเปลี่ยนภาชนะรูปแบบบรรจุ ปล่อยโปรโมชั่นลดราคา ฯลฯ เคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและดึงดูดใจกลุ่มผู้บริโภค

 

ไอศกรีมกะทิ สูตรโบราณ

“ไอศกรีมกะทิ สูตรโบราณ” สูตรนี้จะเน้นที่ใช้วัตถุดิบน้อย ทำกินกันในครอบครัวง่ายๆ ไอติมสูตรนี้มี เนื้อสัมผัสที่เข้าข้น หวานมัน กลิ่นกะทิโชยมาแต่ไกล ต้องลองทำกันเลยจร้า

วัตถุดิบ
กะทิอร่อยดี 500 มล. , น้ำตาลทราย 100 กรัม , เกลือ 1/2 ช้อนชา , แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ. , กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา ,ถั่วลิสงคั่ว , เครื่องเคียงตามชอบ >>> ถั่วแดง,ลูกเดือย,ลูกชิด,ข้าวโพด

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวโพดมาละลายผสมกับกะทิบางส่วน ใช้ตะกร้อตี หรือ เครื่องตีแป้ง ตีจนแป้งข้าวโพดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน

2. ตั้งหม้อใช้ไฟกลาง ใส่กะทิ เกลือ น้ำตาลทราย กลิ่นวนิลา เคียวด้วยไฟกลางจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มหนืดตัว

3.ปรับเป็นใช้ไฟอ่อน ใส่แป้งข้าวโพดที่ได้ละลายไว้แล้วในข้อ1คนจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มเดือดเล็กน้อย
ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น

4.เทใส่กล่องหรือภาชนะอื่น ปิดฝา นำไปแช่เย็น ประมาณฟรีซ 3-4 ชั่วโมง

*** ขั้นตอนนี้ หากต้องการทำ ไอศกรีมกะทิ ไข่แข็ง ให้ใช้ไข่เป็ด 2 ฟอง และแยกเอาแต่ไข่แดง เทลงบนตัวไอศกรีม พร้อมคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
5.นำออกจากช่องฟรีซ และนำมาให้ ไอศกรีมกะทิ เนียนละเอียด นำออกมาใส่กล่องแช่ฟรีซไว้ 1 คืน

6.ตักเครื่องเคียงพร้อมเสิร์ฟคู่กับ ไอติมกะทิสด โรยด้วยถั่วลิสงคั่ว และนมข้นจืดคาร์เนชั่น


ไอติมกะทิโบราณ สูตร หม้อใบเดียว


สูตรนี้มาจากช่อง Youtube บ้านอาชีพกู๋เล็ก เป็นสูตรที่เซอรไพรซ์มากเนื่องจากใช้แค่หม้อใบเดียว ไม่ต้องใช้ไม้ตี และแทบไม่ใช้อุปกรณ์อย่างอื่นเลย

วัตถุดิบ
หัวกะทิ ยี่ห้อ Ampawa 500 กรัม , แป้งข้าวโพด 25 กรัม , น้ำตาลทราย 120 กรัม , ผงแป้งหอม 1/2 ช้อนชา , เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
1. เทกะทิใส่หม้อ แป้งข้าวโพด ผงแป้งหอม เกลือ น้ำตาลทราย ค่อยๆ คนให้ส่วนผสมละลายเข้าด้วยกัน

2.นำไปตั้งไฟ เคี่ยวด้วยไฟกลาง จนเริ่มเดือด ตักขึ้นใส่กล่องพลาสติกปิดฝา แช่ฟรีซ 3-4 ชั่วโมง

3.นำออกมาจากตู้เย็น ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่ว และกวนส่วนผสมใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นค่อยๆ เกลี่ยไอศกรีม ให้เข้าที่เท่าๆกัน จนสวยงาม และนำเข้าแช่ฟรีซอีกครั้ง โดยทิ้งไว้ 1 คืน

4. นำออกจากช่องฟรีซ ทานคู่กับเครื่องเคียงผลไม้ ถั่วลิสงคั่ว ราดด้วยนมข้นจืดคาร์เนชั่น
**** หากทานไม่หมดสามารถฟรีซเก็บไว้ทานได้อีก 3-4 วัน

 

 

 


ไอศกรีมกะทิ สูตรเพื่อสุขภาพ


 

สำหรับใครที่ควบคุมอาหาร หรือกำลังลดน้ำหนัก แต่ไม่สามารถอดทนต้อความเย้ายวนความหวานมันของไอศครีมกะทิได้ เรามีสูตรเพื่อสุขภาพไม่ใช้แป้งหรือน้ำตาลมาให้ลองทำกันดู

วัตถุดิบ
กะทิ 300 มล. , นมจืด 1/3 ถ้วยตวง น้ำตาลอิริทริทอล 1/3 ถ้วยตวง , เกลือป่น 1/8 ช้อนชา , กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา , เครื่องเคียง ธัญพืชต่างๆ


เคล็ดลับ : เราสามารถเพิ่มความน่ากินของขนมหวานด้วยการใช้ เครื่องทำบิงซู ไปปั่นกับน้ำแข็ง ทำน้ำแข็งปุยนุ่น  ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ และความเย็นสดชื่นให้แก่ของหวานของเราได้อีกด้วย

วิธีทำ
1.เทส่วนผสมทุกอย่างลงในชามผสม คนให้เข้ากัน
2.เคี่ยวบนไฟกลาง จนเดือด
3.เทใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เกลี่ยเท่าๆ ให้เสมอกัน นำเข้าแช่แข็งอีกประมาณ 3-4 ชม. หรือจนกว่าเนื้อไอศครีมแข็งพอที่จะสกู๊ปได้
4.นำไอติมออกมา รอให้เริ่มละลาย แล้วปั่นในเครื่องปั่นจนเป็นเนื้อเนียน
5. เทใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เกลี่ยเท่าๆ ให้เสมอกัน นำไปแช่แข็งทิ้งไว้ 1 คืน
6. เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงธัญพืช เช่น แป๊ะก๊วย ถั่วอัลมอนด์ หรือผลไม้ตามชอบ


จบไปแล้วกับเมนูขนมหวาน ทำได้ง่ายๆ เหมาะสำหรับคนหารายได้เสริม หรือทำเป็นอาชีพขายก็น่าสนใจนะครับ ยิ่งถ้าได้ห่อกับแพ็กเกจสวย ๆ ยิ่งมำให้ขนมหวานของเราเพิ่มมูลค่าได้อีกเยอะนอกจากมีหน้าร้านแล้ว ลองหาช่องทางเดลิเวลี่ก็เป็นก็ยิ่งขายดียิ่งขึ้นไปอีก