หลายคนคงเคยได้ลิ้มลอง ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรเยาวราชเจ้าเด็ดกันมาแล้ว รสชาติที่ไม่เหมือนใคร เส้นใหญ่ที่เหนียวนุ่ม ผัดคลุกเคล้าด้วยไก่และไข่ให้เข้ากัน ความหอมกระทะ ไหม้นิด ๆ ทำให้ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่จานนี้พิเศษสุด ๆ วันนี้ แอดมิน จะมาบอก วิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ เยาวราช อร่อยไม่แพ่ผัดซีอิ๊วเลยเชียวล่ะ
 
เอ่ยถึงก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เยาวราชกับก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ราชวัตร แม้จะอร่อยแต่ขี้เกียจต่อคิวซื้อ วันว่าง ๆ ลองมาทำเองดีไหม รับรองอร่อยไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สูตรจาก คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri) จับไก่หมักผัดกับปลาหมึกกรอบ ตอกไข่เคล้ากับเส้นใหญ่ สุดท้ายใส่ต้นหอม และโรยปาท่องโก๋ตัวเล็ก กินกับซอสพริกยิ่งอร่อย ใครอยากดัดแปลงทำก๋วยเตี๋ยวคั่วกุ้งหรือก๋วยเตี๋ยวคั่วหมูก็เข้าท่านะคะ
 
ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ใส่เครื่องเยอะ ๆ โดย คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri) ช่วงวันหยุดยาวมาชวนทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่กินกัน เหมาะที่จะทำกินกันในครอบครัว เป็นอีกเมนูที่เราชอบกิน เห็นร้านขายไม่ได้ต้องซื้อกินตลอด แถวบ้านไม่มีร้านขาย ต้องทำกินเองจ้า
 
 

ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
  • เส้นก๋วยเตี๋ยว
  • สันในไก่
  • ปลาหมึกกรอบ
  • ไข่
  • น้ำมันหอย
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาลทราย
  • พริกไทย
  • แป้งข้าวโพด
  • น้ำมันงา
  • ต้นหอมซอย
  • ผักกาดหอม
  • พริกไทย
  • ปาท่องโก๋ตัวเล็กทอดกรอบ
  • น้ำมัน
วิธีทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
  1. หมักไก่ด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทย แป้งข้าวโพด และน้ำมันงา คลุกเคล้าให้เข้ากัน เก็บไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือทั้งคืน
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอจนร้อนจัด ใส่ไก่หมักลงไปผัด ตามด้วยปลาหมึกกรอบ ผัดให้เข้ากัน
  3. ตอกไข่ลงไป เกลี่ยไข่ให้พอแตกทิ้งไว้ 30-45 วินาที ใส่ก๋วยเตี๋ยวลงไป ปรุงรสตามชอบ ผัดให้เข้ากัน ทิ้งไว้ให้เส้นเกรียมเล็กน้อย
  4. ใส่ต้นหอมซอยลงไป ผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานรองผักกาดหอม โรยพริกไทยและปาท่องโก๋ทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมซอสพริก และพริกน้ำส้มได้เลย ไม่ใส่ซอสเหยาะพริกไทยก็อร่อย
แนะนำ เครื่องทำเส้นบะหมี่ https://www.sgethai.com/product/automatic-pasta-maker ยี่ห้อ SGE เพื่อการทำบะหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว ของคุณมีคุณภาพและรวดเร็ว เครื่องทำเส้นบะหมี่ นวดอัตโนมัติ ทำให้เส้นเหนียวนุ่ม อร่อย น่ารับประทาน ได้เส้นนุ่ม สดใหม่ทุกครั้งที่ทำ ช่วยให้คุณเปลื่ยนแป้งโดเป็นเส้นพาสต้าโฮมเมดได้หลากหลายประเภทอย่างง่ายดาย
 
 

 
เตรียมเส้นก๋วยเตี๋ยวตามชอบ และเตรียมไก่รอเลย ถ้ามีปลาหมึกกรอบก็ยิ่งดี จับไปผัดด้วยไฟแรงจนหอม โรยพริกไทยหน่อย ไม่ใส่ซอสพริกก็อร่อยจ้า
 
😍ขอบคุณสำหรับการติดตาม สนใจอาหารประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม ติดตามได้ที่ เฟซบุ๊ก Maekwansri
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri)
 

แจกสูตรอาหาร 8 สูตรไก่ทอด อร่อยหลากสไตล์ ทำง่าย กินได้ไม่มีเบื่อ ในช่วง Work From Home ! ไก่ทอด เมนูยอดฮิตตลอดการของใครหลายคน ด้วยวัตถุดิบที่หาง่าย วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย จะทำเป็นเมนูกินเล่น หรือเป็นกับข้าวแสนอร่อยก็ดีไม่แพ้กัน เรียกว่าเป็นเมนูครอบครัว เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินอร่อย! ❝ ไก่ทอด เมนูยอดฮิตตลอดการของใครหลายคน ด้วยวัตถุดิบที่หาง่าย วิธีทำก็ง่ายแสนง่าย จะทำเป็นเมนู ไก่ทอด กินเล่น หรือเป็นกับข้าวแสนอร่อย ก็ดีไม่แพ้กัน เรียกว่าเป็นเมนูครอบครัว เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินอร่อยจ้า 🍗😋 ❞

 

จากเมนูไก่ง่าย ๆ ทำกินกันในครอบครัว คงเบื่อ ๆ กันแล้ว ลองมาทำขายเพิ่มรายได้วันหยุดกันดีไหม? หรือใครจะทำเป็นอาชีพหลักก็ดีไม่เบาแอดมิน ขอนำเสนอ สูตรไก่ทอด 🍗 ทำขาย  หลากหลายแบบ รับรองทำง่าย หอม กรอบ อร่อย เชื่อเลยว่า ได้ทำขาย ต้องดิบขายดีอย่างแน่นอน!

สูตรเมนู ไก่ทอดกรอบ

สูตรเมนู ไก่ทอดกรอบ

ไก่ทอดกรอบ สไตล์ร้าน ไก่ทอด ชื่อดังของผู้พันเชนเดอร์ ทำง่าย เหมือนไปกินที่ร้าน ลองมาทำไก่ทอดกรอบ เผยเคล็ดลับการทอดไก่ให้กรอบ รสชาติดี โดยขั้นตอนแสนง่าย พร้อมเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้หนังไก่เนียนสวย และกรอบนาน บอกเลยทำกินเอง ฟินสุด ๆ

ส่วนผสม

 

  • เนื้อไก่ 1000 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ½ ช้อนชา
  • กระเทียมป่น 2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่นเกาหลี 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งทอดกรอบ 300 กรัม
  • แป้งสาลี 300 กรัม
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันปาล์มสำหรับทอด

 

วิธีทำ

  1. นำน้ำตาลทราย เกลือ กระเทียมป่น พริกไทยป่น พริกป่นเกาหลี มาผสมให้เข้ากัน จากนั้น นำไปคลุกเคล้ากับไก่ที่เตรียมไว้ และนำไปแช่ตู้เย็นไว้ 2-3 ชั่วโมง
  2. นำแป้งสาลี และแป้งทอดกรอบ นำมาร่อนให้เข้ากัน พักไว้
  3. ตั้งกระทะ โดยใช้กระทะแบบหนา และก้นค่อนข้างลึก โดยใช้อุณหภูมิที่ 150-160 องศาเซลเซียส เทน้ำมันให้ท่วมกระทะ รอจนร้อน
  4. นำแป้งที่เตรียมไว้ตักมาผสมน้ำส่วนหนึ่ง จากนั้น นำไก่มาคลุกกับแป้งแห้ง พยายามคลุกให้ทั่วถึง โดยอย่าบี้ที่ไก่ จากนั้นนำขึ้นมาสะบัดไปทางเดียวและไปจุ่มลงในน้ำผสมแป้ง นำขึ้นมาคลุกเคล้าแป้งแห้งอีกครั้ง นำขึ้นมาสะบัดทางเดียวอีกครั้งและนำลงไปทอด
  5. เมื่อผ่านไป 10 นาที กลับด้านไก่ที่ทอดให้สุกทั่วกัน ทิ้งไว้อีกประมาณ 5 นาที หรือสังเกตที่สีเหลืองสวย ตักพักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ

สูตรเมนู ปีกไก่ทอดน้ำปลา

สูตรทำปีกไก่ทอดน้ำปลา มาพร้อมกับ สูตรทำน้ำจิ้มแจ่ว บอกเลยว่ากินคู่กัน อร่อย ลงตัว กำลังดี เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ฟินกันทั้งครอบครัว รู้ตัวอีกทีหมดจานอย่างแน่นอน

ส่วนผสมปีกไก่ทอด

 

  • ปีกไก่ 500 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา
  • พริกไทย ½ ช้อนชา

 

ส่วนผสมน้ำจิ้มแจ่ว

 

  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • พริกป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 2 หัว
  • ผักชีฝรั่ง 1 ถ้วย

 

วิธีทำ

  1. นำปีกไก่มาล้างทำความสะอาด และผึ่งไว้ให้หมาด
  2. ก่อนหมักไก่ ให้นำส้อมมาจิ้มปีกไก่ให้ทั่ว เพื่อให้น้ำหมักเข้าเนื้อ
  3. ใส่น้ำปลา น้ำตาล พริกไทยป่น แล้วคลุกเข้าเข้ากัน
  4. ใช้แรปพลาสติกปิดไว้ แล้วนำไปเข้าตู้เย็น หมักไว้ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
  5. ตั้งน้ำมันให้ร้อนได้ที่ ใช้ไฟกลาง ใส่ปีกไก่ที่หมักแล้วลงไปทอด ให้น้ำมันท่วมไก่
  6. เมื่อไก่สุกได้ที่ ให้เร่งไฟ เพื่อให้ปีกไก่เป็นสีเหลืองทอง และไล่น้ำมัน
  7. เมื่อได้สีเหลืองตามต้องการ ให้นำปีกไก่ขึ้นจากกระทะ พักให้สะเด็ดน้ำมัน พร้อมเสิร์ฟ

 

วิธีทำน้ำจิ้มแจ่ว

  1. ใส่น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทราย ลงในถ้วย คนให้น้ำตาลละลายหมด
  2. ใส่พริกป่น และหอมแดง คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่ข้าวคั่ว
  3. โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่ง

สูตรเมนู ไก่ทอด วิงซ์แซ่บ

เอาใจสาย วิงซ์แซ่บ ด้วยสูตรเด็ดสูตรนี้กัน ต้องใช้อะไรบ้าง มีเคล็ดลับการทอดอย่างไร ให้ไก่วิงซ์แซ่บจานนี้ อร่อยจนฉุดไม่อยู่ ตามไปดูกัน

ส่วนผสม

 

  • ปีกบนไก่ 500 กรัม
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • กระเทียมป่น 1 ช้อนชา
  • พริกไทย 1 ช้อนชา
  • แป้งทอดกรอบ 150 กรัม
  • แป้งสาลี 150 กรัม
  • นมสดรสจืด 200 มิลลิลิตร
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงวิงซ์แซ่บ 2 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

  1. ทำความสะอาดปีกไก่บน ด้วยการล้างในน้ำสะอาด จากนั้น นำไก่ลงไปแช่ในน้ำผสมเกลือ (น้ำ 1 หม้อกับเกลือ 2 ช้อนชา) พักทิ้งไว้ เพื่อให้เนื้อไก่มีรสชาติเพิ่มขึ้น ประมาณ 6 ชั่วโมง แต่หากมีเวลาจำกัด ให้เปลี่ยนเป็นวิธีโรยเกลือลงบนปีกไก่บน โดยไม่ต้องแช่ในน้ำเกลือแทน
  2. เมื่อแช่ไก่ในน้ำเกลือจนครบเวลาที่กำหนด ให้นำมาซับกับกระดาษทิชชู สำหรับซับน้ำ พักไก่ให้แห้ง
  3. นำไก่ที่พักไว้มาชุปกับแป้งอเนกประสงค์ 1 รอบ ให้แป้งพอติดกับตัวไก่บาง ๆ ไม่ต้องหนามาก พักใส่จานไว้
  4. แป้งที่เหลือทั้งหมด ให้นำมาผสมรวมกับวิงซ์แซ่บ หากต้องการเผ็ดเด็ดกว่านี้ ให้โรยผงพริกป่นละเอียดลงไปผสมเพิ่มเติมอีกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ตอกไข่ไก่ใส่ชาม ตีไข่จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้น นำไก่ที่คลุกแป้งทิ้งไว้ในรอบแรกมาชุบในชามไข่ให้ทั่ว
  6. จากนั้น นำไปคลุกกับแป้ง ที่ผสมวิงซ์แซ่บอีกครั้ง ให้หนาทั่วทั้งชิ้น นำใส่จานพักไว้เตรียมลงทอด
  7. ตั้งกระทะด้วยไฟกลางถึงไฟแรง ใส่น้ำมันลงไป รอให้เตาร้อนได้ที่ นำไก่ลงทอดในกระทะ คอยสังเกตุและพริกด้านให้ไก่สุกเหลืองทั่วทั้งชิ้น หากไฟแรงเกินไปให้ลดไฟลง ไม่ให้ไก่ไหม้  เมื่อไก่สุกได้ที่ ใช้เวลาประมาณ 10 – 12 นาที นำพักให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

สูตรเมนู ไก่ทอดชีส

 

ไก่ทอดชีส เมนูไก่ทอดที่ฉ่ำไปด้วยซอสเนย พร้อมชีสรสเข้ม มาพร้อมเข้าคู่ รับรองว่าเด็ดถึงใจ

ส่วนผสม

ส่วนผสมไก่ทอด

 

  • ชีสแผ่น 1 แพ็ค 
  • ปีกไก่บน 1 กิโลกรัม 
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
  • แป้งข้าวโพด 1 ถ้วยตวง 
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ผงฟู 2 ช้อนชา 
  • เกลือ ½ ช้อนโต๊ะ 
  • พริกไทย ½ ช้อนโต๊ะ  

ส่วนผสมซอสบัตเตอร์ฮันนี่

  • เนยเค็ม 20 กรัม  
  • น้ำตาล 2 ช้อนชา  
  • น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ  
  • กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ  
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา 

 

วิธีทำ

ขั้นตอนแรก : หมักไก่เตรียมทอด

นำปีกบนไก่มาปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

จากนั้น ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวโพด และไข่ไก่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน

หมักไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วนำลงทอดให้สุก ตักขึ้นพักไว้ 

ขั้นตอนที่ 2 : ซอสบัตเตอร์ฮันนี่

ตั้งกระทะ นำเนยเค็มลงละลายจากนั้น นำกระเทียมลงผัดให้สุก

ปรุงรสด้วยน้ำตาล และซอสปรุงรสเล็กน้อย เติมน้ำผึ้งลงไป คนให้พอเหนียว

นำไก่ลงคลุกเคล้าให้ซอสเคลือบทั่วชิ้นไก่

ขั้นตอนที่ 3 : เพิ่มชีส และเผาชีส

จากนั้น นำชีสแผ่น มาแบ่งเป็น 3 ส่วน

แล้วแปะลงบนชิ้นไก่ พ่นไฟเล็กน้อย เพื่อให้ชีสละลาย พร้อมเสิร์ฟ


สูตรเมนู ไก่ป๊อป ไก่เขย่า

เอาใจลูกค้าเด็ก ๆ หรือลูกค้าที่ไม่อยากแทะกระดูกกันด้วยเมนูไก่ป๊อป เนื้อไก่ปรุงรสทอดจนกรอบ สุดท้ายเอาไปเขย่ากับพริกป่นปาปริก้าและเครื่องเทศ

ส่วนผสม

 

  • สะโพกไก่ 500 กรัม
  • เกลือป่น ¼ ช้อนชา
  • พริกไทยดำบด ¼ ช้อนชา
  • แป้งทอดกรอบ 150 กรัม
  • น้ำเย็นจัด สำหรับผสมแป้ง
  • แป้งทอดกรอบ สำหรับคลุก
  • น้ำมันพืช สำหรับทอด
  • ผงปาปริก้า 2 ช้อนชา
  • ผงปรุงรสอิตาเลียน (Italian Seasoning) 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีสับ 2 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

 

  1. ล้างเนื้อไก่ให้สะอาด ซับให้แห้ง เลาะกระดูกออก หั่นเป็นชิ้น ใส่ลงในภาชนะ ปรุงรสด้วยเกลือ และพริกไทยดำ
  2. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัด คนให้เข้ากันจนข้น
  3. นำเนื้อไก่ลงไปคลุกแป้งทอดกรอบ ตามด้วยน้ำแป้งที่ผสมไว้ สุดท้ายคลุกแป้งทอดกรอบอีกครั้ง
  4. ใส่เนื้อไก่ลงทอดในน้ำมันพืชไฟปานกลาง จนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะบัดให้สะเด็ดน้ำมัน
  5. ใส่เนื้อไก่ลงในภาชนะ เติมผงปาปริก้า ผงปรุงรสอิตาเลียน และผักชีลงไป ปิดฝา เขย่าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ

 

สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน

❝ เห็นไหมว่าสูตรเมนู ไก่ทอด นั้น ทำได้ไม่ยากเลย จะทำกินเอง ทำขายก็ดีหมด หวังว่าสูตรที่เราให้มานี้ ผู้อ่านคงนำๆผต่อยอดสร้างรายได้ไม่มากก็น้อย ❞

 

ที่มา สูตรไก่ทอด  จาก  Spring Green Evolution

 

ความพิเศษของเนื้อ อยู่ที่การมีชั้นไขมันแทรก ยิ่งมีไขมันแทรกเยอะเนื้อวัวนั้นก็ยิ่งนุ่ม เด้งสู้ลิ้น อย่างมาก ใครๆ ที่เป็นสายเนื้ออาจจะหาร้านที่ขาย เมนูเนื้อ ได้ค่อนข้างยากนิดหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ขายอาหารทั่วไป ไม่ได้เป็นร้านที่ขายเมนูเนื้อโดยเฉพาะ อาหารหรือเมนูอาจจะไม่ค่อยถูกใจสาวกคนรักเนื้อเท่าไหร่นัก จริงๆแล้วเมนูเนื้อวัวสามารถนำมารังสรรค์เมนูได้ง่ายๆ ได้ที่บ้าน ไม่ต้องไปทานไกลถึงร้านหรูๆ วันนี้แอดมินจะพาไปดูสูตรอาหารที่มีเนื้อเป็นตัวชูโรง “เมนูเนื้อวัว” 🍖  เนื้อนุ่มละลายในปาก ทำได้มากกว่าที่คุณคิดแน่นอนไปดูกันเลย

เมนูเนื้อ ผัดกะเพราเนื้อใส่หัวปลี

 

ผัดกะเพราเนื้อใส่หัวปลี ใช้เนื้อโคขุนโพนยางคำส่วนริบอายที่หั่นขายเป็นแผ่นบางๆ เป็นเนื้อที่นุ่ม ใช้ทำผัดกะเพราหรือจิ้มจุ่มได้ดี

ส่วนผสม

  • เนื้อสไลซ์ประมาณ  200 กรัม
  • หัวปลีหัวย่อมๆ 1 หัว
  • กระเทียมสับหยาบ 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูสวนสับหรือตำหยาบๆ กับกระเทียม 10 เม็ด
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่าประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายเล็กน้อย
  • น้ำปลาเล็กน้อย
  • ใบกะเพราพอสมควร
  • น้ำมันสำหรับผัด

วิธีทำ

  1. ปอกหัวปลีให้เหลือเฉพาะส่วนสีขาว แช่น้ำผสมน้ำส้มสายชูให้หมดยางเกรอะ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ โฉบในกระทะที่มีน้ำมันพอติดก้นกระทะ ไฟแรงๆ โฉบพอแค่สลด
  2. เอาน้ำมันหมูใส่กระทะ พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่พริกตำกับกระเทียม จะสับหรือตำหยาบๆ ก็ได้ ผัดจนคนผัดจามหรือพอเริ่มเหลืองก็ใช้ได้ ปรุงรสและชิมให้อร่อย ใส่น้ำลงไปนิดหน่อย พอชิมรสได้ที่แล้วก็ใส่เนื้อลงไปผัด โหมไฟแรงๆ ผัดเร็วๆ เนื้อสุกแค่ภายนอกใส่หัวปลีที่โฉบน้ำมันไว้ ใส่ใบกะเพราที่ล้างน้ำแล้วยังมีความชื้นติดใบ ความชื้นนี้จะช่วยให้กะเพราสุกและเขียวสวย ผัดพอกะเพราสลด ตักใส่จาน ตกแต่งรอบจานด้วยใบกะเพรา

2. แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนู  

แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนู


 
แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนูเนื้อวัวส่วนน่องลายเคี่ยวกับกะทิจนนุ่มแล้วแกงกับน้ำพริกแกงเขียวหวานที่ตำเอง หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องแกงเมนูอร่อยคู่สำรับครัวไทย
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
  • เนื้อวัวส่วนน่องลาย 400 กรัม
  • หางกะทิสำหรับเคี่ยวเนื้อ 6 ถ้วย     
  • หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  • มะเขือพวง 1/2 ถ้วย
  • ใบมะกรูด 4 ใบ
  • ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  • น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูสวน 1 ช้อนโต๊ะและใบโหระพาสำหรับตกแต่ง
  • ส่วนผสมพริกแกง
  • พริกชี้ฟ้าเขียว กรีดเมล็ดออก 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูสวนเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ 2 1/2ช้อนโต๊ะ
  • ข่า 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
  • รากผักชี 2 ช้อนชา
  • กะปิ 1 1/2ช้อนชา
  • เกลือ 1/4ช้อนชา
  • เมล็ดพริกไทยขาวคั่ว 3/4 ช้อนชา
  • เมล็ดยี่หร่าคั่ว 1/2ช้อนชา
  • ลูกผักชีคั่ว 3/4 ช้อนชา
 
วิธีทำ
  • ต้มเนื้อวัวในหางกะทิจนนุ่ม พักไว้ให้เย็น หั่นเป็นชิ้นขนาดตามชอบ พักไว้
  • ทำพริกแกงโดยคั่วและตำเครื่องเทศ (พริกไทยขาว ยี่หร่า ลูกผักชี แยกคั่ว) ให้ละเอียดตักขึ้น ตำส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดให้ละเอียด ใส่เครื่องเทศที่ตำไว้แล้วลงไป ตำให้เข้ากัน
  • ต้มหัวกะทิให้แตกมัน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดกับหัวกะทิจนสุกมีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาล
  • ใส่หางกะทิที่เคี่ยวเนื้อ 2 1/2ถ้วย คนผสมให้เข้ากัน ต้มจนเดือด ใส่มะเขือพวงต้มต่อให้สุก
  • หรี่ไฟ ใส่เนื้อวัวที่หั่นเตรียมไว้ ใบมะกรูด และใบโหระพา คนให้ส่วนผสมสุกเข้ากันดี ชิมให้ได้รสเผ็ดเค็มและหวานเล็กน้อย ตักใส่ชามตกแต่งด้วยพริกขี้หนูสวนและใบโหระพา

 

3. เนื้อมิยาซากิย่างกับโฮบะมิโซะ

เนื้อมิยาซากิย่างกับโฮบะมิโซะ  
เนื้อเซอร์ลอยน์ย่างกับโฮบะมิโซะ มิโซะที่ย่างบนใบโฮบะแห้งจนมีกลิ่นหอม เนื้อนี้จึงมีกลิ่นของใบโฮบะและมิโซะรสเค็มหอมที่แทรกอยู่ในเนื้อนุ่มๆ
 
ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
  • เนื้อวัวมิยาซากิเซอร์ลอยน์ 160 กรัม
  • โฮบะมิโซะ (Hoba Miso) 100 กรัม
  • เห็ดหอมแห้ง 13 กรัม
  • โชยุ 2 กรัม
  • มิริน 5 กรัม
  • ต้นหอมญี่ปุ่นซอย 8 กรัม
  • ไพน์นัตอบสับ 3 กรัม
  • พริกบดญี่ปุ่น (Japanese Chili Paste) 0.5 กรัม
  • ใบโฮบะแห้ง 1 ใบ
  • หน่อไม้ฝรั่งและต้นหอมญี่ปุ่นซอยสำหรับเสิร์ฟ
 
วิธีทำ
  • แช่เห็ดหอมแห้งในน้ำจนนิ่ม ต้มกับน้ำดาชิจนนุ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ผสมเห็ดกับโฮบะมิโซะ โชยุ มิริน ต้นหอมญี่ปุ่น ไพน์นัต และพริกบดญี่ปุ่น คนให้เข้ากัน
  • วางใบโฮบะแห้งบนเตาสำหรับเสิร์ฟ วางเนื้อมิยาซากิ ราดซอสที่ผสมไว้ จุดไฟย่างจนเนื้อสุกปานกลางและซอสมีกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งและต้นหอมญี่ปุ่นซอย

4. ต้มจิ๋วเนื้อ

ต้มจิ๋วเนื้อ
 
แกงน้ำใสรสชาติเผ็ดร้อนคล้ายต้มยำ มีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม มีกลิ่นหอมจากใบโหระพาและใบกะเพรา
 
ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ที่)
 
  • เนื้อวัวสันใน 300 กรัม
  • มันเทศ 150 กรัม
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • หอมแดงซอย 8-9 หัว
  • ใบกะเพรา 1/4 ถ้วย
  • ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  • พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 2 หยิบมือ
 
วิธีทำ
 
หั่นเนื้อวัวและมันเทศเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดกลาง
ต้มน้ำให้เดือด ใส่เนื้อและเกลือ ต้มไฟอ่อนจนเนื้อสุกนุ่ม
ใส่มันเทศและหอมแดงลงต้มให้สุกนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และพริกขี้หนูสวนบุบ ปิดไฟ ใส่ใบกะเพรา ใบโหระพา และน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ตักใส่ชาม เสิร์ฟร้อนๆ
 
5. สตูเนื้อกับซอสโมเล่ 
สตูเนื้อกับซอสโมเล่
 
เนื้อน่องลายนำมาตุ๋นจนนุ่มเป็นสตูที่เตรียมไว้กินได้อร่อยทุกมื้อ สูตรนี้ใส่ซอสโมเล่สไตล์เม็กซิกันเพิ่มรสเข้มข้นให้กับสตู กินกับแป้งตอร์ติญาหรือโรตีก็อร่อยเข้ากัน
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
  • เนื้อวัวส่วนน่องลายหั่นชิ้นพอดีคำ 800 กรัม
  • หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว 2 ถ้วย
  • กระเทียมบุบ 5 กลีบ
  • มะเขือเทศบดเข้มข้น (Tomato Paste) 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยดำเมล็ด 1 ช้อนชา
  • เกลือทะเล 1 ช้อนชา
  • น้ำ 2 ถ้วย
  • ใบเบย์ 2 ใบ
  • ออลสไปซ์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอกสำหรับผัดเล็กน้อย
  • ซอสโมเลและพริกฮาลาเปโยดองสับหยาบปริมาณตามชอบ
  • แป้งตอร์ติญาและโรตีสำหรับเสิร์ฟปริมาณตามชอบ
  • ส่วนผสมซัลซาถั่วดำ
ถั่วดำต้มสุก 1 ถ้วย หอมหัวใหญ่สีม่วงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูสับหยาบ 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีซอยเล็กน้อย
 
วิธีทำ
  • บดถั่วดำด้วยช้อนให้พอแหลก ผสมส่วนผสมทั้งหมดเคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน เตรียมไว้
  • วิธีทำ
  • ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกจนสุกใส ใส่กระเทียมลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่มะเขือเทศบดเข้มข้น ผัดจนมีสีน้ำตาลสวยและกลิ่นหอม ใส่เนื้อลงผัดจนเนื้อตึง ใส่พริกไทยดำเมล็ด เกลือ ใบเบย์ ออลสไปซ์ ใส่น้ำให้พอท่วม ต้มให้เดือด จากนั้นปิดฝาใช้ไฟอ่อน ต้มนาน 3-4 ชั่วโมงจนเนื้อสุกนุ่ม
  • ใส่ซอสโมเล่ประมาณ 3/4 -1 ถ้วย ใส่พริกฮาลาเปโยดองคนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมซัลซาถั่วดำ แป้งตอร์ติญา และโรตี

 6. เนื้อสันในวัวอบกับเกล็ดขนมปังเครื่องเทศ 

เนื้อสันในวัวอบกับเกล็ดขนมปังเครื่องเทศ
 
เนื้อวัวส่วนสันในนุ่มๆ หมักกับเครื่องเทศ อบพร้อมกับเกล็ดขนมปังผสมเครื่องเทศกรุบกรอบ กินกับมัสตาร์ดและผักสลัด 5 สี
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)
 
  • เนื้อวัวส่วนสันในน้ำหนัก 400 กรัม 1 เส้น
  • มัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสไลซ์ น้ำมันมะกอก เกลือทะเล และพริกไทยดำบดหยาบสำหรับหมักอย่างละเล็กน้อย
ส่วนผสมเกล็ดขนมปัง
  • เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย
  • ลูกผักชีคั่วบุบ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ยี่หร่าคั่วบุบ 1/2 ช้อนชา
  • พาร์สลีย์สับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือทะเลและพริกไทยดำบดอย่างละ 1/2 ช้อนชา
ส่วนผสมสลัด
  • บีตรูต แครอต ผักโขมเบบี้ เมล็ดข้าวโพดหวาน มะเขือเทศเชอร์รี น้ำมันมะกอก และน้ำส้มสายชูหมักตามชอบ
วิธีทำ
  • หมักเนื้อกับน้ำมันมะกอก กระเทียม เกลือ และพริกไทยไว้ 1-2 ชั่วโมง
  • อบเนื้อที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียสประมาณ 10 นาที ยกออก ทามัสตาร์ดให้ทั่วชิ้นเนื้อ
  • ผสมส่วนผสมเกล็ดขนมปังพอกให้ทั่วเนื้อ แล้วอบต่อที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 10-15 นาทีจนเกล็ดขนมปังเหลืองกรอบ
  • พักเนื้อไว้ 10 นาที หั่นเป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมมัสตาร์ดและสลัดตามชอบ

7. แฮมเบิร์กอบชีส 

แฮมเบิร์กอบชีส
 
แฮมเบิร์กทำจากเนื้อบดผสมหมูบด เป็นกับข้าวที่ครอบครัวญี่ปุ่นนิยมทำ สูตรนี้ราดด้วยซอสทงคัตสึผสมกับซอสมะเขือเทศให้มีรสเปรี้ยวๆ โรยชีสแล้วอบจนชีสเยิ้ม รสชาติอร่อยเข้ากัน
 
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
 
  • เนื้อวัวบด 1/2 ถ้วย
  • เนื้อหมูบด 1/2 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 1/4 ถ้วย
  • เกล็ดขนมปัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำดาชิ น้ำมันพืช ชีสเชดดาร์ขูด ชีสมอซซาเรลลาขูด และพาร์สลีย์สับอย่างละเล็กน้อย
 
ส่วนผสมซอส
 
  • หอมหัวใหญ่หั่นบาง 1/2 ถ้วย
  • เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ
  • เห็ดแชมปิญองหั่นบาง 1/3 ถ้วย
  • ซอสมะเขือเทศเคตชัพ 1/2 ถ้วย
  • มะเขือเทศกระป๋องสับ 1 ถ้วย
  • ซอสทงคัตสึ 1/2 ถ้วย
  • น้ำดาชิ 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายแดง 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
 
วิธีทำ
  • ผสมเนื้อวัว เนื้อหมู หอมหัวใหญ่ เกล็ดขนมปัง แป้งสาลี และโชยุ ใช้มือคลุกจนเข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลมแบน พักไว้
  • ผัดหอมหัวใหญ่กับเนยจนสุกนุ่ม ใส่มะเขือเทศสับ ซอสทงคัตสึ ซอสมะเขือเทศเคตชัพ เติมน้ำดาชิ โชยุ น้ำตาลทรายแดง และมิริน พอเดือดใส่เห็ดแชมปิญอง ผัดให้เห็ดสุกและงวด ชิมรส พักไว้
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยพอร้อน ใส่เนื้อลงทอดให้เหลืองมีกลิ่นหอม เติมน้ำดาชิเล็กน้อย ปิดฝาให้ระอุและเนื้อสุก
  • ตักซอสราดบนเนื้อ ใส่ชีสทั้ง 2 ชนิด ปิดฝาอบไว้สักครู่จนชีสละลาย
  • ตักใส่จาน โรยพาร์สลีย์สับ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งอบตามชอบ

8. ยำเนื้อมะเขือเปราะใส่กะปิ 

เมนูนี้ไม่ได้ทำมานานมาก เป็นยำแบบผสมผสานภาคกลางกับภาคใต้ เราคิดผสมเอง แต่ก็แน่ใจว่าน่าจะมีคนอื่นทำเหมือนๆ กัน เป็นยำที่รสแปลกแต่อร่อย
 
ส่วนผสม
  • เนื้อสันอย่างดีหรือหมูสันในหั่นชิ้นบางๆ พอดีคำ ประมาณ 1 ถ้วย
  • มะเขือเปราะ 5-6 ผล
  • หอมแดงซอย 3-4 หัว
  • กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะลิงปลิงหรือระกำเปรี้ยวซอยปริมาณพอสมควร
  • พริกขี้หนูสวนซอย
  • พริกป่น
  • ต้นหอม ผักชี โหระพา ซอย
  • หัวกะทิข้นๆ นิดหน่อย
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย
  • มะนาว
 
วิธีทำ
  • ตั้งกระทะ เอากะปิลงไปยี กะปิจะหอมและติดกระทะ ใส่หัวกะทิลงไปนิดหน่อยแค่พอละลายกะปิ ตั้งไฟให้กะทิเดือด 
  • ใส่เนื้อลงไปผัดแค่กึ่งสุก ถ้าใช้หมูก็ผัดให้พอสุก
  • ผ่าครึ่งมะเขือและซอยจนหมด
  • คลุกมะเขือกับตะลิงปลิงหรือระกำ เตรียมไว้
  • ตอนนี้เนื้อที่ผัดไว้จะหายร้อนแล้ว หรือถ้าอุ่นหน่อยๆ ก็ได้ คลุกกับมะเขือที่เตรียมไว้และหอมแดงซอย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ใส่พริกให้เผ็ดๆ 
  • ชิมดูก่อนแล้วค่อยเติมมะนาว 
  • ตักใส่จาน โรยต้นหอม ผักชี โหระพา และหัวกะทิข้นๆ
 
 9. ตุ๋นเนื้อเอ็นแก้วใส่โยเกิร์ต  
 
ตุ๋นเนื้อเอ็นแก้วใส่โยเกิร์ต
 
ตุ๋นเนื้อวันนี้จะใส่โยเกิร์ตลงไปด้วย อร่อยดีค่ะ อารมณ์คล้ายๆ ใส่หางกะทิแต่ได้รสชาติมากกว่า ถ้าใส่หอมเจียวลงไปด้วยก็จะคล้ายซุปหางวัว วันนี้เราไม่ได้ใส่เพราะไม่อยากกินอะไรที่มันๆ แต่ถ้าใส่จะหอมกรุ่นและเพิ่มรสชาติไปอีกแบบ
 
ส่วนผสม
 
  • เนื้อน่องลายหั่นขวางเส้น 700 กรัม 
  • หอมหัวใหญ่หั่นตามยาว 1 หัว
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 แก้วบรรจุ
  • น้ำปลา 1/4 ถ้วย + +(ตามชอบ)
  • ดอกเกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก  2-3 ช้อนโต๊ะ (ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยว)
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 2 ต้น 
  • หอมแดงซอย 4 หัว 
  • รากผักชีซอย 2 ราก 
  • กระเทียมไทย 10-15 กลีบ
  • ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
  • ต้นหอม ผักชี พริกขี้หนูสวน พริกไทย หอมเจียวกรอบ (ไม่ใส่ก็ได้)
  • น้ำซุปหรือน้ำเปล่าพอท่วมเนื้อ (กะให้งวดแล้วกำลังดีมีพอซดได้)
 
วิธีทำเครื่องตุ๋น
 
  • ตำตะไคร้และรากผักชีให้ละเอียด ใส่กระเทียมกับหอมแดงลงไปตำให้เข้ากัน 
  • วิธีทำเนื้อตุ๋น
  • นำเนื้อน่องลายไปนาบกับกระทะเทฟลอนให้พอหอมแต่ข้างในยังดิบอยู่ การนาบจะช่วยกระชับผิวเนื้อ ทำให้รักษารสชาติความอร่อยของเนื้อและเพิ่มความหอม
  • เทน้ำใส่หม้อ ใส่เนื้อลงไปต้มตั้งแต่น้ำยังเย็นอยู่ พอน้ำเดือดเต็มที่ก็ช้อนฟองออกให้หมด 
  • ละลายเครื่องตุ๋นที่ตำไว้ใส่ลงไป ต้มจนน้ำเดือด ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก
  • ลดไฟเป็นไฟอ่อน เคี่ยวให้เนื้อเปื่อยครึ่งทาง ใส่หอมหัวใหญ่
  • พอเนื้อเปื่อยได้ที่ใส่โยเกิร์ต ใส่มากน้อยได้ตามชอบ ตั้งไฟให้เดือดวูบเดียว 
  • ปิดไฟ ใส่ใบมะกรูด เติมน้ำมะนาว ชิมรส น่าจะขาดรสเค็มและเปรี้ยวอีกนิดหน่อย
  • ปรุงเนื้อตุ๋นทีละชาม ทุบพริกขี้หนูสวน 3-4 เม็ด น้ำปลานิดหน่อย บีบมะนาวบีบใส่ชามลงไปก่อนให้หอม ตักเนื้อตุ๋นร้อนๆ ราดลงไป โรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชี ถ้าชอบหอมเจียวก็ใส่ลงไปด้วย ที่ขาดไม่ได้เลยคือพริกไทยแท้ของครูมาโนชฉะเชิงเทรา

10. เนื้อตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่น 

เนื้อวัวนำมาตุ๋นกับเครื่องปรุงรสญี่ปุ่นอย่างโชยุจนเนื้อนุ่ม ได้ทั้งกลิ่นหอม รสเค็ม และอูมามิ เติมซอสทงคัตสึเพื่อให้ได้รสเปรี้ยวหวานนิดๆ ได้รสชาติอร่อยสไตล์ญี่ปุ่น
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)
 
  • เนื้อวัวส่วนขาหน้าหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใหญ่  1  กิโลกรัม
  • โชยุ 5  ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์  3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 1/4  ถ้วย
  • กระเทียมบุบ  4-5  กลีบ
  • หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นใหญ่  2 หัว
  • บรั่นดี 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซอสทงคัตสึ  1/2 ถ้วย
  • มันฝรั่งหั่นชิ้นใหญ่  2 หัว
  • แครอตหั่นชิ้นใหญ่  2 หัว
  • ต้นหอมญี่ปุ่นหั่นเฉียง 1  ต้น
  • เกลือทะเลเล็กน้อย
  • ขนมปังสำหรับเสิร์ฟตามชอบ
 
วิธีทำ
  • หมักเนื้อกับโชยุ 3 ช้อนโต๊ะ มิริน และเกลือ พักไว้ 3-4 ชั่วโมง
  • เคล้าเนื้อกับแป้งสาลีให้ทั่ว ทอดเนื้อในกระทะร้อนจัดจนเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้น
  • ใส่กระเทียมลงผัดในกระทะเดิม ใส่หอมหัวใหญ่ ผัดจนสลด ใส่เนื้อวัว ผัดสักครู่ เร่งไฟแรง ใส่บรั่นดี โชยุที่เหลือ และน้ำตาล เติมน้ำเดือดให้พอท่วมเนื้อ ใส่ซอสทงคัตสึ คนให้เข้ากัน ต้มไฟอ่อน 1- 1 1/2 ชั่วโมง จนเนื้อนุ่ม
  • ใส่แครอต มันฝรั่ง และต้นหอมญี่ปุ่น ต้มต่ออีก 1/2 ชั่วโมงจนสุกทั้งหมด (ถ้าน้ำน้อยเติมน้ำร้อนเพิ่ม)ชิมและปรุงรสเพิ่มตามชอบ ตักเสิร์ฟพร้อมกับขนมปัง

เครื่องสไลด์เนื้อ จาก SGE เครื่องหั่นเนื้อที่ผลิตจากสแตนเลส 304 ปรับความหนา-บาง ได้ละเอียด เครื่องสไลด์มี กำลังผลิตสูง ด้วยใบมีดคมกริบ เนื้อทุกชิ้นที่ได้จากการหั่นจะมีหน้าตาสวยงาม น่ารับประทาน ขนาดเท่ากันทุกชิ้นแน่นนอน เหมาะมากสำหรับธุรกิจที่ต้องการ เครื่องสไลด์เนื้อ เป็นชิ้นบางด้วยระยะเวลาสั้นๆ ราคาเพียงหลักพันต้นๆ แต่ได้เนื้อปริมาณมาก รับรองประสิทธิภาพเกินราคา

Cr.ทีมงาน Gourmet & Cuisine

 

🍛 สูตรอาหารอื่นๆ แนะนำ

รวม เมนูปิ้งย่าง ทำกินก็ได้ ทำขายก็ดี
สูตรหมูย่าง หมักหมู เนื้อนุ่มๆ กลิ่นหอม

 

ความพิเศษของเนื้อ อยู่ที่การมีชั้นไขมันแทรก ยิ่งมีไขมันแทรกเยอะเนื้อวัวนั้นก็ยิ่งนุ่ม เด้งสู้ลิ้น อย่างมาก ใครๆ ที่เป็นสายเนื้ออาจจะหาร้านที่ขาย เมนูเนื้อ ได้ค่อนข้างยากนิดหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่ขายอาหารทั่วไป ไม่ได้เป็นร้านที่ขายเมนูเนื้อโดยเฉพาะ อาหารหรือเมนูอาจจะไม่ค่อยถูกใจสาวกคนรักเนื้อเท่าไหร่นัก จริงๆแล้วเมนูเนื้อวัวสามารถนำมารังสรรค์เมนูได้ง่ายๆ ได้ที่บ้าน ไม่ต้องไปทานไกลถึงร้านหรูๆ วันนี้แอดมินจะพาไปดูสูตรอาหารที่มีเนื้อเป็นตัวชูโรง “เมนูเนื้อวัว” 🍖  เนื้อนุ่มละลายในปาก ทำได้มากกว่าที่คุณคิดแน่นอนไปดูกันเลย

เมนูเนื้อ ผัดกะเพราเนื้อใส่หัวปลี

 

ผัดกะเพราเนื้อใส่หัวปลี ใช้เนื้อโคขุนโพนยางคำส่วนริบอายที่หั่นขายเป็นแผ่นบางๆ เป็นเนื้อที่นุ่ม ใช้ทำผัดกะเพราหรือจิ้มจุ่มได้ดี

ส่วนผสม

  • เนื้อสไลซ์ประมาณ  200 กรัม
  • หัวปลีหัวย่อมๆ 1 หัว
  • กระเทียมสับหยาบ 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูสวนสับหรือตำหยาบๆ กับกระเทียม 10 เม็ด
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่าประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทรายเล็กน้อย
  • น้ำปลาเล็กน้อย
  • ใบกะเพราพอสมควร
  • น้ำมันสำหรับผัด

วิธีทำ

  1. ปอกหัวปลีให้เหลือเฉพาะส่วนสีขาว แช่น้ำผสมน้ำส้มสายชูให้หมดยางเกรอะ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ โฉบในกระทะที่มีน้ำมันพอติดก้นกระทะ ไฟแรงๆ โฉบพอแค่สลด
  2. เอาน้ำมันหมูใส่กระทะ พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่พริกตำกับกระเทียม จะสับหรือตำหยาบๆ ก็ได้ ผัดจนคนผัดจามหรือพอเริ่มเหลืองก็ใช้ได้ ปรุงรสและชิมให้อร่อย ใส่น้ำลงไปนิดหน่อย พอชิมรสได้ที่แล้วก็ใส่เนื้อลงไปผัด โหมไฟแรงๆ ผัดเร็วๆ เนื้อสุกแค่ภายนอกใส่หัวปลีที่โฉบน้ำมันไว้ ใส่ใบกะเพราที่ล้างน้ำแล้วยังมีความชื้นติดใบ ความชื้นนี้จะช่วยให้กะเพราสุกและเขียวสวย ผัดพอกะเพราสลด ตักใส่จาน ตกแต่งรอบจานด้วยใบกะเพรา

2. แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนู  

แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนู


 
แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนูเนื้อวัวส่วนน่องลายเคี่ยวกับกะทิจนนุ่มแล้วแกงกับน้ำพริกแกงเขียวหวานที่ตำเอง หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องแกงเมนูอร่อยคู่สำรับครัวไทย
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
  • เนื้อวัวส่วนน่องลาย 400 กรัม
  • หางกะทิสำหรับเคี่ยวเนื้อ 6 ถ้วย     
  • หัวกะทิ 1/2 ถ้วย
  • มะเขือพวง 1/2 ถ้วย
  • ใบมะกรูด 4 ใบ
  • ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  • น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูสวน 1 ช้อนโต๊ะและใบโหระพาสำหรับตกแต่ง
  • ส่วนผสมพริกแกง
  • พริกชี้ฟ้าเขียว กรีดเมล็ดออก 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูสวนเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ 2 1/2ช้อนโต๊ะ
  • ข่า 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
  • รากผักชี 2 ช้อนชา
  • กะปิ 1 1/2ช้อนชา
  • เกลือ 1/4ช้อนชา
  • เมล็ดพริกไทยขาวคั่ว 3/4 ช้อนชา
  • เมล็ดยี่หร่าคั่ว 1/2ช้อนชา
  • ลูกผักชีคั่ว 3/4 ช้อนชา
 
วิธีทำ
  • ต้มเนื้อวัวในหางกะทิจนนุ่ม พักไว้ให้เย็น หั่นเป็นชิ้นขนาดตามชอบ พักไว้
  • ทำพริกแกงโดยคั่วและตำเครื่องเทศ (พริกไทยขาว ยี่หร่า ลูกผักชี แยกคั่ว) ให้ละเอียดตักขึ้น ตำส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดให้ละเอียด ใส่เครื่องเทศที่ตำไว้แล้วลงไป ตำให้เข้ากัน
  • ต้มหัวกะทิให้แตกมัน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดกับหัวกะทิจนสุกมีกลิ่นหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลาน้ำตาล
  • ใส่หางกะทิที่เคี่ยวเนื้อ 2 1/2ถ้วย คนผสมให้เข้ากัน ต้มจนเดือด ใส่มะเขือพวงต้มต่อให้สุก
  • หรี่ไฟ ใส่เนื้อวัวที่หั่นเตรียมไว้ ใบมะกรูด และใบโหระพา คนให้ส่วนผสมสุกเข้ากันดี ชิมให้ได้รสเผ็ดเค็มและหวานเล็กน้อย ตักใส่ชามตกแต่งด้วยพริกขี้หนูสวนและใบโหระพา

 

3. เนื้อมิยาซากิย่างกับโฮบะมิโซะ

เนื้อมิยาซากิย่างกับโฮบะมิโซะ  
เนื้อเซอร์ลอยน์ย่างกับโฮบะมิโซะ มิโซะที่ย่างบนใบโฮบะแห้งจนมีกลิ่นหอม เนื้อนี้จึงมีกลิ่นของใบโฮบะและมิโซะรสเค็มหอมที่แทรกอยู่ในเนื้อนุ่มๆ
 
ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่)
  • เนื้อวัวมิยาซากิเซอร์ลอยน์ 160 กรัม
  • โฮบะมิโซะ (Hoba Miso) 100 กรัม
  • เห็ดหอมแห้ง 13 กรัม
  • โชยุ 2 กรัม
  • มิริน 5 กรัม
  • ต้นหอมญี่ปุ่นซอย 8 กรัม
  • ไพน์นัตอบสับ 3 กรัม
  • พริกบดญี่ปุ่น (Japanese Chili Paste) 0.5 กรัม
  • ใบโฮบะแห้ง 1 ใบ
  • หน่อไม้ฝรั่งและต้นหอมญี่ปุ่นซอยสำหรับเสิร์ฟ
 
วิธีทำ
  • แช่เห็ดหอมแห้งในน้ำจนนิ่ม ต้มกับน้ำดาชิจนนุ่ม หั่นเป็นชิ้นเล็ก ผสมเห็ดกับโฮบะมิโซะ โชยุ มิริน ต้นหอมญี่ปุ่น ไพน์นัต และพริกบดญี่ปุ่น คนให้เข้ากัน
  • วางใบโฮบะแห้งบนเตาสำหรับเสิร์ฟ วางเนื้อมิยาซากิ ราดซอสที่ผสมไว้ จุดไฟย่างจนเนื้อสุกปานกลางและซอสมีกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมหน่อไม้ฝรั่งและต้นหอมญี่ปุ่นซอย

4. ต้มจิ๋วเนื้อ

ต้มจิ๋วเนื้อ
 
แกงน้ำใสรสชาติเผ็ดร้อนคล้ายต้มยำ มีรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม มีกลิ่นหอมจากใบโหระพาและใบกะเพรา
 
ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ที่)
 
  • เนื้อวัวสันใน 300 กรัม
  • มันเทศ 150 กรัม
  • น้ำเปล่า 1 ลิตร
  • หอมแดงซอย 8-9 หัว
  • ใบกะเพรา 1/4 ถ้วย
  • ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  • พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 2 หยิบมือ
 
วิธีทำ
 
หั่นเนื้อวัวและมันเทศเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดกลาง
ต้มน้ำให้เดือด ใส่เนื้อและเกลือ ต้มไฟอ่อนจนเนื้อสุกนุ่ม
ใส่มันเทศและหอมแดงลงต้มให้สุกนุ่ม ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก และพริกขี้หนูสวนบุบ ปิดไฟ ใส่ใบกะเพรา ใบโหระพา และน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน ตักใส่ชาม เสิร์ฟร้อนๆ
 
5. สตูเนื้อกับซอสโมเล่ 
สตูเนื้อกับซอสโมเล่
 
เนื้อน่องลายนำมาตุ๋นจนนุ่มเป็นสตูที่เตรียมไว้กินได้อร่อยทุกมื้อ สูตรนี้ใส่ซอสโมเล่สไตล์เม็กซิกันเพิ่มรสเข้มข้นให้กับสตู กินกับแป้งตอร์ติญาหรือโรตีก็อร่อยเข้ากัน
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
  • เนื้อวัวส่วนน่องลายหั่นชิ้นพอดีคำ 800 กรัม
  • หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว 2 ถ้วย
  • กระเทียมบุบ 5 กลีบ
  • มะเขือเทศบดเข้มข้น (Tomato Paste) 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยดำเมล็ด 1 ช้อนชา
  • เกลือทะเล 1 ช้อนชา
  • น้ำ 2 ถ้วย
  • ใบเบย์ 2 ใบ
  • ออลสไปซ์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอกสำหรับผัดเล็กน้อย
  • ซอสโมเลและพริกฮาลาเปโยดองสับหยาบปริมาณตามชอบ
  • แป้งตอร์ติญาและโรตีสำหรับเสิร์ฟปริมาณตามชอบ
  • ส่วนผสมซัลซาถั่วดำ
ถั่วดำต้มสุก 1 ถ้วย หอมหัวใหญ่สีม่วงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 1/4 ถ้วย พริกขี้หนูสับหยาบ 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีซอยเล็กน้อย
 
วิธีทำ
  • บดถั่วดำด้วยช้อนให้พอแหลก ผสมส่วนผสมทั้งหมดเคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน เตรียมไว้
  • วิธีทำ
  • ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกจนสุกใส ใส่กระเทียมลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่มะเขือเทศบดเข้มข้น ผัดจนมีสีน้ำตาลสวยและกลิ่นหอม ใส่เนื้อลงผัดจนเนื้อตึง ใส่พริกไทยดำเมล็ด เกลือ ใบเบย์ ออลสไปซ์ ใส่น้ำให้พอท่วม ต้มให้เดือด จากนั้นปิดฝาใช้ไฟอ่อน ต้มนาน 3-4 ชั่วโมงจนเนื้อสุกนุ่ม
  • ใส่ซอสโมเล่ประมาณ 3/4 -1 ถ้วย ใส่พริกฮาลาเปโยดองคนให้เข้ากัน ปิดไฟ ตักใส่ชาม เสิร์ฟพร้อมซัลซาถั่วดำ แป้งตอร์ติญา และโรตี

 6. เนื้อสันในวัวอบกับเกล็ดขนมปังเครื่องเทศ 

เนื้อสันในวัวอบกับเกล็ดขนมปังเครื่องเทศ
 
เนื้อวัวส่วนสันในนุ่มๆ หมักกับเครื่องเทศ อบพร้อมกับเกล็ดขนมปังผสมเครื่องเทศกรุบกรอบ กินกับมัสตาร์ดและผักสลัด 5 สี
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)
 
  • เนื้อวัวส่วนสันในน้ำหนัก 400 กรัม 1 เส้น
  • มัสตาร์ด 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสไลซ์ น้ำมันมะกอก เกลือทะเล และพริกไทยดำบดหยาบสำหรับหมักอย่างละเล็กน้อย
ส่วนผสมเกล็ดขนมปัง
  • เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย
  • ลูกผักชีคั่วบุบ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ยี่หร่าคั่วบุบ 1/2 ช้อนชา
  • พาร์สลีย์สับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือทะเลและพริกไทยดำบดอย่างละ 1/2 ช้อนชา
ส่วนผสมสลัด
  • บีตรูต แครอต ผักโขมเบบี้ เมล็ดข้าวโพดหวาน มะเขือเทศเชอร์รี น้ำมันมะกอก และน้ำส้มสายชูหมักตามชอบ
วิธีทำ
  • หมักเนื้อกับน้ำมันมะกอก กระเทียม เกลือ และพริกไทยไว้ 1-2 ชั่วโมง
  • อบเนื้อที่อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียสประมาณ 10 นาที ยกออก ทามัสตาร์ดให้ทั่วชิ้นเนื้อ
  • ผสมส่วนผสมเกล็ดขนมปังพอกให้ทั่วเนื้อ แล้วอบต่อที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 10-15 นาทีจนเกล็ดขนมปังเหลืองกรอบ
  • พักเนื้อไว้ 10 นาที หั่นเป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมมัสตาร์ดและสลัดตามชอบ

7. แฮมเบิร์กอบชีส 

แฮมเบิร์กอบชีส
 
แฮมเบิร์กทำจากเนื้อบดผสมหมูบด เป็นกับข้าวที่ครอบครัวญี่ปุ่นนิยมทำ สูตรนี้ราดด้วยซอสทงคัตสึผสมกับซอสมะเขือเทศให้มีรสเปรี้ยวๆ โรยชีสแล้วอบจนชีสเยิ้ม รสชาติอร่อยเข้ากัน
 
ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)
 
  • เนื้อวัวบด 1/2 ถ้วย
  • เนื้อหมูบด 1/2 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 1/4 ถ้วย
  • เกล็ดขนมปัง 2 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำดาชิ น้ำมันพืช ชีสเชดดาร์ขูด ชีสมอซซาเรลลาขูด และพาร์สลีย์สับอย่างละเล็กน้อย
 
ส่วนผสมซอส
 
  • หอมหัวใหญ่หั่นบาง 1/2 ถ้วย
  • เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ
  • เห็ดแชมปิญองหั่นบาง 1/3 ถ้วย
  • ซอสมะเขือเทศเคตชัพ 1/2 ถ้วย
  • มะเขือเทศกระป๋องสับ 1 ถ้วย
  • ซอสทงคัตสึ 1/2 ถ้วย
  • น้ำดาชิ 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายแดง 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
 
วิธีทำ
  • ผสมเนื้อวัว เนื้อหมู หอมหัวใหญ่ เกล็ดขนมปัง แป้งสาลี และโชยุ ใช้มือคลุกจนเข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลมแบน พักไว้
  • ผัดหอมหัวใหญ่กับเนยจนสุกนุ่ม ใส่มะเขือเทศสับ ซอสทงคัตสึ ซอสมะเขือเทศเคตชัพ เติมน้ำดาชิ โชยุ น้ำตาลทรายแดง และมิริน พอเดือดใส่เห็ดแชมปิญอง ผัดให้เห็ดสุกและงวด ชิมรส พักไว้
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยพอร้อน ใส่เนื้อลงทอดให้เหลืองมีกลิ่นหอม เติมน้ำดาชิเล็กน้อย ปิดฝาให้ระอุและเนื้อสุก
  • ตักซอสราดบนเนื้อ ใส่ชีสทั้ง 2 ชนิด ปิดฝาอบไว้สักครู่จนชีสละลาย
  • ตักใส่จาน โรยพาร์สลีย์สับ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งอบตามชอบ

8. ยำเนื้อมะเขือเปราะใส่กะปิ 

เมนูนี้ไม่ได้ทำมานานมาก เป็นยำแบบผสมผสานภาคกลางกับภาคใต้ เราคิดผสมเอง แต่ก็แน่ใจว่าน่าจะมีคนอื่นทำเหมือนๆ กัน เป็นยำที่รสแปลกแต่อร่อย
 
ส่วนผสม
  • เนื้อสันอย่างดีหรือหมูสันในหั่นชิ้นบางๆ พอดีคำ ประมาณ 1 ถ้วย
  • มะเขือเปราะ 5-6 ผล
  • หอมแดงซอย 3-4 หัว
  • กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะลิงปลิงหรือระกำเปรี้ยวซอยปริมาณพอสมควร
  • พริกขี้หนูสวนซอย
  • พริกป่น
  • ต้นหอม ผักชี โหระพา ซอย
  • หัวกะทิข้นๆ นิดหน่อย
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย
  • มะนาว
 
วิธีทำ
  • ตั้งกระทะ เอากะปิลงไปยี กะปิจะหอมและติดกระทะ ใส่หัวกะทิลงไปนิดหน่อยแค่พอละลายกะปิ ตั้งไฟให้กะทิเดือด 
  • ใส่เนื้อลงไปผัดแค่กึ่งสุก ถ้าใช้หมูก็ผัดให้พอสุก
  • ผ่าครึ่งมะเขือและซอยจนหมด
  • คลุกมะเขือกับตะลิงปลิงหรือระกำ เตรียมไว้
  • ตอนนี้เนื้อที่ผัดไว้จะหายร้อนแล้ว หรือถ้าอุ่นหน่อยๆ ก็ได้ คลุกกับมะเขือที่เตรียมไว้และหอมแดงซอย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ใส่พริกให้เผ็ดๆ 
  • ชิมดูก่อนแล้วค่อยเติมมะนาว 
  • ตักใส่จาน โรยต้นหอม ผักชี โหระพา และหัวกะทิข้นๆ
 
 9. ตุ๋นเนื้อเอ็นแก้วใส่โยเกิร์ต  
 
ตุ๋นเนื้อเอ็นแก้วใส่โยเกิร์ต
 
ตุ๋นเนื้อวันนี้จะใส่โยเกิร์ตลงไปด้วย อร่อยดีค่ะ อารมณ์คล้ายๆ ใส่หางกะทิแต่ได้รสชาติมากกว่า ถ้าใส่หอมเจียวลงไปด้วยก็จะคล้ายซุปหางวัว วันนี้เราไม่ได้ใส่เพราะไม่อยากกินอะไรที่มันๆ แต่ถ้าใส่จะหอมกรุ่นและเพิ่มรสชาติไปอีกแบบ
 
ส่วนผสม
 
  • เนื้อน่องลายหั่นขวางเส้น 700 กรัม 
  • หอมหัวใหญ่หั่นตามยาว 1 หัว
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 แก้วบรรจุ
  • น้ำปลา 1/4 ถ้วย + +(ตามชอบ)
  • ดอกเกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก  2-3 ช้อนโต๊ะ (ขึ้นอยู่กับความเปรี้ยว)
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 2 ต้น 
  • หอมแดงซอย 4 หัว 
  • รากผักชีซอย 2 ราก 
  • กระเทียมไทย 10-15 กลีบ
  • ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
  • ต้นหอม ผักชี พริกขี้หนูสวน พริกไทย หอมเจียวกรอบ (ไม่ใส่ก็ได้)
  • น้ำซุปหรือน้ำเปล่าพอท่วมเนื้อ (กะให้งวดแล้วกำลังดีมีพอซดได้)
 
วิธีทำเครื่องตุ๋น
 
  • ตำตะไคร้และรากผักชีให้ละเอียด ใส่กระเทียมกับหอมแดงลงไปตำให้เข้ากัน 
  • วิธีทำเนื้อตุ๋น
  • นำเนื้อน่องลายไปนาบกับกระทะเทฟลอนให้พอหอมแต่ข้างในยังดิบอยู่ การนาบจะช่วยกระชับผิวเนื้อ ทำให้รักษารสชาติความอร่อยของเนื้อและเพิ่มความหอม
  • เทน้ำใส่หม้อ ใส่เนื้อลงไปต้มตั้งแต่น้ำยังเย็นอยู่ พอน้ำเดือดเต็มที่ก็ช้อนฟองออกให้หมด 
  • ละลายเครื่องตุ๋นที่ตำไว้ใส่ลงไป ต้มจนน้ำเดือด ปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ น้ำปลา น้ำมะขามเปียก
  • ลดไฟเป็นไฟอ่อน เคี่ยวให้เนื้อเปื่อยครึ่งทาง ใส่หอมหัวใหญ่
  • พอเนื้อเปื่อยได้ที่ใส่โยเกิร์ต ใส่มากน้อยได้ตามชอบ ตั้งไฟให้เดือดวูบเดียว 
  • ปิดไฟ ใส่ใบมะกรูด เติมน้ำมะนาว ชิมรส น่าจะขาดรสเค็มและเปรี้ยวอีกนิดหน่อย
  • ปรุงเนื้อตุ๋นทีละชาม ทุบพริกขี้หนูสวน 3-4 เม็ด น้ำปลานิดหน่อย บีบมะนาวบีบใส่ชามลงไปก่อนให้หอม ตักเนื้อตุ๋นร้อนๆ ราดลงไป โรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชี ถ้าชอบหอมเจียวก็ใส่ลงไปด้วย ที่ขาดไม่ได้เลยคือพริกไทยแท้ของครูมาโนชฉะเชิงเทรา

10. เนื้อตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่น 

เนื้อวัวนำมาตุ๋นกับเครื่องปรุงรสญี่ปุ่นอย่างโชยุจนเนื้อนุ่ม ได้ทั้งกลิ่นหอม รสเค็ม และอูมามิ เติมซอสทงคัตสึเพื่อให้ได้รสเปรี้ยวหวานนิดๆ ได้รสชาติอร่อยสไตล์ญี่ปุ่น
 
ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)
 
  • เนื้อวัวส่วนขาหน้าหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใหญ่  1  กิโลกรัม
  • โชยุ 5  ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์  3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 1/4  ถ้วย
  • กระเทียมบุบ  4-5  กลีบ
  • หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นใหญ่  2 หัว
  • บรั่นดี 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • ซอสทงคัตสึ  1/2 ถ้วย
  • มันฝรั่งหั่นชิ้นใหญ่  2 หัว
  • แครอตหั่นชิ้นใหญ่  2 หัว
  • ต้นหอมญี่ปุ่นหั่นเฉียง 1  ต้น
  • เกลือทะเลเล็กน้อย
  • ขนมปังสำหรับเสิร์ฟตามชอบ
 
วิธีทำ
  • หมักเนื้อกับโชยุ 3 ช้อนโต๊ะ มิริน และเกลือ พักไว้ 3-4 ชั่วโมง
  • เคล้าเนื้อกับแป้งสาลีให้ทั่ว ทอดเนื้อในกระทะร้อนจัดจนเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้น
  • ใส่กระเทียมลงผัดในกระทะเดิม ใส่หอมหัวใหญ่ ผัดจนสลด ใส่เนื้อวัว ผัดสักครู่ เร่งไฟแรง ใส่บรั่นดี โชยุที่เหลือ และน้ำตาล เติมน้ำเดือดให้พอท่วมเนื้อ ใส่ซอสทงคัตสึ คนให้เข้ากัน ต้มไฟอ่อน 1- 1 1/2 ชั่วโมง จนเนื้อนุ่ม
  • ใส่แครอต มันฝรั่ง และต้นหอมญี่ปุ่น ต้มต่ออีก 1/2 ชั่วโมงจนสุกทั้งหมด (ถ้าน้ำน้อยเติมน้ำร้อนเพิ่ม)ชิมและปรุงรสเพิ่มตามชอบ ตักเสิร์ฟพร้อมกับขนมปัง

เครื่องสไลด์เนื้อ จาก SGE เครื่องหั่นเนื้อที่ผลิตจากสแตนเลส 304 ปรับความหนา-บาง ได้ละเอียด เครื่องสไลด์มี กำลังผลิตสูง ด้วยใบมีดคมกริบ เนื้อทุกชิ้นที่ได้จากการหั่นจะมีหน้าตาสวยงาม น่ารับประทาน ขนาดเท่ากันทุกชิ้นแน่นนอน เหมาะมากสำหรับธุรกิจที่ต้องการ เครื่องสไลด์เนื้อ เป็นชิ้นบางด้วยระยะเวลาสั้นๆ ราคาเพียงหลักพันต้นๆ แต่ได้เนื้อปริมาณมาก รับรองประสิทธิภาพเกินราคา

Cr.ทีมงาน Gourmet & Cuisine

ในการถนอมอาหาร หรือผลไม้อีกอย่างที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องมีอุปกรณ์มาก ใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ ด้วยการตากนั้นเองครับ วันนี้เอาวิธีทำกล้วยตากมาฝาก เก็บไว้กินได้นาน ยังสามารถใช้เป็นอาหารที่เก็บไว้รับประทานได้นาน ยามช่วงวิกฤตการณ์น้ำท่วมนี้ได้อีกเช่นกัน แต่คงต้องทำกันไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้แล้วล่ะ เพราะต้องใช้เวลาในการตาก แต่รับรองว่าแดดแรงๆ แบบช่วงนี้คงใช้เวลาไม่นานเลยครับ
 
“กล้วยตาก” เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมรับประทานกัน เพราะมีรสชาติดีและรับประทานง่ายกว่ากล้วยธรรมดา ทั้งนี้กล้วยถือเป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ สารอาหารสูง อุดมด้วยไฟเบอร์ โปแตสเซียม และวิตามินซี การถนอมอาหารด้วยวิธีการตากแห้งนั้น กล้วยจะมีการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก และสามารถยืดอายุกล้วยได้นานขึ้นอีกด้วย

🍌 กล้วยตาก

วิธีการทำกล้วยตาก

เลือกกล้วยที่แก่จัด สีเปลือกเป็นสีเหลือง กล้วยตาก ที่ได้จะช่ำเป็นเงาเทคนิคทำให้กล้วยทั้งหวีสุกเท่ากัน คือจะต้องบ่มกล้วยก่อน โดยให้เลือกกล้วยที่แก่จัด ตัดออกเป็นหวี แล้วใช้กระสอบผ้าคลุม
 
 
แกะ กล้วย ออกจากเปลือก ตัดเส้นใยที่ติดออก หากไม่ตัดเส้นออกเมื่อนำไป ตากแดด กล้วยจะดำ และตัดส่วนที่เป็นสีดำหรือสีน้ำตาลออกด้วย
 
 
ก่อนนำกล้วยไปตากให้แช่กล้วยในน้ำเกลือ 10-15 นาที จากนั้นนำกล้วยเรียงใส่กระด้งหรือกระจาดที่มีรู แล้วนำไปตากแดด
 
 
“เคล็ดลับเพื่อความสะดวกสบาย เราสามารถนำกล้วยเข้าตู้อบลมร้อนแทนการนำไป ตากแดด ได้ ช่วยย่นเวลาการตากแห้งได้อีกด้วย”