ถ้าให้นึกถึงสูตรเค้กยอดนิยม 2021 คุณจะนึกถึงอะไร ? สำหรับสายสุขภาพคงนึกถึงอะไรไม่ได้นอกจาก เค้กฟักทอง ใครอยากได้สูตรเค้กฟักทองง่าย ๆ และอร่อย ทำกินก็ดี ทำแจกก็ได้ แอดมินขอนำเสนอวิธีทำเมนูเค้กฟักทองยอดนิยม สำหรับสายสุขภาพ ต้องชอบแน่นอน  มาลงมือทำกันเลย คุณได้กินก่อนใครเพื่อน ไม่ต้องง้อร้าน

 

ส่วนผสม

1.ส่วนคาราเมล

  • ผงวุ้น 2 ช้อนชา
  • กะทิ 120 cc
  • เนยน้ำมันรำข้าว 50 กรัม
  • น้ำตาล 50 เปอร์เซ็นต์แคลอรี่ 60 กรัม
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำเสาวรส 200 cc

2.ส่วนแป้งเค้ก

  • กะทิ 240 ซีซี
  • น้ำมันรำข้าว 180 cc
  • น้ำตาลทรายแดง 150 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • เกลือ ครึ่งช้อนชา
  • แป้งเค้ก 250 กรัม
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • อบเชยป่น 1 ช้อนชา
  • ฟักทอง 300 กรัม
  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแล้ว 100 กรัม
ขั้นตอน
  1. เตรียมอุปกรณ์เปิดเตาอบไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส
  2. ทำแป้งเค้กก่อนโดย
  3. ผสมน้ำตาลทราย น้ำมันลงในชามคนให้เข้ากัน ใส่กะทิ วานิลลา เกลือคนให้เข้ากัน จนเป็นเนื้อเดียวกัน
  4. ปั่นเม็ดมะม่วงหิมพานต์จนละเอียด
  5. ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดา อบเชยป่นลงไป ใส่ฟักทอง เม็ดมะม่วงลงไปในของเหลวคนให้เข้ากัน
  6. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ อบด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 35 นาที สุกออกมาใส่ตะแกรงพักไว้
  7. ทำซอสเสาวรส โดยนำส่วนผสมทั้งหมด ยกเว้นน้ำมันรำข้าว ตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง คนจนเดือด ปิดไฟ จากนั้นใส่น้ำมันรำข้าวคนให้เข้ากัน รอเย็นจึงนำไปเทหน้าขนม
  8. นำเข้าตู้เย็น 1 ชั่วโมงจะนำออกมารับประทานได้ค่ะ

 

Cr. cookpad.com/th/users/27493617

 

สามารถดูสูตร เค้กฟักทอง ได้ที่ sgethai.com

วันนี้จะมาพูดถึง เมนูลูกชิ้น ที่ใครๆอยากได้สูตรอาหารทำขาย โดยเฉพาะอาชีพที่ไม่ต้องง้อกระแสแต่ยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูอาหารอื่ๆ ไม่ว่าจะเป็นยำลูกชิ้นหรือลูกชิ้นย่าง ลูกชิ้นปิ้งก็กำไรงาม วันนี้ แอดมิน ขอนำเสนอวิธีทำเมนู ลูกชิ้น ทำขาย เช่น ลูกชิ้นทอด ขนมจีนน้ำยาไก่กะทิลูกชิ้น ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น แกงเขียวหวานลูกชิ้น เป็นต้น มาเริ่นกันเลยดีกว่า! ออกไปซื้อวัตถุดิบทำ เมนูลูกชิ้น แล้วฝึกทำเป็นอาชีพเสริมกันได้เลย

เกี่ยวกับลูกชิ้น
โดยทั่วไป ลูกชิ้น มักใช้แป้งเติมในส่วนผสมเป็นตัวช่วยประสาน ซึ่งจะให้คุณค่าทางโภชนาการแต่ไม่มีประโยชน์ในเชิงสุขภาพ ลูกชิ้นหมูเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหารน้อย ดังนั้นควรเลือกซื้อลูกชิ้นที่มีคุณภาพ การเลือกลูกชิ้นที่เสริมใยอาหารในลูกชิ้นหมู จึงเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อสุขภาพ มีลูกชิ้นที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากใยอาหารจะช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี

 

ยำขนมจีน

 

ถ้าเบื่อยำลูกชิ้นเพียว ๆ ก็ใส่ขนมจีนและเครื่องเคราลงไปสิคะ สูตรจาก คุณเนินน้ำ สูตรนี้ใส่ขนมจีนเคล้ากับอาหารทะเลและไส้กรอก ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ลูกชิ้น ชิมรสแซ่บตามชอบ

ส่วนผสม ยำขนมจีน

     • ขนมจีน
     • กุ้งสด
     • ปลาหมึกสด
     • ไส้กรอกหมู
     • ลูกชิ้นปลา
     • พริกขี้หนู
     • น้ำมะนาว
     • น้ำปลา
     • น้ำตาลทราย
     • แครอท
     • มะเขือเทศ
     • หอมใหญ่
     • ผักขึ้นฉ่าย
     • ผักกาดหอม

วิธีทำยำขนมจีน

     1. ลวกกุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้น และไส้กรอก เตรียมไว้
     2. นึ่งขนมจีนให้ร้อน เตรียมไว้ (เราชอบขนมจีนแป้งหมักมากกว่าแป้งสด เพราะนุ่มเหนียวอร่อยกว่า โดยเฉพาะเส้นเล็ก ๆ แบบนี้)
     3. ทำน้ำยำ โดยใส่น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย และพริกขี้หนู คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
     4. ใส่กุ้ง ปลาหมึก ลูกชิ้น และไส้กรอกที่ลวกไว้ คนผสมให้เข้ากัน
     5. ใส่ขนมจีนคนผสมให้เข้ากัน
     6. ใส่แครอท หอมใหญ่ มะเขือเทศ และขึ้นฉ่ายคนผสมให้เข้ากัน
     7. ตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม พร้อมเสิร์ฟ

 

ผัดเส้นหมี่รวมมิตร



 

ใครไม่ชอบก๋วยเตี๋ยวน้ำก็มาทำก๋วยเตี๋ยวแห้งกันเลย ขอนำเสนอผัดเส้นหมี่รวมมิตร สูตรจาก คุณนางสาวเซาะกราว สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาพร้อมวิธีทำลูกชิ้นหมูโฮมเมด ผัดกับเส้นหมี่และเครื่องเคราอื่น ๆ รสชาติเผ็ดโดนใจ

ส่วนผสม ลูกชิ้นหมู

     • แป้งข้าวโพดหรือแป้งมัน 3 ช้อนโต๊ะ
     • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 5 ช้อนโต๊ะ
     • เกลือป่น 1 ช้อนชาพูน ๆ
     • พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
     • ผงชูรส 1 ช้อนชา (ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่)
     • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำเย็นจัด 1+1/2 ถ้วย
     • เนื้อหมูบดติดมัน 700 กรัม (หรือเนื้อสัตว์อื่นตามชอบ)
     • กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ผัดเส้นหมี่รวมมิตร

     • เส้นหมี่
     • ผักตามชอบ
     • ไข่ไก่
     • ถั่วงอก
     • ต้นหอมหั่นท่อน
     • พริกชี้ฟ้าสีแดง
     • กระเทียม

วิธีทำผัดเส้นหมี่รวมมิตร

     1. ทำลูกชิ้นหมู โดยผสมแป้งข้าวโพด แป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือป่น พริกไทยป่น น้ำตาลทราย ผงชูรส และผงฟูเข้าด้วยกันในอ่างผสม เทน้ำเย็นลงไป คนผสมให้ทุกอย่างเข้ากัน
     2. ใส่เนื้อหมูบดลงไป ตีผสมด้วยเครื่องให้เข้ากันจนส่วนผสมเหนียวและเข้ากันดี (ถ้าไม่มีเครื่องก็ใช้มือนวดจนเหนียวและทุกอย่างเข้ากันดี ประมาณ 10 นาที) นำไปแช่ตู้เย็น
     3. ใส่น้ำลงในหม้อหรือกระทะ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด บีบส่วนผสมลูกชิ้นเป็นลูกใส่ลงไปในน้ำร้อน
     4. วิธีบีบลูกชิ้น ให้ใช้มือตักเนื้อมากำไว้หลวม ๆ นิ้วชี้และนิ้วโป้งทำเป็นรูเล็ก ๆ เพื่อให้เนื้อที่บีบลอดออกมาแล้วกำมือให้แน่นขึ้น พอเนื้อลอดออกมาใช้ช้อนตักใส่ในกระทะ เมื่อลูกชิ้นสุกก็จะลอยขึ้น จากนั้นตักขึ้นแช่ไว้ในน้ำเย็นจัดทันที
     5. ทำผัดเส้นหมี่รวมมิตร โดยเจียวกระเทียมกับพริกชี้ฟ้าพอหอม ใส่ลูกชิ้นลงไป ตอกไข่ไก่ลงพอสุก ใส่เส้นหมี่ลงไปผัดพอเข้ากัน ใส่ผักตามชอบ ลงไปผัดพอผักสลด ใส่ต้นหอมลงไป ผัดจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ตักใส่จาน 

 

ลูกชิ้นกุ้งสูตรแต้จิ๋ว

 

 

เมนูลูกชิ้นกุ้งสูตรแต้จิ๋ว สูตรจาก คุณมหาชะนี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่กุ้งผสมกับหมูสามชั้น เติมแป้งและเครื่องปรุงต่าง ๆ พอนึ่งจนสุกก็เอาไปทอดสีสวย
 

ส่วนผสม ลูกชิ้นกุ้ง
• กุ้ง 600 กรัม
• ไขมันเปลว หรือหมูสามชั้น 500 กรัม
• แป้งสาลีอเนกประสงค์
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• แป้งมัน
• แป้งหมี่ หรือแป้งว่าว
• แป้งมัน เล็กน้อย
• ไข่
• ต้นหอม (สับละเอียด)
• เกลือ
• พริกไทย
• เหล้าจีน
• น้ำตาลทราย
• ซอสปรุงรส
• ผงชูรสหรือผงปรุงรส (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)


วิธีทำลูกชิ้นกุ้ง
1. ลอกหนังหมูออกจากหมูสามชั้น จากนั้นนำหมูไปสับให้ละเอียด
2. สับกุ้งหยาบ ๆ แล้วนำใส่ไปในหมูสามชั้นที่สับแล้ว ใครจะใส่น้ำแข็งให้เอาครกตำแล้วนวดให้ผิวเนียน ใส่แป้งหมี่ (หรือแป้งว่าว) แป้งมันเล็กน้อย ไข่ และต้นหอมสับละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย เหล้าจีน น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส และผงชูรสหรือผงปรุงรส นวดให้เข้ากัน
3. ปั้นเป็นก้อน ๆ นำไปวางเรียงบนซึ้ง นึ่งจนสุก นำไปผึ่งให้หายร้อนแล้วก็นำลงไปทอด

 

สำหรับใครที่อยากทำลูกชิ้นขาย อยากควบคุมวัตถุดิบ และคุณภาพเอง แนะนำให้ซื้อ เครื่องทำลูกชิ้นหรือ เครื่องสับผสม ใช้เอง เพราะ เครื่องทำลูกชิ้น ให้กำลังการผลิตมากถึง 300 ก.ก./ช.ม. ช่วยประหยัดเวลา สะอาด ปลอดภัย ลูกชิ้นที่ได้ออกมาน่ากิน เป็นการเพิ่มมูลค่าให้ลูกชิ้นของเราได้อีกด้วย

 

วิดิโอที่เกี่ยวข้อง เครื่องสับผสม

 

 

 

การดองอาหารเป็นหนึ่งในวิธีถนอมอาหารที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งจุลินทรีย์ที่ได้จากการหมักดองจะช่วยยืดอายุของอาหารชนิดนั้น ๆ ดังนั้นการนำเอาขิงอ่อนมาดองไว้ ก็จะทำให้เราได้กินขิงอ่อนไปได้อีกยาว ๆ และในขิงดองยังมีโปรไบโอติกส์ที่ดีต่อลำไส้ ช่วยในการย่อยอาหาร ล้างสารพิษในลำไส้ ช่วยในการขับถ่าย นอกจากนั้นเรายังจะได้สรรพคุณของขิงอ่อนอีก ซึ่งประโยชน์ของขิงอ่อนก็มีดังนี้

 

รู้จักกับการ แปรรูปอาหาร กันก่อน 

การใช้ความร้อนทำลายจุลินทรีย์ และเอนไซม์ การใช้ความร้อนเพื่อทำลายเอนไซม์และจุลินทรีย์ในอาหาร สามารถแบ่งตามระดับความร้อนที่ใช้ในกระบวนการแปรรูปได้ 2 วิธี คือ การใช้ความร้อนสูงเรียกว่า การสตอริไลส์(sterilization) ความร้อนที่ใช้สูงถึง 121 องศาเซลเซียส และมีระยะเวลานานพอที่จะทำลายจุลินทรีย์ในอาหารได้หมด ตัวอย่างเช่น อาหารประเภทเนื้อสัตว์บรรจุดกระป๋อง ผักในน้ำเกลือบรรจุกระป๋อง เป็นต้น ส่วนการใช้ความร้อนต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำเรียกว่า การพาสเจอไรส์(pasteurization) ซึ่งทำลายจุลินทรีย์ได้เดียงบางส่วน จึงต้องมีการใช้วิธีการอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อควบคุมปริมาณจุลินทรีย์ ที่เหลือรอดไม่ให้เพิ่มจำนวนขึ้น ได้แก่ การปรับให้อาหารมีพีเอช(pH) ต่ำกว่า 4.5 (เช่น การทำน้ำผลไม้บรรจุขวด การทำผลไม้กระป๋อง) หรือการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ (เช่น นมพาสเจอไรด์ ที่ต้องแช่เย็นตลอดเวลา)

สูตรขิงดอง บำรุงร่างกาย ดีต่อลำไส้

วัตถุดิบ

  • ขิงอ่อน 1 กิโลกรัม
  • เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 4 ลูก
  • น้ำตาล 1 1/2 ถ้วยตวง
  • ภาชนะสำหรับบรรจุขิงดอง
วิธีทำ
1. นำขิงอ่อนที่เตรียมไว้มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตามขวาง
2. เทน้ำตาล น้ำมะนาว เกลือ ลงบนขิงที่หั่นไว้ จากนั้นคลุกเคล้าให้ทั่ว
3. บรรจุลงภาชนะที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จนขิงกลายเป็นสีชมพูอ่อนก็สามารถนำมารับประทานได้
ลองทำขิงดองไว้รับประทานเองก็ช่วยให้ได้กินขิงดองที่สะอาด ปลอดภัย และได้ประโยชน์จากขิงแบบเต็ม ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก
หมอชาวบ้าน, ชีวจิต, เฟซบุ๊ก สมุนไพรอภัยภูเบศร

เรื่องน่ารู้ ถุงซีลสุญญากาศ

ถุงซีลสุญญากาศ

หากเราต้องการเก็บอาหารสดให้ได้นานยิ่งขึ้น เราสามารถเก็บใน ถุงซีลสูญญากาศ และซีลด้วยเครื่องซีลสุญญากาศ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น หรือตู้แช่แข็ง ก็จะช่วยให้อาหารของคุณเก็บได้นานยิ่งขึ้นกว่าการเก็บด้วยการแช่ตู้เย็นธรรมดา 3-5 เท่า เมื่ออาหารสดอยู่ในสภาวะไร้อากาศก็จะทำให้  จะทำให้จุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจน เช่น รา (mold) หรือแบคทีเรีย ที่ต้องอาศัยออกซิเจนในการเจริญเติบโต ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ การใช้ ถุงซีลสุญญากาศ นี้ ยังช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในตู้เย็นได้อีกด้วย
 

 

ใกล้วันสำคัญของคนที่พิเศษกันแล้ว สูตรขนมนึ่ง ใกล้ๆ วันตรุษจีน หรือวันมงคลต่างๆ ขนมนึ่งเป็นอีกหนึ่งขนมมงคล และเมนูอาหารตรุษจีน ที่ขาดไม่ได้ โดยขนมนึ่ง  ขนมหวาน หรือสูตรทำเบเกอรี่ส่วนใหญ่ต้องใช้เตาอบ สำหรับเด็กหอ หรือมนุษย์คอนโดคงอด ! อย่าเพิ่งเศร้านะครับ ยังไม่หมดหนทางเสียทีเดียว บนโลกใบนี้ยังมีขนมไม่ง้อเตาอบเป็นอีกทางเลือก เอาล่ะ... ถ้าใครมีชุดนึ่งก็หยิบมาเช็ด ๆ ถู ๆ เตรียมไว้ แอดมินขอนำเสนอ สูตรขนมนึ่ง แต่ละสูตรทำง่าย ๆ  จับเอาไปนึ่ง แป๊บเดียวก็เรียบร้อย ขอให้สนุกกับการทำขนมนะครับ

ขนมชั้นใบเตย

 

มาต่อกันที่สูตรขนมนึ่งหอมกลิ่นใบเตยอย่างเมนูขนมชั้น ถ้าอยากทำเองก็ไม่ยากเลยจ้า ขอแนะนำสูตรจากคุณ RinS Cook Book (#Rinscookbook) ขนมชั้นแม้จะใช้เวลานึ่งทีละชั้น แต่ทำครั้งเดียวกินได้เป็นสิบคนเลยนะคะ คุ้มเว่อร์

ส่วนผสม ขนมชั้นใบเตย

          • น้ำตาลทราย 2 ถ้วย + 1/2 ถ้วย
          • น้ำกะทิ 4  ถ้วย
          • แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
          • แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
          • แป้งเท้ายายม่อม 1 ถ้วย + 1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
          • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
          • น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
          • ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10x10 นิ้ว หรือ 8x8 นิ้ว)

วิธีทำขนมชั้นใบเตย
           1. ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
           2. นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้
           3. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งเท้ายายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง
           4. แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
           5. ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
           6. นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

ขนมชั้นดอกกุหลาบ

ขนมชั้นทั่วไปคงไม่แนวพอมอบให้สุดที่รัก ต้องนี่เลยเมนูขนมชั้นดอกกุหลาบ อีกสูตรขนมนึ่ง จับขนมชั้นแต่ละแผ่นทำเป็นรูปดอกกุหลาบ เป็นอีกไอเดียของขวัญวันเกิด หรือของขวัญวาเลนไทน์

ส่วนผสม ขนมชั้นดอกกุหลาบ

          • หัวกะทิ 2 ถ้วย
          • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
          • แป้งเท้ายายม่อม 1/8 ถ้วย
          • แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย
          • แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วย
          • สีผสมอาหารสีแดง
          • กลิ่นมะลิ
          • น้ำมันพืช

วิธีทำขนมชั้นดอกกุหลาบ

           1. ใส่กะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟต้ม ตามด้วยน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนละลาย ปิดไฟแล้วพักทิ้งไว้ให้เย็น
           2. พอส่วนผสมกะทิเย็นแล้วให้ตักช้อนเอาหัวกะทิที่อยู่ด้านบนใส่ภาชนะเก็บไว้
           3. ผสมแป้งเท้ายายม่อม แป้งมันสำปะหลัง และแป้งข้าวเจ้าเข้าด้วยกันในอ่างผสม
           4. ค่อย ๆ เทหัวกะทิใส่ลงไปทีละน้อยสลับกับใช้มือนวดแป้ง นวดจนแป้งรวมตัวกันเป็นก้อนแล้วนวดต่ออีก ประมาณ 15 นาที
          เคล็ดลับ : นวดแป้งไปทางเดียวกันจะช่วยให้แป้งเหนียวนุ่มขึ้น
           5. เทน้ำกะทิที่เหลือใส่ลงไป ตามด้วยกลิ่นมะลิ คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นำส่วนผสมไปกรองด้วยกระชอน เตรียมไว้
           6. แบ่งส่วนผสมแป้งออกเป็น 2 ส่วน ใส่สีผสมอาหารสีแดงลงไป 1 ส่วน คนผสมสีให้เข้ากัน
           7. ทาน้ำมันพืชลงบนถาดสำหรับนึ่งขนมชั้นให้ทั่ว
          เคล็ดลับ : การทาน้ำมันพืชลงบนถาดจะช่วยทำให้แกะขนมชั้นออกจากพิมพ์ได้ง่ายขึ้น
           8. นำชุดนึ่งขึ้นตั้งไฟ รอจนน้ำเดือดพล่าน จากนั้นวางถาดสำหรับนึ่งขนมลงไปแล้วตักส่วนผสมแป้งสีชมพูใส่ลงไปในพิมพ์ทำเป็นชั้นที่ 1 ปิดฝานึ่งประมาณ 5-7 นาที
           9. พอชั้นที่ 1 สุกแล้วให้เปิดฝาแล้วตักส่วนผสมสีขาวใส่ลงไป ปิดฝานึ่งต่อ ทำสลับกันไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมแป้งหมดและเต็มพิมพ์

 

เคล็ดลับ : เวลานึ่งขนมชั้นต้องรอให้น้ำเดือด เพราะหน้าขนมชั้นจะได้ไม่เป็นคลื่น


           10. เมื่อนึ่งเสร็จแล้วนำขนมชั้นออกมาจากชุดนึ่ง พักไว้ให้เย็นลง นำขนมชั้นออกจากพิมพ์ ผ่าแบ่งครึ่งขนมชั้นตามยาวแล้วลอกขนมแต่ละชั้นออกมาเป็นแผ่น


           11. ม้วนแต่ละแผ่นเป็นดอกกุหลาบ วิธีม้วนดอกกุหลาบ คือ ให้ม้วนแผ่นขนมชั้นเข้ามา 1 ทบ พับกลีบแรกไปข้างหลัง 45 องศา แล้วจึงพับตลบขึ้นมา ทำซ้ำเรื่อย ๆ จนหมด พร้อมเสิร์ฟ

 

จบไปแล้วสำหรับ วิธีทำสูตรขนมนึ่ง บอกลา สูตร สูตรขนมนึ่ง ที่นำมาฝากกัน รับรองว่า ทำง่าย ไม่ยากแน่นอน สวยงาม และอยากให้ขั้นตอนการทำรวดเร็ว ง่ายดายขึ้นกว่าเดิมแล้วละก็ แนะนำให้ลองเข้าไปดู เครื่องผสมอาหาร เพราะเมื่อมีเจ้าเครื่องชนิดนี้ จะทำให้คุณสามารถตีหรือผสมอแป้งให้เรียบเนียน สวยงามได้ในไม่กี่นาที แถมยังใช้ทำขนมและเบเกอรี่อื่น ๆ ได้อีกมากมาย ราคาเริ่มต้นหลักร้อยถึงหลักพันเท่านั้น หากสนใจก็ลองเข้าไปดูของยี่ห้อ SGE ได้เลย 

 

 

 

เคยไหม ? เวลากัดเนื้อหมูที่ปรุงสุกเข้าปากทีไรแล้วมักจะเสียอารมณ์ทุกทีไป กินแล้วติดคอไม่อร่อยลิ้น ก็เนื้อหมูที่ว่ามีรสสัมผัสแข็งกระด้าง บางครั้งก็เหนียวมาก และไม่มีความนุ่มหอมกลมกล่อมเอาเสียเลย วันนี้ แอดมิน เลยอยากขอแนะนำหลากหลายวิธีการหมักหมูนุ่มด้วยวัตถุดิบหาง่าย ราคาย่อมเยา พร้อมเคล็ดลับต่าง ๆ ที่ทำให้เนื้อหมูนุ่ม เคี้ยวง่าย และไม่แข็ง ทุกวิธีนั้นสามารถนำไปใช้ได้จริงครับ

ก่อนอื่นเลย สิ่งแรกที่ควรต้องใส่ใจนั่นก็คือ การเลือกเนื้อหมูที่นำมาใช้หมัก ต้องเลือกเนื้อหมูที่มีสีแดงอมชมพู ลักษณะเนื้อนุ่มเป็นมัน มีความลื่น สีไม่ซีด หรือเขียวคล้ำ ไม่มีแมลงต่าง ๆ ตอม เมื่อใช้นิ้วกดลงไปต้องคืนตัวได้ดีไม่เกิดรอยบุ๋มตรงที่เรากด ถ้าเนื้อมีรอยบุ๋มแสดงว่าเป็นเนื้อหมูค้างคืน หรือจะใช้วิธีดมกลิ่นก็ได้ กลิ่นต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่แรงเกินไป และเมื่อซื้อเนื้อหมูมาแล้ว ควรล้างให้สะอาดก่อนปรุงอาหารด้วยนะครับ

 

เกร็ดความรู้ก่อนเริ่มหมักหมู

 

  • เลือกเนื้อหมู ก่อนที่จะหมักหมูนุ่ม ๆ ต้องเริ่มจากการเลือกเนื้อหมูที่สดใหม่ และถูกสุขลักษณะเสียก่อน โดยสังเกตง่าย ๆ ได้จากสีเนื้อหมูแดงอมชมพู ไม่เขียวคล้ำ ผิวสัมผัสมันลื่น มีกลิ่นคาวนิด ๆ ไม่แรงจนเกินไป และเมื่อลองกดนิ้วลงไปแล้วเนื้อจะต้องเด้งคืนตัวขึ้นมา
  • ชิ้นส่วนสำหรับหมักหมู โดยส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับเมนูหรือวิธีการปรุงสุก แต่ที่นิยมจะเป็นชิ้นส่วนประเภท สันคอ, สันนอก และสามชั้น เพราะจะให้เนื้อสัมผัสที่นุ่ม แน่น และมีความชุ่มฉ่ำเมื่อนำไปหมักกับเครื่องเทศ
  • หั่นให้ถูกวิธี แน่นอนว่าการจะหมักหมูนุ่มนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับการหั่นด้วย โดยจะต้องหั่นขวางแนวกล้ามเนื้อ หรือหากชิ้นใหญ่ให้หั่นแบ่งครึ่งก่อน
  • ระยะเวลาในการหมัก เวลาที่เหมาะสมและพอที่จะให้หมูนุ่ม รสชาติเข้าเนื้อ จะต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 30 นาที - 1 ชั่วโมง และสำหรับหมูชิ้นหนา อย่างเมนูสเต๊กหมูควรหมักทิ้งไว้สัก 1 คืนกำลังดี 

สูตรหมักหมูกระทะ

 

ประเดิมด้วย “สูตรหมักหมูกระทะ” เมนูยอดนิยมสำหรับสายตี้ ที่บอกเลยว่าการหมักหมูให้นุ่มคือเคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้เลยทีเดียว ไม่รอช้าไปดูวัตถุดิบและวิธีหมักหมูกระทะกัน~ 

วัตถุดิบหมักหมูกระทะ

  • สันคอหมู 500 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมันสำปะหลัง 1½ ช้อนโต๊ะ
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • งาขาว ตามชอบ

วิธีหมักหมูกระทะ
หั่นสันคอหมูเป็นชิ้น แล้วนำไปหมักกับ น้ำตาลปี๊บ, ซอสหอยนางรม, ซีอิ๊วขาว, พริกไทย, แป้งมันสำปะหลัง ผงฟู และงาขาว
คลุกผสมให้เข้ากัน แล้วหมักทิ้งไว้ 30 นาที

 

สูตรหมักหมูย่างเกาหลี

 

ถัดมาเอาใจอปป้าสักหน่อยกับ “สูตรหมักหมูย่างเกาหลี” เมนูที่ใครได้ชิมก็ต้องซารางเฮกันทั้งนั้น ซึ่งวิธีการหมักหมูนุ่มแบบเกาหลีจะต้องใช้วัตถุดิบและวิธีการอย่างไรบ้าง เตรียมสวมวิญญาณเป็นแดจังกึมแล้วไปลุยกันดีกว่า

วัตถุดิบหมักหมูย่างเกาหลี
สันคอหมู​ 500​ กรัม
ซีอิ๊วเกาหลี​ 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสโคชูจัง​ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา​ 1 ช้อนโต๊ะ
งาขาวคั่ว​ 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีหมักหมูย่างเกาหลี
ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดเข้าด้วยกัน จากนั้นนำสันคอหมูที่หั่นแล้วลงไปหมัก
คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที 

 

สูตรหมักหมูสามชั้นทอด

เด็กอ้วงแทบร้องกรี๊ด เพราะเรามี “สูตรหมักหมูสามชั้นทอด” มาฝากด้วยในรอบนี้ แถมสูตรนี้บอกเลยว่าหมักหมูนุ่มและหนักกรอบสะใจ ใครชิมก็ร้องว้าวแน่นอน!

วัตถุดิบหมักหมูสามชั้นทอดน้ำปลา

  • หมูสามชั้น 1 กิโลกรัม
  • น้ำปลา 7 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • แป้งทอดกรอบ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำเย็น ½ ถ้วยตวง

วิธีหมักหมูสามชั้นทอดน้ำปลา
หั่นบริเวณหนังของหมูสามชั้นให้ขาดออกจากกันเป็นช่วง ๆ เพื่อให้เวลานำไปทอดหนังจะสัมผัสกับน้ำมัน และกรอบมากขึ้น
นำหมูสามชั้นที่หั่นหนังแล้วมาหมักกับ น้ำปลา พริกไทยป่น ไข่ไก่ แป้งทอดกรอบ และน้ำเย็น คลุกนวดผสมให้เข้ากัน แล้วหมักไว้ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที 

 

Cr. wongnai.com/food-tips

 

สำหรับใครที่ทำเมนูหมูต่างๆ แนะนำให้ใช้ เครื่องสไลด์หมู การเตรียมเนื้อหมูจะไม่ยากอีกต่อไป เพียงแค่วางเนื้อหมูใส่เข้าไปในช่องสำหรับใส่เนื้อ กำหนดความหนาบางตามที่ต้องการแล้วเปิดเครื่อง ด้วยระบบออโต้ ตัวเครื่องก็จะสไลด์เนื้อหมูให้อัตโนมัติ ทำให้ได้เนื้อหมูสไลด์ที่มีขนาดเท่ากันทุกชิ้นออกมาทันที หมดปัญหาเรื่องการเตรียมวัตถุดิบไม่ทันและทุ่นแรง ประหยัดเวลาได้ดีอีกด้วย แนะนำ เครื่องสไลด์หมู ของ SGE ราคาไม่แพง มีทีมช่าง Support ด้วย