“คุกกี้” ขนมหวานเรียบง่าย แต่กินเมื่อไหร่ก็อร่อย กินคู่กับน้ำชาอุ่นๆ หรือนมก็เพลิน ใครที่เป็นคุกกี้เลิฟเวอร์ต้องดูสูตรนี้ เป็นความฟินที่แตกต่าง ทั้งคุกกี้เสี่ยงทาย คุกกี้มาร์ชเมลโล คุกกี้ช็อกโกแลตชิปสอดไส้ครีมชีส เป็นต้น สายหวานฟังแล้วยิ้มเลยสิ!

ความหมายของ คุกกี้ คืออะไร

จากการศึกษาข้อมูลพบว่า คุกกี้ (cookie) คือขนมอบชิ้นเล็ก ๆ รูปร่างแบนซึ่งทำจากแป้งสาลี 👉 คำว่าคุกกี้มีที่มาจากคำในภาษาดัตช์ซึ่งหมายถึง “เค้กชิ้นเล็ก ๆ” คำว่าคุกกี้ใช้กันในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในขณะที่ในสหราชอาณาจักรจะเรียกขนมแบบเดียวกันนี้ว่าบิสกิต

ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่อีกประเภทหนึ่งซึ่งเราค่อนข้างจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเพราะเป็นขนมที่มีกรรมวิธีการทำที่ง่าย รสชาติอร่อย หอม หวานมัน และที่สำคัญคือความกรอบ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของขนทประเภทนี้ และสามารถเก็บเอาไว้ได้ในระยะยาว นิยมที่จะใช้เป็นของขวัญในวันปีใหม่ หรือเทศกาลต่าง ๆ นั้นก็คือ คุกกี้(Cookies) นั่นเอง 👉คุกกี้เป็นเบเกอรี่ที่มีส่วนผสมคล้ายคลึงกับเค้กคือ 🍪 ประกอบด้วย แป้ง, เนย, นม, ไข่ และสิ่งที่ช่วยให้ขึ้นฟูอื่น ๆ แต่จะมีส่วนผสมของ ของเหลวน้อยกว่าและแตกต่างกับเค้กตรงที่ใช้แป้งที่มีปริมาณโปรตีนสูงกว่าเค้ก แต่น้อยกว่าขนมปัง แป้งที่ว่าก็คือ แป้งสาลีเอนกประสงค์นั่นเอง

คุกกี้รูปหัวใจสอดไส้แยมสตรอว์เบอร์รี

 

เอาใจคุณแฟนด้วยของขวัญสุดพิเศษอย่างคุกกี้รูปหัวใจสอดไส้แยมสตรอว์เบอร์รี คุกกี้รูปหัวใจแสดงถึงความรักอันงดงาม เพิ่มไส้สตรอว์เบอร์รีสีแดงรสเปรี้ยวหน่อย แหม… โรแมนติกจริง ๆ  สำหรับใครอยากดัดแปลงเป็นแยมบลูเบอร์รี หรือราสป์เบอร์รีก็ได้เช่นกัน ตามสะดวกเลยค่ะ

ส่วนผสม คุกกี้รูปหัวใจสอดไส้แยมสตรอว์เบอร์รี

           • เนยสด 1 ถ้วย (พักให้นิ่ม)
           • น้ำตาลทราย 2/3 ถ้วย
           • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
           • ไข่แดง 2 ฟอง
           • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 3/4 ถ้วย
           • น้ำตาลไอซิ่ง
           • แยมสตรอว์เบอร์รี

 วิธีทำคุกกี้รูปหัวใจสอดไส้แยมสตรอว์เบอร์รี

          1. ตีผสมเนยสดกับน้ำตาลทรายให้เข้ากัน ใส่เกลือป่นและไข่แดงลงไปผสมจนกลายเป็นเนื้อครีมและสีเหลือง แบ่งแป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไป 3 รอบ นวดให้เข้ากันจนกลายเป็นแป้งโดว์ คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำเข้าไปแช่เย็นประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือข้ามคืน
          2. นำแป้งคุกกี้ออกจากตู้เย็น นวดแผ่นแป้งแผ่ออกมาให้มีความหนาประมาณ 1/4 นิ้ว เราจะทำคุกกี้แบบแซนด์วิชเริ่มจากคุกกี้แผ่นบนใช้พิมพ์คุกกี้รูปหัวใจอันใหญ่กดแผ่นแป้งคุกกี้ลงไปแล้วใช้พิมพ์คุกกี้รูปหัวใจอันเล็กกดลงไปตรงกลางให้มีรูด้วย สำหรับคุกกี้แผ่นล่างใช้พิมพ์คุกกี้รูปหัวใจอันใหญ่กดแผ่นแป้งคุกกี้ลงไปเท่านั้น
          3. นำคุกกี้รูปหัวใจเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 8-10 นาที หรือจนคุกกี้สุก
          4. นำคุกกี้ออกมาผึ่งให้คลายร้อน นำคุกกี้ส่วนบนและส่วนล่างมาประกบกัน โรยน้ำตาลทรายไอซิ่งลงไปตรงขอบหัวใจรอบนอก ตักแยมใส่ลงไปตรงกลางที่มีรู พร้อมเสิร์ฟ
 

คุกกี้นิ่มรสชาติออริจินอล หอมหวานฉ่ำเนยตัดด้วยรสช็อกโกแลต

ส่วนผสม 

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 310 กรัม
  • เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • เนย 230 กรัม (อุณหภูมิห้อง)
  • น้ำตาลทรายขาวละเอียด 140 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 120 กรัม
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 55 กรัม 2 ฟอง
  • ช็อกโกแลตชิพ 340 กรัม
  • ถั่ว 125 กรัม


วิธีทำ 
1. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือและเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน แล้วใส่ตะแกรงร่อนส่วนผสมแห้งนี้ 2 รอบ พักไว้
2. ผสมเนย น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายแดง ตีให้ส่วนผสมเข้ากันจน จากนั้นค่อย ๆ ใส่ไข่ทีละฟอง ตีต่อจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน 
3. ใส่กลิ่นวานิลลา แล้วหยุดเครื่อง เพื่อใส่ส่วนผสมแห้งที่เราเตรียมไว้ แล้วตีด้วยความเร็วต่ำ 
4. เมื่อส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ให้หยุดเครื่อง ใส่ช็อกโกแลตชิพหรือถั่วลงไป (เลือกเอาตามใจชอบ) เปิดเครื่องตีต่ออีกเล็กน้อยให้ช็อกโกแลตชิพและถั่วกระจายทั่วเนื้อ 
5. นำส่วนผสมไปแช่ตู้เย็นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หรือแช่ค้างคืนก็ได้ 
6. เมื่อถึงเวลาอบ ตั้งอุณหภูมิเตาอบที่ 180 องศาเซลเซียสสำหรับแบบพัดลมที่กระจายความร้อนได้ทั่วถึง ใช้เวลา 8 นาที 
7. นำออกมาพักบนถาดต่ออีก 2 นาที เช็คว่าสุกดีหรือยัง โดยดูที่ก้นคุกกี้ต้องมีสีเท่ากัน ครบ 2 นาทีแล้วจะเห็นว่าคุกกี้อยู่ทรงขึ้น นำคุกกี้ไปวางบนตะแกรงรอให้เย็นตัวลง เป็นอันพร้อมรับประทาน 

 

คุกกี้นิ่มรสช็อกโแลตเต็มคำ เข้มข้นโดนใจสายช็อก

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
  • ผงโกโก้ ⅓  ถ้วยตวง
  • เกลือ ¼  ช้อนชา
  • ผงฟู 1 ช้อนชา 
  • เนยจืดละลาย ⅓  ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทรายแดง ½  ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทรายขาว ½  ถ้วยตวง
  • ไข่ไก่เบอร์ใหญ่ 1 ฟอง + ไข่แดง 1 ฟอง (อุณหภูมิห้อง)
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • ช็อกโกแลตชิพ 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ 
1. ร่อนแป้ง ผงโกโก้ เกลือ และผงฟูเข้าด้วยกัน พักไว้
2. ผสมเนยละลาย น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาวในชามอีกใบ ตีส่วนผสมให้เข้ากัน
3. ใส่ไข่ที่เตรียมไว้ และใส่กลิ่นวานิลลาลงไป ตีส่วนผสมให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน 
4. เทส่วนผสมแห้งในข้อ 1 ลงไป ผสมส่วนผสมทั้งหมดจนมีสีน้ำตาลเสมอทั่วกัน
5. ใส่ช็อกโกแลตชิพ ผสมให้เข้าเนื้อกันอีกครั้ง 
6. นำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศา เป็นเวลา 9 นาที 
7. เมื่อเนื้อคุกกี้ได้ที่แล้ว นำออกมาพักให้เย็นค่อยรับประทาน 

 

วันนี้เราจะมาแนะนำ เครื่องตีแป้ง รุ่น Onyx ที่เป็นสินค้าที่ขายที่ดีที่สุดของ sgethai โดย เครื่องตีแป้ง รุ่นนี้มียอดการสั่งซื้อ และมีลูกค้าถามเข้ามาตลอดทั้งหน้าร้านเว็บไซต์ ร้านค้า Shopee , Lazada  จุดเด่นของเครื่องตีแป้งรุ่นนี้คือ กำลังไฟฟ้าที่มาถึง 1400 Watt ความจุมากถึง 5.5 ลิตร มาพร้อมหัวตี 3 แบบบ โดยเครื่องตีแป้งเป็นที่นิยมอย่างมากเหมาะกับผู้เริ่มต้นทำ Bekery อย่างมาก ด้วยราคาที่ไม่แพง แค่ 3200 แถมมีส่วนลดอีกด้วย

คุกกี้เรดเวลเวท (Red Velvet Cookies)

หลายคนอาจคุ้นเคยกับเค้กเรดเวลเวท (Red Velvet) หรือเค้กสีแดงที่เห็นทั่วไป แต่รู้ไหมว่าเราสามารถทำคุกกี้สีแดงเหมือนอย่างเค้กได้ด้วย ขอแนะนำ สูตรคุกกี้ เรดเวลเวทสูตรต้นตำรับมาจากเชฟพล ตัณฑเสถียร ที่ดัดแปลงโดย คุณหอมกาแฟ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เนื้อสัมผัสกรุบกรอบ มีลวดลายคล้ายลูกฟุตบอล หวานลิ้นด้วยน้ำตาลไอซิ่ง ชิ้นพอดีคำ ใครจะทำมอบให้คนพิเศษก็ได้นะคะ ไปดูส่วนผสมกันเลย 

 

  • ดาร์กช็อกโกแลต 100 กรัม
  • เนยสด 100 กรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 250 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 185 กรัม
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • ผงโกโก้ 25 กรัม
  • สีผสมอาหารสีแดง 1 1/2 ช้อนชา
  • ช็อกโกแลตชิพ 200 กรัม
  • น้ำตาลทราย (สำหรับคลุก)
  • น้ำตาลไอซิ่ง (สำหรับคลุก)

วิธีทำคุกกี้เรดเวลเวท

  1. ละลายดาร์กช็อกโกแลต เตรียมไว้
  2. ใส่เนยลงในอ่างผสม ใช้หัวตีรูปใบพัดตีให้เนยคลายตัว จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป ตีผสมให้เข้ากัน
  3. ตอกไข่ไก่ใส่ลงไปทีละฟอง ตามด้วยกลิ่นวานิลลา ตีจนส่วนผสมขึ้นฟูและสีอ่อนลง
  4. จากนั้นใส่ช็อกโกแลตที่ละลายแล้วลงไป ตามด้วยสีผสมอาหารสีแดง
  5. ร่อนแป้งกับผงฟู และผงโกโก้เข้าด้วยกัน ใส่ลงในโถตี ตีผสมเบา ๆ จนเข้ากันดี
  6. ใส่ช็อกโกแลตชิพลงไป ตีผสมพอเข้ากัน ตักใส่ชาม นำไปแช่เย็น 1 ชั่วโมง
  7. นำส่วนผสมออกจากตู้เย็น ตักเป็นลูกกลม ๆ ด้วยที่ตักไอศกรีม ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ วางลงในถาด
  8. จากนั้นนำไปคลุกน้ำตาลทรายจนทั่ว จากนั้นนำไปคลุกต่อในน้ำตาลไอซิ่งจนทั่วอีกครั้ง
  9. นำคุกกี้วางลงในถาด นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 12 นาที
  10. นำออกมาพักทิ้งไว้สักครู่ จากนั้นค่อย ๆ แซะออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

 

 

หัวปลี หรือ banana blossom มีสรรพคุณทางยามากมาย นิยมนำมาปรุงอาหารทานดิบและสุกก็ได้ เป็นผักเครื่องเคียงผัดไทย แกงเลียงหัวปลี ยําหัวปลีกุ้งสด ลวกจิ้มนํ้าพริก ทอดมันหัวปลี ปลีกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด มาดูกันเลยว่าปลีกล้วยมีประโยชน์อะไรบ้าง

 

สรรพคุณของ หัวปลี นั้นโดดเด่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ รุ่นปู่ยาตาทวดในเรื่องของการบำรุงน้ำนมของแม่ลูกอ่อนที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร แก้ร้อนใน ยางจากปลีกล้วยก็ใช้รักษาแผลสดหรือทาบริเวณที่แมลงกัดต่อยได้ ปัจจุบันนักวิจัยยังพบว่าหัวปลีมีคุณสมบัติบรรเทาอาการหวัด ไข้  รักษาโรคกระเพาะ และยังช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ที่สำคัญสามารถรักษาแก้โรคยอดฮิตอย่าง เบาหวานได้อีกด้วยหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากหัวปลีอุดมเต็มไปด้วยใยอาหาร มีแมกนีเซียม ธาตุอาหารสำคัญที่มีผลรักษาอาการซึมเศร้า มีแคลเซียม และวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ที่จะช่วยให้วิตามินเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายทำให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

 

ประโยชน์และสรรพคุณของหัวปลี

  • อุดมไปด้วยแคลเซียมมากกว่ากล้วยสุกถึง 4 เท่า โปรตีนธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินซี เบต้าแคโรทีน
  • ช่วยบำรุงนํ้านม และเพิ่มคุณค่าสารอาหารในน้ำนมแม่ จึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับแม่ลูกอ่อน
  • รักษาโรคกระเพราะอาหารอักเสบ แก้ปวดท้อง บำรุงลำไส้ อีกทั้งยังสามารถลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
  • ปลีกล้วยมีธาตุเหล็กจึงเป็นยาบำรุงเลือด แก้ภาวะโลหิตจาง และยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้น
  • ปลีกล้วยอุดมไปด้วยแคลเซียม จึงช่วยบำรุงฟันให้แข็งแรง และช่วยให้ฟันขาวสะอาดแข็งแรง
  • แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม
  • มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด จึงดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ปลีกล้วยมีสารกลุ่มฟีโนลิก เช่น แอนโทไซยานิน เบตา-แคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้
  • แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ปวดประจำเดือน
  • ยางจากหัวปลีก็ใช้รักษาแผลสด หรือทาบริเวณที่บวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อโรคจึงใช้รักษาอาการติดเชื้อได้
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้นวลเนียน ดูมีน้ำมีนวล
  • ช่วยรักษาแผลในปากให้หายเร็วขึ้น ช่วยแก้ร้อนใน แผลปากเปื่อย
 

เครื่องคั้นน้ำอ้อย แบบ Manual ใช้มือหมุน ราคาเริ่ม 6,000฿ รีดแห้งสนิท 150 กก/ชั่วโมง ได้น้ำอ้อยแบบเต็มเม็ด เต็มหน่วย หรือถ้าต้องการความรวดเร็ว แนะนำเครื่องคั้นน้ำอ้อยแบบ Auto ที่คั้นอ้อยเพียงครั้งเดียวได้น้ำอ้อยแบบแห้งสนิม ไม่ต้องคั้นหลายๆ รอบ ผลิตน้ำอ้อยได้มากกว่า 300 กก. / ชั่วโมง

 

วิธีปอก หัวปลี ไม่ให้ดำ

  1. หัวปลีเมื่อหั่นทิ้งไว้มักจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่น่ากิน เราจะมาเผยเคล็ดลับ ที่จะทำให้หัวปลีไม่ดำด้วย 2 วิธี ดังนี้คือ
  2. เมื่อผ่าครึ่งตามยาวแล้ว ให้นำหัวปลีไปแช่ในน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูเจือจาง เพื่อไม่ให้หัวปลีเปลี่ยนเป็นสีคล้ำจนไม่น่ากิน จากนั้นเฉือนแกนกลางทิ้งและดึงดอกที่แก่ออก
  3. นำมะขามเปียกมาคั้นเป็นน้ำ แล้วผสมลงไปในชามหรือกะละมังที่แช่หัวปลีไว้

สูตรลับตำรับแพทย์แผนไทย

หัวปลี ผงสมุนไพรเรือนเจ้าจอม หัวปลีผงไม่มีส่วนผสมอย่างอื่นใด เช่น แป้ง, น้ำตาล, และสมุนไพรอื่นๆ ผสม เป็นหัวปลีผงบริสุทธิ์ – เป็นหัวปลีอบแห้งแล้วนำมาบดละเอียด ไม่ใช่สเปรย์ดราย สามารถละลายในน้ำได้แต่จะหลงเหลือตะกอนบ้างเล็กน้อย – หัวปลีผงบดจากหัวปลี ล้วนๆ จึงทำให้หัวปลีผงมีความเข้มข้น และมีความหอมธรรมชาติ

วิธีรับประทาน – หัวปลีผง1/2-1ช้อนชา น้ำ 1 แก้ว ชงในน้ำร้อน เติมน้ำผึ้งแต่งรสชาติได้

สรรพคุณหัวปลี – บำรุงเลือดป้องกันโลหิตจาง – ขับน้ำนมในสตรีหลังคลอด – ช่วยบำรุงน้ำนมเพิ่มสารอาหาร – ลดระดับน้ำตาลในเลือด – ลดการอักเสบในร่างกาย – ช่วยต้านอาการซึมเศร้า – รักษาโรคกะเพาะ – ช่วยบำรุงผิวพรรณ – มีสารต้านอนุมูลอิสระ

 

เมนูแนะนำ

รู้จักสารพัด ประโยชน์ของ น้ำอ้อย ประโยชน์ของ น้ำอ้อย ที่ไม่ได้มีดีแค่หวาน

น้ำเต้าหู้ เมนูโปรดใครหลายคน เพราะเป็นเครื่องดื่มมากด้วยประโยชน์ ดื่มง่าย ที่สำคัญคือดีต่อสุขภาพเพราะอัดแน่นด้วยโปรตีนและคุณค่าสารอาหารมากมาย และเมื่อน้ำเต้าหู้เป็นเมนูที่ดีต่อร่างกายสาวๆ ขนาดนี้ แอดมินจึงบอกต่อวิธี ทำน้ำเต้าหู้เอง เพราะนอกจากจะเป็นเมนูเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพแล้วยังทำเองได้ง่าย ใช้งบประมาณน้อย แต่ได้รับประโยชน์ดีๆ จากถั่วเหลืองไปแบบเต็มๆ

 

น้ำเต้าหู้ชาเขียว

 

สำหรับใครที่ชื่นชอบรสชาติขมของชาเขียว ลองจับมาใส่ในน้ำเต้าหู้ดูสิ กลายเป็นน้ำเต้าหู้ชาเขียว แม้หน้าตาน้ำเต้าหู้จะสีเขียวแต่ไม่ขม เวลาดื่มจะได้กลิ่นของนมถั่วเหลือง และชาเขียวผสมผสานกัน รสชาติเข้ากันดีไม่เบา

ส่วนผสม

  • น้ำเต้าหู้สูตรพื้นฐาน 1 ถ้วย
  • ผงชาเขียวมัทฉะ 1 ช้อนชา
  • น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายแดง สำหรับเพิ่มความหวานตามชอบ

วิธีทำ

  1. นำน้ำเต้าหู้สูตรพื้นฐานไปอุ่นแค่พอร้อน ไม่ต้องเดือด ตักใส่แก้ว เตรียมไว้
  2. ใส่ผงชาเขียวมัทฉะลงไปในน้ำร้อน แล้วคนผสมจนละลายเข้ากัน
  3. ใส่ส่วนผสมชาเขียวที่ละลายแล้วลงไปในแก้วน้ำเต้าหู้สูตรพื้นฐาน เติมน้ำตาลทรายแดงในปริมาณที่ชอบ คนให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
 

น้ำเต้าหู้สูตรพื้นฐาน

การทำน้ำเต้าหู้ สูตรนี้เหมาะสำหรับนักดื่มหน้าใหม่ เพราะสูตรนี้กลิ่นของถั่วเหลืองไม่แรง แถมยังใส่ถั่วลิสงและอัลมอนด์ลงไปเพิ่มความหอมมัน วิธีทำไม่ได้ยากเลย ถ้าดื่มไม่หมดสามารถเทใส่ขวดเก็บไว้แช่ในตู้เย็นได้นาน 3 วันด้วย วันหยุดนี้ลองมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบบนี้เก็บไว้ดื่มกันเถอะ

ส่วนผสม
ถั่วเหลือง 16 ออนซ์ (ประมาณ 453 กรัม)
ถั่วลิสง 1 ถ้วย
อัลมอนด์ 1 ถ้วย
น้ำเปล่า
น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายขาว (สำหรับเพิ่มความหวานตามชอบ

หมายเหตุ : อัตราส่วนผสมระหว่างถั่วกับน้ำ คือ 1:3
 
วิธีทำ
  1. ล้างถั่วเหลือง ถั่วลิสง และอัลมอนด์ ให้สะอาด จากนั้นแช่น้ำให้ท่วมทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หรือข้ามคืน (ถั่วที่ได้จะพองขึ้นเป็น 3 เท่า)
  2. ใส่ถั่วทั้งหมดที่แช่น้ำแล้ว 3 ถ้วยลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำเปล่า 6 ถ้วย (อัตราส่วน 1:3) แล้วปั่นให้เข้ากันประมาณ 1-2 นาที จนส่วนผสมเนียนละเอียด 
  3. นำส่วนผสมที่ปั่นละเอียดแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบาง บีบเอาเฉพาะน้ำ ใส่หม้อ เตรียมไว้
  4. นำน้ำเต้าหู้ขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือดและมีฟอง หมั่นคนผสมเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ส่วนผสมไหม้ 
  5. ตักน้ำเต้าหู้ที่ได้ใส่แก้ว เติมน้ำตาลทรายแดงลงไปตามชอบ คนผสมให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
 
ทำไม น้ำเต้าหู้ ถึงแตกตัว หรือจับเป็นตัว?
ปัญหาอย่างหนึ่งของการทำน้ำเต้าหู้ คือ น้ำเต้าหู้จะเกิดการแตกตัว เป็นไข หรือเรียกว่า จับเป็นตัว สาเหตุนั้น อาจจะมาจากการใช้น้ำที่กระด้าง ใช้ไฟแรงในการต้ม หรือเกิดจากการใส่เกลือ ทำให้โปรตีนในน้ำเต้าหู้จับเป็นก้อน ฉะนั้นควรน้ำที่ใช้ควรน้ำกรอง หรือน้ำดื่มสะอาด ใช้ไฟอ่อน ๆ ในการต้ม และไม่ต้องใส่เกลือ

เคล็ดลับ ทำน้ำเต้าหู้ ให้ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว
เคล็ดลับการทำให้น้ำเต้าหู้หอมมัน และไม่เหม็นเขียว คือ การใส่ถั่วลิสง ลงไปในน้ำเต้าหู้ของเรานั่นเอง เพราะในตัวถั่วลิสง จะมีความหอมมันเฉพาะตัวอยู่ เมื่อใส่ลงไปในน้ำเต้าหู้แล้ว น้ำเต้าหู้จะมีกลิ่นหอม และช่วยลดกลิ่นเหม็นเขียวถั่วเหลืองลงไปได้ ถึงแม้ว่าจะปล่อยให้น้ำเต้าหู้เย็นแล้วก็ตาม

 

Read: เครื่องทำน้ำเต้าหู้ ใช้งานง่ายมากๆ มีระบบเซ็นเซอร์ มีให้เลือกทั้งแบบใช้งานได้ตามบ้าน และดับอุตสาหกรรม โดยวัสดุของเครื่องทำน้ำเต้าหู้นั้นทำมาจากวัสดุ Food Grade ไม่เป็นอันตราย มีฟังก์ชั่นทำได้หลากหลายไม่ใช่แค่ทำน้ำเต้าหู้ ยังสามารถทำน้ำซุป ทำน้ำผลไม้ ได้อีกด้วย วางใจ SGE ได้เลยเนื่องจาก SGE ถือว่าเป็นผู้นำเรื่อง เครื่องทำน้ำเต้าหู้ อยู่แล้ว

 

 

 

 

 

วันหยุดนี้ใครหยุดอยู่บ้านแล้วไม่อยากออกไปข้างนอก เรามีเมนู พาสต้า ยอดนิยมคนไทยไม่น้อยต่างก็ติดใจในเมนูนี้ ถึงแม้ว่าจะมีเส้น Pasta มากมายหลายร้อยรูปแบบ แต่รูปแบบทั้งหมดนั้นมีส่วนผสมมาจากแป้งสาลี น้ำ บางชนิดก็เอาไข่ไปผสม และนำส่วนผสมทุกอย่างมานวดเข้าด้วยกัน เมื่อเข้ากันแล้วก็นำมารีด และตัดเป็นแผ่น หรือรูปทรงต่างๆ รูปแบบพาสต้าที่เราคุ้นเคยกันก็มี สปาเกตตี้ (Spaghetti) ลักษณะเส้นกลมยาว (ไม่มีรู) , ลาซานญ่า (Lasagne) แป้งแผ่นสี่เหลี่ยมใช้วางซ้อนสลับกับเนื้อหรือผัก, มักกะโรนี (Macaroni) เส้นจะกลมยาว มีรูกลมตรงกลาง แอดมินจะมาแชร์วิธีการทำเส้น พาสต้า สด และ เมนูเส้น Pasta อื่นที่น่าสนใจไปดูกันเลย


พาสต้าเส้นสด

วัตถุดิบ
แป้งอเนกประสงค์ 500 กรัม แนะนำแป้งพาสต้า 00 (มีเนื้อละเอียดสุดเหมาะทำเส้นพาสต้าสุด), ไข่ไก่ 4 ฟอง , น้ำมันมะกอก 1-2 ช้อนโต๊ะ , เกลือ 1-3 หยิบมือ , น้ำเย็น 8 ช้อน

วิธีทำ พาสต้าเส้นสด
1. นำแป้ง00 เทใส่ลงไปในถ้วยขนาดใหญ่ แหวกแป้งให้เป็นรูตรงกลาง ใส่ไข่ลงไปตรงกลาง ตามด้วยน้ำมันมะกอก เกลือ
2. จากนั้นใช้พาย หรือ ซ้อม เริ่มไข่จากคนตรงกลาง จนทั้งหมดเข้ากัน
3. หากรู้สึกว่าแป้งแห้งไป ให้เติมน้ำลงไป นวดให้เนื้อเนียนละเอียด จากนั้นปั้นให้เป็นก้อน ปิดฟิล์มแล้วแช่ตู้เย็นพักไว้สัก 20 นาที
4. นำเอาแป้งโดออกมาแบ่งเป็น 4 ส่วน แล้วรีดด้วยเครื่องพาสต้าให้เนื้อเนียนละเอียด ก่อนจะตัดเป็นพาสต้าชนิดต่างๆตามต้องการ
5. เส้นพาสต้าที่ได้นั้น ให้นำไปผึ่งไว้อีก 20 นาทีก่อน นำไปปรุงอาหาร เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

 

มักกะโรนีทะเล ใส่ไข่

วัตถุดิบ
เส้นมักกะโรนี 1 ถ้วย , กุ้งขาว 200 กรัม , หอยแมลงภู่ , หอมใหญ่หั่น 1 หัว , มะเขือเทศหั่น 3 ลูก , ซอสมะเขือเทศ 4 ช้อนโต๊ะ , ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ , เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ , ผงปรุงรส 1/2 ช้อนโต๊ะ , ต้นหอม , ไข่ไก่ 3 ฟอง , กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ มักกะโรนีกุ้งสดใส่ไข่
1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ นำเส้นมักกะโรนีต้มให้สุกนิ่ม ใช้เวลาต้มประมาณ 7-8 นาที นำเส้นมาพักใส่น้ำเย็น และพักให้สะเด็ดน้ำ
2. ตั้งกระทะ เทน้ำมันลงไปให้พอแค่เคลือบกระทะ จากนั้นใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนกระเทียมเปลี่ยนสี
จากนั้นใส่กุ้งลงไป ปรุงรสด้วย ซอสพริก ผงปรุงรส ซอสมะเขือเทศ คลุกเคล้าให้เข้ากัน
3.เมื่อกุ้งเริ่มสุก ให้ใส่มักกะโรนีลงไปผัด ตามด้วยมะเขือเทศ หอมใหญ่ ผัดไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มสุก และเข้ากัน ใส่ไข่ไก่ลงไปผัด จนสุก ใส่ต้นหอมลงไป เป็นอันเสร็จ

 

 

สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า

วัตถุดิบ
เส้นสปาเก็ตตี้ 100 กรัม,เบคอน 50 กรัม,หอมใหญ่ซอยละเอียด 50 กรัม , พาร์สลีย์ , วิปปิ้งครีมหรือครีมสด 1/2 ถ้วย , พาเมซานชีส , เกลือ 1/8 ช้อนชา , พริกไทย 1/8 ช้อนชา , ไข่แดง 1 ฟอง , กระเทียมสับ

วิธีทำ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า
1. ต้มสปาเก็ตตี้ให้เกือบสุก ระวังอย่าให้สุกเลย เพราะเราต้องนำเส้นไปผัดต่อ สังเกตุแกนตรงกลางเริ่มเป็นสีขาว นำขึ้นล้างน้ำเปล่า
2. ตั้งกระทะ ใส่เบคอนลงไปลงไปผัด เมื่อกรอบได้ที่นำไปพักไว้
3. นำน้ำมันจาเบคอนมาทอดกระเทียมต่อ นำเบคอนลงไปผัด ใส่หอมใหญ่ ใส่เกลือ พริกไทย ผัดไปซักพักเติมน้ำเปล่าผัดให้เข้ากัน จนเมื่อหอมใหญ่เริ่มสุกให้ใส่วิปครีม ตามด้วยเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกไว้ จากคนให้เข้ากันจนสปาเก็ตตี้เดือด จากปิดไฟ ใส่ไข่แดงคนให้เข้ากัน
4.ตักสปาเก็ตตี้ใส่จาน แต่งจานด้วยเบคอนกรอบ และพาร์สลีย์ และโรย พาเมซานชีส ให้ทั่ว

 

เครื่องทำพาสต้า พาสต้า เส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว  แผ่นเกี๊ยว สามารถจุได้มากถึง 500 กรัม กำลังมอเตอร์ 260W มีช่องระบายอากาศไม่ร้อน เครื่องทำเส้นบะหมี / เครื่องทำพาสต้า เครื่องนี้จาก SGE ใช้งานง่ายเพียงแค่กดปุ่มเดียวกฌได้เส้นออกมาง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก

 

 

เมนูสร้างอาชีพมาอีกแล้วจ้าาา ใครที่กำลังมองหาว่าจะ ทำอะไรขายดี ในปี 2565 วันนี้เราเอาสูตรขนมอร่อยๆ มาฝากกันอีกแล้ว รับรองว่าสอนละเอียดทุกขั้นตอนแจกสูตรของหวานมงคลกับเมนู "ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา" เอาใจคนรักขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็มไส้เยิ้ม แป้งบาง หอมหวาน มันเค็ม ทานไม่หมดก็เก็บแช่ในตู้เย็น เพิ่มความละมุนไปอีกแบบได้ด้วยนะ อย่ารอช้า 

 

ในปัจจุบันขนมเปี๊ยะมีไส้ที่หลากหลายมาก ถูกปรับให้เหมาะสมกับรสชาติที่คนไทยชอบมากขึ้น โดยมีทั้งแบบขนาดใหญ่และขนาดเล็กให้เลือกรับประทาน มาในยุคนี้บางคนอาจเริ่มสับสนว่าขนมเปี๊ยะ คือ ขนมของไทยหรือขนมของจีนกันแน่ เพราะมีขายอย่างแพร่หลายในประเทศไทยและบางไส้เป็นไส้ที่คนไทยคิดขึ้นมาอีกด้วย

 

ตำนานเล่าขานของ ขนมเปี๊ยะ 

ตามตำนานของคนจีนในเรื่อง ขนมเปี๊ยะ มีการเล่าต่อเรื่องราวมาอย่างหลากหลาย แต่เนื้อเรื่องที่ได้รับความนิยมที่สุด คือ เรื่องของคู่สามี-ภรรยาที่เมื่อแต่งงานกันแล้ว พ่อสามีเกิดล้มป่วยหนักและฐานะทางบ้านก็ยากจนทำให้ไม่มีเงินรักษา สามีภรรยาคู่นี้จึงตอบแทนความกตัญญูด้วยการนำตัวเองไปขายเป็นทาสเพื่อนำเงินมารักษาพ่อสามี จากนั้นทางฝั่งสามีจึงทำทุกวิถีทางเพื่อไถ่ตัวภรรยา จึงได้ทำขนมเปี๊ยะออกขายเพราะสามีเป็นผู้ที่มีฝีมือด้านทำขนมเปี๊ยะมากที่สุด ขนมเปี๊ยะมีรสชาติดีทำให้มีผู้คนอุดหนุนและบอกต่อให้มาซื้อเพื่อช่วยเหลือสามีคนนี้จนสามารถไถ่ตัวภรรยาออกมาได้ จึงถูกเรียกว่าขนม “เหล่าผั่วเปี๊ยะ”

ตำนานที่สองกล่าวว่า มีชายคนหนึ่งเดินทางออกจากบ้านไปทำงานอยู่ที่กวางโจว เมื่อครั้นจะกลับบ้านภรรยาได้ยินข่าวจึงคิดทำขนมเปี๊ยะออกมาเพื่อจะเอาใจสามี เมื่อสามีได้ทานถึงกับกล่าวว่ามันวิเศษมาก และก่อนที่จะเดินทางกลับไปทำงานจึงขอให้ภรรยาทำขึ้นมาเพื่อจะนำไปฝากเจ้านายและเพื่อนๆ เมื่อเจ้านายและเพื่อนๆได้ลิ้มรส ก็ทำให้เกิดการติดอกติดใจและเกิดการบอกต่อเป็นตำนานจนได้ชื่อว่า “เตี่ยจิวเหล่าผ่อเปี๊ยะ”

 

ความหมายของขนมเปี๊ยะ

 

ขนมเปี๊ยะ (餅) เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความปรารถนาดีต่อกัน และความสมัครสมานสามัคคี ซึ่งความหมายของขนมเปี๊ยะในเทศกาลต่างๆ คือ ความพรั่งพร้อม สมบูรณ์ และความสมหวัง เป็นขนมแห่งความสิริมงคลสื่อถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้รับและผู้ให้ ทั้งยังเป็นขนมที่แสดงถึงความสามัคคีกันเพราะในเทศกาลต่าง ๆ ชาวจีนส่วนใหญ่มักจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวกินขนมเปี๊ยะเพื่อให้เกิดสิริมงคลและนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเอง ครอบครัว ธุรกิจและกิจการ ชาวจีนจึงมีความเชื่อสืบทอดต่อกันมาว่าในปีหนึ่ง ๆ มักจะมีสิ่งเลวร้าย เรื่องไม่ดีไม่งาม เรื่องอัปมงคลมากระทบ หรือรบกวนการดำเนินชีวิตจนทำให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ ขึ้น เช่น การเจ็บไข้ได้ป่วย เงินทองไม่คล่อง ทำอะไรก็พบแต่ความยุ่งยาก ทำให้รู้ได้ว่า “ดวงชะตาชีวิต” ไม่ดีนักจึงต้องมีการขวนขวายหาที่พึ่งจึงก่อให้เกิดการไหว้เจ้า การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์  การไหว้บรรพบุรุษและประเพณีอื่น ๆ ขึ้น บนโต๊ะเซ่นไหว้จะประกอบไปด้วยสิ่งของต่าง ๆ ที่มีความหมายต่าง ๆ กัน ขนมเปี๊ยะจะมีอักษรมงคลสีแดงประทับอยู่กลางขนม แต่ในปัจจุบันนี้พฤติกรรมการซื้อขนมเปี๊ยะนั้นได้เปลี่ยนแปลงแล้ว ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อขนมเปี๊ยะเพียงเพื่อไหว้เจ้าเท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังซื้อขนมเปี๊ยะเพื่อเป็นของฝากและเพื่อการบริโภคอีกด้วย

 

ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา สูตรขนมสร้างอาชีพ

 


อย่างที่รู้กันดีว่าเมนูขนมเปี๊ยะทั่วไป เช่น ขนมเปี๊ยะไส้ถั่ว ขนมเปี๊ยะไส้เผือก หรือขนมเปี๊ยะไส้มันม่วงใคร ๆ ก็ทำขาย ลองเปลี่ยนมาทำไส้ลาวากันไหม เพราะฉะนั้นเราขอนำเสนอวิธีทำขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา สูตรจาก คุณศิริกัญ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาพร้อมวิธีทำแป้งชั้นนอกและแป้งชั้นในห่อไส้ครีมไข่เค็มลาวา และทาไข่แดงเพิ่มความสวยงาม อบเสร็จก็เอาไปขายได้เลยค่ะ ง่ายมากๆไม่ต้องไปซื้อกินอีกต่อไปแล้ว

 

ส่วนผสม ไส้ไข่เค็มลาวา
ไข่เค็มแดงสุก 18 ฟอง (นำไปเวฟ 1 นาที หรือนำไปนึ่ง)
วิปปิ้งครีม  250 กรัม
นมข้นหวาน 100 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ผงคัสตาร์ด 50 กรัม
เนยเค็มละลาย 70 กรัม

 

ส่วนผสม แป้งชั้นใน

แป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 70 กรัม
แป้งเค้ก 30 กรัม
น้ำมันพืช 20 กรัม
เนยรำข้าว 20 กรัม

 

ส่วนผสม แป้งชั้นนอก

แป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 120 กรัม
แป้งเค้ก 80 กรัม
น้ำตาลทราย 35 กรัม
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
เนยรำข้าว 25 กรัม
น้ำมันพืช 25 กรัม
น้ำเปล่า 75 กรัม

 

แนะนำ เครื่องทำป๊อปคอร์น ทำความร้อนสูงสุด 260 องศาเซลเซียส มีทังรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ แข็งแรง เคลื่อนย้ายได้สะดวก หม้อขนาด 8 ออนซ์ / หม้อขนาด 12 ออนซ์ เครื่องทำป๊อปคอร์น SGE ใช้เวลาในการอบข้าวโพดอบเร็วเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น ดีไซน์สวยงาม เพราะกับตั้งขายตามตลาด หรือตามห้างเป็นที่ถึงดูดแน่นอน 


ส่วนผสม ไข่แดงทาหน้าขนม
ไข่แดง 1 ฟอง
สีผสมอาหารสีเหลือง 1/2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 3-4 หยด และ งาขาวคั่ว

 

ขั้นตอนที่ 1 : วิธีทำไส้ไข่เค็มลาวา
นำไข่เค็มแดงไปนึ่งหรือเข้าไมโครเวฟให้สุก แล้วนำมาบดหยาบ ๆ 👉 นำส่วนผสมทั้งหมดใส่โถปั่นให้ละเอียด 👉 ปั่นส่วนผสมเสร็จแล้วเทใส่กล่องปิดฝา นำไปแช่ช่องแข็งข้ามคืน 👉 หลังจากแช่แข็งข้ามคืนเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นใช้ที่ตักไอศกรีม ปั้นเป็นลูก ๆ ขนาด 23 -25 กรัม ประมาณ 28-29 ลูก นำไส้ที่เราปั้นเสร็จแล้วไปแช่ช่องแข็งอีก 30 นาที หลังจากนั้นก็นำมาห่อได้เลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 : วิธีทำไข่แดงสำหรับทาหน้าขนม
ผสมไข่แดง หยดสีผสมอาหารสีเหลือง เติมน้ำเปล่า ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากัน
 

ขั้นตอนที่ 3 : วิธีทำแป้งขนมเปี๊ยะ

  • ทำแป้งชั้นนอกโดยร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิดรวมกัน ใส่เกลือลงไปด้วยตอนร่อน และเตรียมภาชนะสำหรับนวด 
  • นำน้ำตาลทรายและน้ำเปล่า ผสมรวมกัน คนให้น้ำตาลละลาย ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในภาชนะแล้วนวดจนแป้งเนียนนุ่ม ไม่ติดมือ ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที นวดเสร็จแล้วให้ใช้พลาสติกคลุมไม่ให้อากาศเข้า พักแป้งไว้ 30 นาที  
  • ทำแป้งชั้นในโดยร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิดรวมกัน ใส่เนยรำข้าวกับน้ำมันพืชลงในแป้ง แล้วนวดจนปั้นเป็นก้อนได้ เสร็จแล้วใช้พลาสติกคลุมไม่ให้อากาศเข้า พักแป้งไว้ 30 นาที
  • ก้อนใหญ่แป้งชั้นนอก ก้อนเล็กแป้งชั้นใน
  • พอครบ 30 นาที แบ่งแป้งชั้นนอกกับแป้งชั้นในออกเป็นชนิดละ 10 ก้อน โดยแป้งชั้นใน ปั้นก้อนละ 13-14 กรัม และแป้งชั้นนอก ปั้นก้อนละ 35-36 กรัม
  • ห่อแป้งชั้นนอกกับชั้นในเข้าด้วยกัน แล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 1 คืน  ไม่ต้องแช่ตู้เย็นวางไว้อุณหภูมิห้อง
  • นำแป้งที่เราหมักไว้ 1 คืนมารีดเป็นรูปวงรียาว ๆ แล้วม้วนให้เป็นแท่ง เสร็จแล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 20-30 นาที
  • พอครบ 30 นาทีก็มารีดอีกครั้ง ให้รีดตามยาวแล้วม้วนให้แน่น  เสร็จแล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 20-30 นาที
  • หลังจากนัดตัดแป้งออกเป็น 2 ชิ้นแล้วรีดให้เป็นรูปกลม ๆ ใส่ไส้ลาวาลงไป (รีดแป้งให้เสร็จก่อนค่อยห่อไส้ เพราะตัวไส้ละลายเร็ว)
  • เสร็จแล้วจัดเรียงใส่ถาด นำเข้าเตาอบ ใช้ไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส อบรอบแรก ประมาณ 5-6 นาที
  • นำออกมาทาหน้าด้วยไข่แดง
  • อบรอบที่สอง ประมาณ 4-5 นาที แล้วนำออกจากเตาพักให้เย็น
  • แค่นี้ก็เสร็จแล้วค่ะทุกคน กินอร่อยฟินๆได้เลย

จบไปแล้วสำหรับวิธีทำขนมเปี๊ยะลาวาไข่เค็ม ใครจะเอาไปทำเป็นซาลาเปาไข่เค็มลาวาก็ได้เช่นกัน ถ้าเบื่อขนมเปี๊ยะลูกกลมลองเปลี่ยนเป็นขนมเปี๊ยะลูกส้มหรือขนมเปี๊ยะรูปสัตว์ก็ดูน่าซื้อไปอีกแบบนะคะ เพิ่มมูลค่าได้ด้วย