เครปเย็น ของหวานที่น่ารับประทาน สำหรับใครที่ต้องการทานอะไรเย็นชื่นใจ ซึ่งปกติ เราอาจคุ้นเคยแต่เครปแบบร้อน ซึ่งแป้งมีความบางกรอบ ใส่ไส้ต่าง ๆ อยู่ภายใน  แต่สำหรับเครปเย็นนั้น ด้วยการทอดแป้งในอุณหภูมิต่ำ ใส่วิปครีมที่ตีหรือแช่เย็นในอุณหภูมิที่เย็นจัด จะทำให้ได้รสชาติที่เหมือนกับกินไอศกรีมยังไงยังงั้น

เครปเย็น จึงกลายเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของคนชอบกินเครป และเป็นของหวานที่ขายดิบขายดีอีกอย่างหนึ่ง หากใครสนใจอยากทำเครปเย็นกินเองที่บ้าน หรืออยากได้สูตรเพื่อไปทำขาย SGE รวมสูตรการทำเครปเย็นมาให้แล้ว รับรองว่า ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน และรสชาติอร่อยสุด ๆ

 

ส่วนผสมแป้งเครปเย็น

  • แป้งเค้ก 400 กรัม
  • ไข่ไก่เบอร์ 1 = 8 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 180 กรัม
  • น้ำมันพืช 150 กรัม
  • กลิ่นวนิลาบัตเตอร์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • นมสด 800 กรัม
  • น้ำเปล่า 600 กรัม

วิธีทำแป้งเครปเย็น
ในหัวข้อนี้จะประกอบด้วย วิธีทำแป้งเครปเย็น / วิธีทอดแป้งเครปเย็น / วิธีห่อเครปเย็น / วิธีแพ็คเครปเย็น

  1. นำส่วนผสมของแห้ง (แป้งเค้ก/น้ำตาลทราย) ใส่ในชามผสม ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากันพักไว้
  2. เตรียมส่วนผสมของเหลว(น้ำมันพืช/น้ำเปล่า/นมสด) ยกเว้นไข่ไก่ ใส่ในของแห้ง คนจนแป้งไม่เป็นเม็ด
  3. ตอกไข่ใส่ชาม จากนั้นค่อย ๆ เทในส่วนผสมแป้ง คนให้เข้ากันจนเนียน แล้วนำไปกรองด้วยกะชอนตาถี่ๆ พักแป้ง 10 นาที จึงนำไปทอดได้เลย
  4. เตรียมกระทะเทฟล่อน ทาน้ำมันเล็กน้อย(ทาครั้งแรก ก่อนทอด) นำกระทะตั้งไฟกลางๆ รอกระทะร้อน คนแป้งทุกครั้งก่อนหยอด ตักแป้ง 3/4 ของกระบวยเทลงไปในกระทะ หมุนข้อมือกลิ้งแป้งให้ทั่ว ไม่ต้องกลับด้านแป้ง
  5. ให้สังเกตมีฟองอากาศผุดดันเนื้อแป้งโป่งพองคือสุกแล้ว
  6. แซะขอบแป้งออก จากนั้นคว่ำกระทะลงไปบนแผ่นอลูมิเนียมกลมรองเค้ก ทอดต่อกันจนครบ ได้ประมาณ 40 – 45 แผ่นหรือจนแป้งหมด (การทอดครั้งต่อไปถ้าเป็นกระทะเทฟล่อนไม่ต้องทาน้ำมันทุกครั้งที่ทอดแป้งค่ะ)
  7. พักแป้งเครปให้เย็นสนิทก่อนแล้วค่อยนำมาห่อไส้และวิปปิ้งครีมต่อไปค่ะ
  8. เตรียมห่อเครปเย็น และแนะนำไส้วัตถุดิบ ดังนี้ คิทแคท โอริโอ้ ฝอยทอง กล้วยหอม

แพ็คใส่ถุงแกงใช้ถุงเย็น วัดขนาดจากกล่องค่ะ ซื้อใหญ่กว่ากล่องเล็กน้อย ในคลิปถุงขนาดขนาด 4x8 นิ้ว

 

 Q&A

  1. กระทะที่ใช้ทอด เป็น เตาเครป แบบแบน ระบบไฟฟ้า หากสนใจลองดูของ SGE จะมีทั้งแบบแก๊ส และระบบไฟฟ้า 
  2. แป้งเครปเย็นที่ทอดเสร็จแล้ว ด้านที่สัมผัสกระทะจะอยู่ด้านบน (เนื่องจากเราคว่ำแผ่นแป้ง พักให้เย็นบนแผ่นอลูมิเนียมกลม) ซึ่งหากทอดไปแล้วมีสีเข้มไปบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะตอนห่อเครปเย็นด้านสีเข้มนี้จะถูกทับด้วยตัววิปปิ้งครีม/ไส้ค่ะ
  3. ดังนั้นขอทวนอีกครั้ง เวลาห่อก็ม้วนหยิบแป้งเครปเย็นมาทีละแผ่น ไม่ต้องพลิกกลับด้านอะไรแล้ว
  4. ทำครึ่งสูตรหาร 2 ปริมาณวัตถุดิบนะคะ ได้แป้งเครปประมาณ 22 – 25 แผ่น
  5. แป้งเครปเย็น คือ แป้งตัวเดียวกับที่ทำเครปเค้ก (ใช้แป้งเครปหลายๆ แผ่นวางซ้อนกันหลายๆ ชั้นนั้นเอง)
  6. เฉพาะแป้งเครปเย็นที่ทอดแล้ว อยู่ได้นานกี่วันคะ ? ไม่เกิน 24 ชม.ค่ะ ทอดแล้วควรห่อทันที
  7. แป้งทําเครปเย็น ยี่ห้อไหนดี ? (ส่วนผสมของแป้งเครปเย็น) ใช้พัดโบกหรือกิเลนแดง หรือแป้งเค้กยี่ห้ออะไรก็ได้นะค่ะ
ที่มา .zomzaa.com/blog
 

 

ท่ามกลางอากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าว สำหรับคนไทยคงนึกให้นึกถึงอะไรไปไม่ได้นอกจาก ไอศครีม เมื่อร่างกายต้องการความเย็น ที่ทำได้ดีที่สุดคือกินไอศกรีมให้สดชื่น โดยไอศกรีมนอกจากซื้อทานเองแล้ว เรายังสามารถทำเองที่บ้านได้ง่ายๆ ที่บ้าน หลายๆ คนนึกว่าการทำไอศครีมเองเป็นเรื่องที่ยาก และใช้อุปกรณ์เยอะ แต่จริงๆ แล้วสามารถทำเองได้ไม่ยากเลย  แถมยังเลือกรสชาติได้ด้วยตัวเอง  วันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์ อาทิตย์ที่จะถึงนี้ คุณยังไม่มีเมนูของหวานเย็นอยู่ในตู้เย็นเราขอแนะนำลองเอาสูตร ไอศครีม ของเราฝึกทำดูได้เลย ทำกินเองที่บ้าน อากาศร้อนๆ แบบนี้ โครต ฟิน!! บอกเลย

 

ไอศกรีมนมข้นแบบแท่ง

 

 

เริ่มกันที่วิธีทำไอศกรีมนมข้นแบบแท่ง ความพิเศษคือเนื้อไอศกรีมใส่นมสดและนมข้นหวาน เคลือบซอสช็อกโกแลต และอาจใส่ไส้แยมสตรอว์เบอร์รีตัดเลี่ยนด้วยนะคะ สูตรจาก คุณแขมร อินเตอร์ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ส่วนผสม ไอศกรีมบาร์นมข้น
(พิมพ์ไอศกรีม 7x4 เซนติเมตร ได้ประมาณ 16 แท่ง)
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำตาลทราย 20 กรัม
นมสด 95 กรัม
ไวท์ช็อกโกแลต 50 กรัม
นมข้นหวาน 140 กรัม
วิปปิ้งครีม 200 กรัม
ส่วนผสม แยมสตรอว์เบอร์รี
สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง
น้ำตาลทราย
ส่วนผสม ซอสช็อกโกแลต
ดาร์กช็อกโกแลต 300 กรัม
น้ำมันพืช 48 กรัม
ถั่วป่นชนิดไหนก็ได้


วิธีทำไอศกรีมบาร์นมข้น
     1. ทำแยมสตรอว์เบอร์รีโดยใช้สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง เติมน้ำตาลทราย ต้มให้เปื่อย และบี้ให้ละเอียด พักไว้ให้เย็น
     2. ทำเนื้อไอศกรีมเนียน ๆ ด้วยการใส่ไข่แดง เติมน้ำตาลทราย ตีให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน เติมนมสด นำไปตั้งไฟอ่อน แค่พอมีไอร้อนและน้ำตาลละลายเป็นอันใช้ได้ นำมาเทลงบนไวท์ช็อกโกแลตให้ละลายตัว ก่อนใส่นมข้นหวาน และวิปปิ้งครีม จากนั้นเทใส่ถุงเตรียมบีบ
     3. บีบไอศกรีมลงไป 1/2 ของพิมพ์ และนำเข้าช่องแข็งอย่างน้อย 30 นาที นำออกมาบีบแยมใส่ลงไปเพื่อทำไส้ และบีบเนื้อไอศกรีมปิดทับให้มิด นำไปแช่แข็งต่ออย่างน้อย 5 ชั่วโมง
     4. ทำซอสช็อกโกแลตโดยละลายดาร์กช็อกโกแลตด้วยน้ำร้อน หรือไมโครเวฟ จากนั้นเติมน้ำมันพืชลงไป คนทุกอย่างให้เข้ากันดี วันนี้ทำแบบไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิให้เอานิ้วแตะ ช็อกโกแลตต้องไม่ร้อน ไม่เช่นนั้นไอศกรีมจะละลายได้

     5. นำไอศกรีมที่แช่แข็งออกมา และจุ่มในซอสช็อกโกแลต ตัวซอสจะเคลือบและเซตตัวให้เร็วมาก สามารถคลุกกับถั่วหรือใส่ถั่วลงไปในซอสช็อกโกแลตแล้วจุ่มไอศกรีมลงไปได้

 

ไอศกรีมนมสดสไตล์ญี่ปุ่น

 

 

อร่อยถูกใจคนชอบกินไอศกรีมนมแน่นอนสำหรับวิธีทำไอศกรีมนมสดสไตล์ญี่ปุ่น ใส่ครีมสดและนมสด เพิ่มความหอมจากกลิ่นนมสดญี่ปุ่น ใช้เวลาทำประมาณครึ่งวันก็ได้กินสมใจแล้วค่ะ

 

ส่วนผสม ไอศกรีมนมสดสไตล์ญี่ปุ่น
ไข่ขาว (ไข่ไก่) 2 ฟอง
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
กลูโคส 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือ เล็กน้อย
นม 500 มิลลิลิตร
ครีมสด 250 มิลลิลิตร
กลิ่นนมสดญี่ปุ่น 1/8 ช้อนชา


วิธีทำไอศกรีมนมสดสไตล์ญี่ปุ่น
     1. ใส่น้ำตาลทราย กลูโคส เกลือ และไข่ขาว คนผสมให้น้ำตาลละลาย และไข่ขาวเนียน
     2. เติมนมสด ครีม และกลิ่นนมสด คนจนเข้ากัน เทใส่ภาชนะ เอาไปแช่แข็งประมาณ 30 นาที-1 ชั่วโมง นำออกมาคนแล้วเอาเข้าช่องแช่แข็งอีกทุก 30 นาที-1 ชั่วโมง ทำประมาณ 5 ชั่วโมงหรือจนเซตตัวดี

 

Cr. cooking.kapook.com

 

ไอศกรีมกะทิ สูตรโบราณ

 

 

ไอศกรีมกะทิ สูตรโบราณ” สูตรนี้จะเน้นที่ใช้วัตถุดิบน้อย ทำกินกันในครอบครัวง่ายๆ ไอติมสูตรนี้มี เนื้อสัมผัสที่เข้าข้น หวานมัน กลิ่นกะทิโชยมาแต่ไกล ต้องลองทำกันเลยจร้า

วัตถุดิบ
กะทิอร่อยดี 500 มล. , น้ำตาลทราย 100 กรัม , เกลือ 1/2 ช้อนชา , แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ. , กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา ,ถั่วลิสงคั่ว , เครื่องเคียงตามชอบ >>> ถั่วแดง,ลูกเดือย,ลูกชิด,ข้าวโพด

วิธีทำ
1. นำแป้งข้าวโพดมาละลายผสมกับกะทิบางส่วน ใช้ตะกร้อตี หรือ เครื่องตีแป้ง ตีจนแป้งข้าวโพดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน

2. ตั้งหม้อใช้ไฟกลาง ใส่กะทิ เกลือ น้ำตาลทราย กลิ่นวนิลา เคียวด้วยไฟกลางจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มหนืดตัว

3.ปรับเป็นใช้ไฟอ่อน ใส่แป้งข้าวโพดที่ได้ละลายไว้แล้วในข้อ1คนจนส่วนผสมทั้งหมดเริ่มเดือดเล็กน้อย
ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น

4.เทใส่กล่องหรือภาชนะอื่น ปิดฝา นำไปแช่เย็น ประมาณฟรีซ 3-4 ชั่วโมง

 

โดยสูตรไอศกรีมทั้ง 3 สูตรนี้ไม่ได้ใส่สารกันบูด ดังนั้นไอศกรีมอาจจะหมดอายุไว อยู่ได้ไม่กี่วัน ขึ้นอยู่วัตถุดิบที่ใส่เข้าไป เช่นนมหรือวิปปิ้งครีม หากเป็นสูตรที่มีแต่ผลไม้อาจจะอยู่ได้นานกว่า หากใครคิดจะทำไอศกรีมโฮมเมดแนะนำให้ทำทีละน้อยๆ ดีกว่านะ หรือหากทำเยอะๆ อาจจะใช้ ถุงเก็บความเย็น - ความร้อน เข้ามาเก็บใช้ในกับการรักษาความสด  ช่วยยืดอายุ ของไอศกรีม ให้คงความสดใหม่ ทานได้นานนยิ่งขึ้น

 

 


     

 

 

เมื่อเอ่ยถึง วาฟเฟิล นั้น ต้องบอกว่าเป็นที่ชื่นชอบทั้งเด็ก และผู้ใหญ่มาก สามารถหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไป แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน ความอร่อยอยู่ที่ไส้ของวาฟเฟิล และมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกันอย่างเช่นร้านนี้ A มีจุดเด่นที่วาฟเฟิลไส้ทะลัก ร้าน B อาจจะหอมเนย  ร้าน C อาจจะมีไส้มากมายหลากหลายไส้ ซึ่งวันนี้เราจะมาทำสูตร  วาฟเฟิลยอดฮิต แบบสไตล์โฮมเมดกรอบนุ่มใน พร้อมสูตรแป้งง่าย ทำตามได้ไม่กี่ขั้นตอน

วาฟเฟิลฮ่องกง

สูตรนี้ใช้เครื่องทำวาฟเฟิลฮ่องกง ใครอยากเติมเครื่องเคราลงไปก็ตามชอบ หรือจะกินแค่แป้งอย่างเดียวก็อร่อยจ้า
 
ส่วนผสม วาฟเฟิลฮ่องกง

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 230 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม 55 กรัม
  • ใส่ผงฟู 20 กรัม 
  • น้ำตาลทราย 130 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง 
  • น้ำมันรำข้าว 50 กรัม
  • นมสด 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย (หรือน้ำปูนใส)
  • วานิลลา 1 ช้อนกินข้าว
  • เนยละลาย 90 กรัม
  • น้ำมันพืช (สำหรับทาพิมพ์)


วิธีทำวาฟเฟิลฮ่องกง

  1. ใส่แป้งสาลีกับแป้งเท้ายายม่อมลงในอ่างผสม ใส่ผงฟูลงไป เติมน้ำตาลทราย ผสมพอเข้ากัน เตรียมไว้
  2. ใส่ไข่ไก่กับน้ำมันรำข้าว เทนมสดลงไป ตีผสมให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่าลงไป (ถ้าเป็นน้ำปูนใสจะดียิ่งขึ้น คือกรอบนาน) ใส่กลิ่นวานิลลาลงไป ค่อย ๆ ใส่ส่วนผสมแป้งลงไป ตีผสมให้เข้ากันดี สุดท้ายใส่เนยละลายลงไป ตีผสมให้เข้ากัน
  3. ใช้แปรงจุ่มน้ำมันทาให้ทั่วเตาวาฟเฟิลฮ่องกงแค่ในหนแรก และอุ่นเครื่องให้ร้อน หยอดแป้งลงไป เกลี่ยหน้าแป้งให้บาง ๆ ทั่วพิมพ์ จากนั้นให้พลิกเครื่องกลับด้านทันที อบด้านละประมาณ 2 นาที รีบเอาออกจากเครื่อง ม้วนให้กลม ๆ หรือไม่ม้วนก็ตามชอบ 

 

Cr. สูตรจาก คุณ little foggy สมาชิก  pantip.com/topic/32969238

 

 

 

สำหรับใครที่อยากทำ วาฟเฟิล ฮ่องกง กินเองก็จดสูตรแล้วไปช้อปปิ้งวัตถุดิบกันเลยครับ หรือยังหาอุปกรณ์เบเกอรี่ ไม่ได้แนะนำเข้าไปช็อปที่เว็บ SGE ได้เลยจร้า แต่ถ้าใครอยากทำขายก็ฝึกฝนจนชำนาญแล้วเปิดร้านขายได้เลย รับรองทุกสูตรอร่อยขายได้และกำไรงามแน่นอน 

 

เมื่อสมัยก่อน การใช้สมุนไพรเป็นองค์ประกอบหนึ่งของชีวิตประจำวัน พืชสมุนไพรหลายชนิดที่หมอยาเก่าเขาใช้ประโยชน์ บำบัดรักษา บำรุงร่างกาย โดยนำมาปรุงแต่งแปลงเปลี่ยน ต้ม หมักแช่ เผา ผสมเครื่องยา และใช้เป็นพืชประกอบอาหาร และอีกหลายประโยชน์ จากป่าสู่ชุมชน เพื่อง่ายต่อการใช้ประโยชน์ สมุนไพรบางอย่างหายากมาก ต้องเดินป่าเป็นวันเป็นคืน ถึงจะหาพบเจอ แต่หมอยาชาวบ้านเขารู้จักและรู้แหล่งที่มี สมุนไพรหลายอย่างมีอยู่ใกล้ตัว เคยมีคนเก่าเล่าให้ฟังว่า พืชต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ล้วนแล้วแต่เป็นสมุนไพรทั้งนั้น เด็ดถอนมาเคี้ยวกินได้หมด เพียงแต่ยังไม่มีการตรวจสอบทางเคมี ว่ามีฤทธิ์ทางยาอย่างไรบ้าง

 

 

น้ำอ้อยสดเป็นเครื่องดื่มคลายร้อนที่หลายคนโปรดปราน เพราะน้ำอ้อยทั้งหวาน หอม ดื่มแล้วชื่นใจมาก ๆ เลยจริงไหมคะ แต่นอกเหนือจากความอร่อยแล้ว น้ำอ้อยยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพเราด้วยนะ ลองมารู้จักประโยชน์ของน้ำอ้อยกันดีกว่า

สาวๆ รู้ไหมว่า น้ำอ้อยนอกจากจะใช้เป็นเครื่องดื่มเพื่อคลายร้อนได้ดีแล้ว ยังมากไปด้วยประโยชน์จนน่าทึ่งอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวมประโยชน์ดีๆ จากน้ำอ้อยมาบอกกัน โดยจะมีประโยชน์อย่างไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

1.ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกชุ่มคอ
ความหวานจากน้ำตาลในต้นอ้อย เป็นความหวานจากธรรมชาติที่มากล้นด้วยสารอาหาร ทั้งแคลเซียม โปแตสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง โพลิฟินอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านการอักเสบได้ดี จึงลดอาการอักเสบในคอ และทำให้รู้สึกชุ่มคอมากขึ้น แถมยังช่วยบรรเทาอาการไอ และขับเสมหะได้ดีอีกด้วย


2.เติมพลังให้ร่างกายได้ทันที
น้ำอ้อย เป็นตัวช่วยในการเติมพลังให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้หากได้ดื่มน้ำอ้อยเย็นๆ สักแก้ว จะรู้สึกได้เลยว่า ร่างกายมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น และยังทำให้สมองโล่งโปร่ง จิตใจแจ่มใส เบิกบานขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดที่จะดื่มน้ำอ้อยกันเลยเชียว


3.ขับปัสสาวะ
น้ำอ้อยมีสรรพคุณในการช่วยขับปัสสาวะ และสามารถป้องกันการติดเชื้อในกระพาะปัสสาวะได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะบ่อยๆ ก็ต้องดื่มน้ำอ้อยเพื่อสุขภาพกันเลย


4.บำรุงหัวใจและร่างกาย
ตามตำรับยาโบราณ มักจะใช้อ้อยเป็นส่วนผสมในตัวยา เพื่อช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น นั่นก็เพราะน้ำอ้อยมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งจะช่วยบำรุงหัวใจและร่างกายให้มีความแข็งแรงได้ดีนั่นเอง

 

5.ลดอาการแพ้ท้อง
สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ก็สามารถดื่มน้ำอ้อมเพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้องได้อีกด้วย โดยน้ำอ้อยจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และบรรเทาอาการเวียนหัวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่มีอาการแพ้ท้องจนแทบกินอะไรไม่ได้ ต้องลองดื่มน้ำอ้อยกันดู


6.บำรุงธาตุ
น้ำอ้อยมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร พร้อมทั้งมีสารอาหารอีกหลายอย่างที่ช่วยในการบำรุงธาตุในร่างกาย โดยเฉพาะสารที่จะช่วยควบคุมระดับของบิลิรูบิน ซึ่งเกิดจากการแตกตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดงให้อยู่ในเกณฑ์สมดุล จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั่นเอง


7.แก้ท้องผูก
ในคนที่มีอาการท้องผูก ก็สามารถดื่มน้ำอ้อยเพื่อแก้อาการท้องผูกได้ เพราะน้ำอ้อยมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เพียงดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารเช้า ก็จะช่วยแก้อาการท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว แถมยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติมากขึ้นอีกด้วย

 

Cr. sanook.com/women

 

แต่หากใครที่จะทำธุรกิจแนะนำให้มี เครื่องคั้นน้ำอ้อย ลงทุนซื้อไว้คุ้มแน่นอน เนื่องจากเครื่องคั้นน้ำอ้อยสามารถรีดน้ำอ้อยได้แห้งสนิทมาก อ้อยทุกบ้อง คุณจะน้ำอ้อยอย่างคุ้มค่าแน่นอน ที่สำคัญเครื่องคั้นน้ำอ้อยสามารถทำงานต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักได้ ทนทานต่อการใช้งานในระยะยาวๆ ได้

 

 

โดยปกติแล้ว การนำผลิตภัณฑ์อาหารมาบรรจุสุญญากาศจะช่วยยืดอายุอาหารได้นานขึ้นประมาณ 3-5 เท่า (แล้วแต่ชนิดของอาหาร) ด้วยการป้องกันไม่ให้อาหารสัมผัสกับอากาศหรือออกซิเจน จะช่วยยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย ยังช่วยรักษาคุณภาพและรสชาติของอาหารให้ยังคงความสดใหม่อยู่เสมอ มีประโยชน์มากมายขนาดนี้บอกเลยว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นคนชอบทำอาหารหรือทำธุรกิจอาหารแล้วละก็ พลาดไม่ได้แล้ว ! วันนี้แอดมินมี เคล็ด (ไม่) ลับวิชาเซียนในการเลือกซื้อเครื่องซีลสูญญากาศ สำหรับธุรกิจอย่างไรให้เหมาะสมมาบอกต่อกันครับ

 

เครื่องซีลสูญญากาศ รุ่นไหน ที่เหมาะกับเรา?

 

มาถึงตรงนี้แล้ว ต้องถามผู้ประกอบการ SME ทุกคนแล้วค่ะว่า ธุรกิจของท่านต้องการซีลสินค้า กี่ชิ้นต่อวัน เพื่อที่จะได้ทราบว่ารุ่นไหนจะคุ้มค่ากับการลงทุนและตอบโจทย์ผู้ประกอบการแต่ละท่านมากที่สุด เพราะฉะนั้นเราขอพาทุกท่านไปรู้จักกันเครื่องซีลสูญญากาศ ของเราแต่ละรุ่นกันเลยค่ะ 

ขอเริ่มต้นด้วยเครื่องซีลสูญญากาศที่เหมาะกับ ธุรกิจ SME ขนาดย่อม ก่อนเลยนะคะ ตัวเครื่องแต่ละรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อ 👉 รองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง 30-200 ถุง/วัน พิเศษ!! 👉 สามารถซีลได้กับถุงทุกชนิดยกเว้นถุงลายนูน 🥰 สามารถช่วยลดต้นทุน ได้ ถึง 50% ตัวเครื่องเป็นระบบลิ้นดูดอากาศ ที่สามารถไล่อากาศจากภายในออกมาได้มากยิ่งขึ้น พร้อมการติดตั้งระบบแท็งค์ที่จะรองรับความชื้นอีกด้วย ในหมวดหมู่นี้ บริษัท SGE มีสินค้าที่ ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน จะมีรุ่นไหนบ้างตามไปดูกันค่ะ..

  • VC – ECO มาในดีไซน์ที่เรียบง่าย โดดเด่น ใช้งานสะดวก เคลื่อนย้ายได้ สามารถรองรับถุงได้ทุกชนิด ยกเว้นถุงสูญญากาศลายนูน นอกจากนี้ยังมีแท็งก์รองรับน้ำ ทำให้ฟังก์ชั่นการซีลครอบคลุมทั้งสินค้าชนิดแห้ง และสินค้าที่มีน้ำเล็กน้อย เหมาะกับการใช้งานในครัวเรือน และธุรกิจ SME ขนาดย่อม เรียกได้ว่าเป็นรุ่นน้องราคาถูก แต่พลังการทำงานไม่น้อยเลยนะคะ (ราคา 3500 บาท)
  • VC – EVO Gen 2 น้องใหม่ล่าสุด !! มีแท็งก์รองรับน้ำติดตั้งอยู่ด้านหลังของเครื่อง ทำให้เครื่องสามารถใช้งานได้กับสินค้าที่มีน้ำเล็กน้อยโดยไม่ต้องกังวลว่าเครื่องจะเสียหายจากการที่น้ำเข้าเครื่องเหมือนเครื่องซีลรุ่นเล็กๆทั่วไป สามารถรองรับถุงได้ทุกชนิด ยกเว้นถุงสูญญากาศลายนูน เหมาะกับการใช้งานในทุกที่ใช้ในครัวเรือน หรือ แม้กระทั่งการใช้งานในเชิงพาณิชย์ ร้านค้า SME ขนาดย่อม (ราคา 5300 บาท)
  • VC88 รุ่นเรือธง!! ที่ทางบริษัท SGE คิดค้นและผลิตออกมา เป็นของแท้และเจ้าเดียวที่ สามารถทำงานต่อเนื่อง 24 ชม. โดยไม่พัก รองรับถุงได้หลากหลายชนิด ยกเว้นถุงลายนูน ในขณะที่ยังคงรักษาขนาดรูปร่างที่กะทัดรัด สามารถใช้ในครัวเรือนได้อย่างสบายๆ สามารถรองรับการซีลปริมาณมากได้ด้วย จึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในธุรกิจ SME ทั้งขนาดย่อมและขนาดกลาง (ราคา 5800 บาท)
 
การใช้งานกับเครื่องในหมวดนี้จะเหมาะกับ ธุรกิจ SME ขนาดกลาง ที่ต้องการมาตรฐานการซีลที่แน่นหนา การันตีกับไปกับ แถบซีลที่หนาถึง 8 mm ระบบดูดสุญญากาศที่รุนแรงถึงใจ เครื่องซีล รุ่นอุตสาหกรรมหมวดนี้ 👉 สามารถใช้ได้กับ ถุงฟอยด์ ถุงอลูมิเนียม ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงคราฟท์ และถุงทุกประเภท เครื่องเเพ็ค สูญญากาศ รุ่นนี้ทนทานต่อการใช้งานสูง แบรนด์ชั้นนำนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย รองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง ไปดูกันเลย..

  • Vacuum VCC02 เป็นเครื่องซีลแบบห้องสูญญากาศ ที่สุดในการซีลสูญญากาศของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดดเด่นในเรื่อง การซีล สินค้าที่เป็นผง เป็นซอสของเหลวต่างๆ สามารถซีลสินค้าให้คงรูปสวยงามได้มากขึ้น เนื่องจาก การดูดสูญญากาศจะกระจายรอบทิศทาง สามารถปรับระยะเวลาในการซีล ระยะเวลาสูญญากาศได้ สามารถปรับความร้อนของแถบซีลได้ สามารถหยุดการทำงานได้ทันที หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
  • VC99 ที่สุดของเครื่องซีลในด้านความเร็ว!! เครื่องรุ่น VC99 เป็นอีกความภาคภูมิใจของบริษัท SGE ด้วยฟังค์ชั่นการทำงานที่สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะ ซีลสูญญากาศ อัดแก๊สไนโตรเจน ซีลบลอคข้าว ซีลถุงอื่นๆได้ทุกประเภท รวมไปถึง การตั้งค่าการทำงานแบบอัตโนมัติ นวัตกรรมของการเก็บรักษาอาหารได้ถูกรวมไว้ในเครื่องนี้ ดังนั้นธุรกิจที่มีกำลังการผลิตในเชิงพาณิชย์ จึงเลือกใช้ VC99 มาเป็นอันดับหนึ่ง
  • Vacuum VCC-03 เป็นเครื่องซีลแบบห้องสูญญากาศรุ่นประหยัด จุดเด่นคือการซีลสูญญากาศ ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น สินค้าที่เป็นผง เป็นซอสเหลวต่างๆ สามารถซีลสินค้าให้คงรูปสวยงามเนื่องจาก การดูดสูญญากาศจะกระจายรอบทิศทาง ปั้มสูญญากาศ ทรงพลัง 900W ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มาพร้อมกับตัว Uni-body แสตนเลส 304 ไร้รอยต่อ ตอบโจทย์การใช้งานหนัก ใช้งานทนทานนับ 10 ปี 

 

เรียกได้ว่าเครื่องซีลถุง เป็นตัวช่วยหลักในการถนอมอาหารเลยค่ะ แถมมีหลากหลายรุ่น ให้เลือกตามความเหมาะสม ของผู้ประกอบการธุรกิจ SME 👉 หากใครกำลังมองหาเครื่องซีลสูญญากาศดีๆ แอดมินขอแนะนำ เครื่องซีลสูญญากาศของ SGE ประกันแน่น บริการดี

 

ขอขอบคุณบทความ วิธีการเลือกเครื่องซีลสูญญากาศ จาก SGE