อยากมีตัวช่วยดี ๆ ในการลดน้ำหนักก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะเราพึ่งประโยชน์ของน้ำผัก-ผลไม้ปั่นเป็นตัวช่วยลดความอ้วนได้ แถมได้ประโยชน์ 2 ต่อด้วย

สูตรน้ำผักปั่น - น้ำผลไม้ปั่น ที่เรากำลังจะบอกต่อทุกคนในวันนี้ บอกได้เลยค่ะว่าเป็นสูตรน้ำผักปั่นลดพุงก็ได้ เป็นน้ำผลไม้ลดความอ้วนก็ดี และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพกับคนที่ไม่ค่อยจะกินผักผลไม้สักเท่าไรในแต่ละวันด้วย เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูสูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นลดน้ำหนักกันเลยดีกว่า

น้ำผักปั่น ผักเคล

f:id:siamfood:20210908180411j:plain

น้ำผักปั่น ผักเคล

สูตรน้ำผักเคลปั่น สูตรนี้จะเน้นทานเพื่อสุขภาพ ได้ความครบถ้วนของสารอาหาร และไม่เหม็นเขียวด้วยการใช้น้ำเลม่อนตัดรสเหม็นเขียว เนื่องจาก ผักเคล ผักที่ถือได้ว่าเป็นอาหาร Superfood ที่ให้สารอาหาร ที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินมากมาย เช่น วิตามินบี วิตามินเค วิตามินซี วิตามินบี 6 โซเดียม แคลเซียม โพแทสเซียม เหล็ก และยังมีโปรตีนอีกด้วย ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตอาจจะต้องหลีกเลี่ยง หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจากพบ โพแทสเซียม ใน ผักเคล ถึง 400 กรัม

 

ส่วนผสม
ผักเคล 250 กรัม , น้ำต้มสุก 1 ถ้วย , น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา , เลม่อน ครึ่งลูก , เกลือป่นเล็ก1/2 ช้อนชา , น้ำแข็ง 1 ทัพพี

 

วิธีทำ

  1. ล้างผักเคลให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำต้มสุก ปั่นผสมให้ละเอียด ยกลงกรองด้วยผ้าขาวหรือ กระชอน กรองเอาเฉพาะน้ำเท่านั้น
  2. เทน้ำผักเคลใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแรงจนเดือด ใส่น้ำผึ้ง เลม่อน เกลือป่น ให้รีบยกลงจากเตาทันที แล้วพักทิ้งไว้จนเย็น
  3. เวลาดื่ม เท น้ำผักปั่น ลงในแก้ว อยากได้รสชาติเพิ่ม ให้เติม เลม่อน หรือ น้ำผึ้ง เติมน้ำแข็งเพื่อเพิ่มอรรถรสให้รสชาติ

ทำน้ำผักแล้ว ต้องมี เครื่องจ่ายน้ำหวาน คุณภาพสูง ราคาเริ่มต้น 4000 บาท รุ่นอุตสาหกรรม ตัวเครื่องทำจากสแตนเลส 304 ไม่เป็นสนิม ทนทาน ใช้งานได้นาน พร้อมระบบทำความเย็น แท้งค์น้ำถอดทำความสะอาดง่าย พร้อมประกันคุณภาพ 1 ปีเต็มโดยทีมช่าง ทดลองใช้งานก่อนซื้อได้

น้ำแครอท น้ำผักปั่นยอดฮิต

f:id:siamfood:20210908180331j:plain

น้ำแครอท น้ำผักปั่นยอดฮิต

น้ำผักปั่น สูตรนี้ทานง่าย มีรสชาติเปรี้ยวหวาน ไม่มีความเหม็นเขียว แครอทถูกจัดให้เป็น 1 ในอาหารที่ทรงคุณค่า เนื่องด้วยประโยชน์ที่มากมาย เช่น ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ป้องกันโรคหัวใจ บำรุงสายตา ช่วยชะล้างสารพิษต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในตับ ฯลฯ

 

ส่วนผสม
แครอท 1 หัว , มะนาว 1 1/2 ลูก , น้ำเชื่อม 2 ช้อนชา , เกลือ , น้ำแข็ง 1 ทัพพี

 

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกแครอท หั่นแครอทเป็นชิ้นเล็กๆ คั้นน้ำมะนาว
  2. ใส่แครอท น้ำมะนาว น้ำเชื่อม เกลือ น้ำแข็ง ปั่นให้ละเอียด ในช่วงระหว่างปั่นอาจจะเติมน้ำเปล่าเพิ่มเติมเพื่อให้ปั่นง่ายขึ้น

น้ำตำลึง

f:id:siamfood:20210908180254j:plain

น้ำตำลึง

ตำลึง ผักริมรั้วธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีราคาอะไรมาก แต่มีประโยชน์ หรือ สารอาหารมากมาย เช่น เสริมภูมิต้านทาน มีแคลเซียมสูงบำรุงกระดูก เบต้าแคโรทีนในตำลึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามิน A บำรุงสายตาอีกด้วย

 

ส่วนผสม
ใบตำลึง 50 กรัม , น้ำ 200 มิลลิลิตร, น้ำผึ้ง , น้ำเลม่อน , เกลือป่น เล็กน้อย , น้ำแข็ง

 

วิธีทำ

  1. ล้างใบตำลึงให้สะอาด ใส่ใบตำลึงทั้งหมด พร้อมน้ำต้มผักลง ในเครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด
  2. กรองน้ำตำลึงด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่น้ำ นำน้ำตำลึงไปต้มจนเดือด ใส่เกลือ เมื่อเดือดให้รีบยกลงจากเตา พักให้เย็น
  3. เทน้ำตำลึงใส่แก้ว ผสม น้ำผึ้ง น้ำเลม่อน น้ำแข็ง ตามชอบ
  4. รสชาติตำลึงแก้วนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องเหม็นเขียว เนื่องจากมีเลม่อน และขั้นตอนช่วยชะล้างกลิ่นเหม็นเขียวเรียบร้อยแล้ว


น้ำบีทรูท แครอท แอปเปิ้ลเขียว

f:id:siamfood:20210908180215j:plain

สูตรนี้จะมาทั้งผักและผลไม้ ไม่ใช่แค่ น้ำผักปั่น มีสรรพคุณช่วยให้หน้าเด็กลง เนื่องจากเลือกส่วนผสมที่เน้น สารต้านอนุมูลอิสระ ทานประจำรับรองหน้าเด็กลง ริ้วรอยลดลง ผิวพรรณเด้ง เต่งตึงแน่นอน ด้วยตัวผลไม้ก็จะมีแอปเปิ้ลเขียวและมะนาว ส่วนผักก็จะเป็นแครอทและบีทรูท ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้เป็นผักที่อัดแน่นด้วยวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ โดยสารต้านอนุมูลอิสระในบีทรูทจะช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น ส่วนแครอทนั้นจะอุดมไปด้วยแคโรทีนอยด์ที่จะช่วยฟื้นฟูผิวจากการถูกทำร้ายจากแสงแดด และช่วยลดริ้วรอยไปในตัว!

 

ส่วนผสม
บีทรูท ครึ่งลูก , แครอท 1 หัว , แอปเปิลเขียว 1 ลูก , มะนาว 1 ลูก

 

วิธีทำ

  1. ทำความสะอาด บีทรูท , แครอท , แอปเปิลเขียว ให้สะอาด ก่อนมาปั่นให้แช่ช่องฟรีซก่อน ไม่ต้องแช่ให้แข็ง ให้พอเย็นเวลาปั่นจะได้ไม่ต้องใช้น้ำแข็ง
  2. นำ บีทรูท แครอท แอปเปิลเขียว มะนาว ใส่เครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด เทใส่แก้วพร้อมดื่ม

 

น้ำผักปั่นดีท็อกซ์

น้ำปั่นดีท็อกซ์

สูตรของ Green Plus นี้เห็นมาจาก นิตยสารแม่บ้าน เป็นการจับ แตงกวา ผักกาดคอส แอปเปิลเขียว และกีวีมาปั่นรวมกัน เพิ่มรสเปรี้ยวจากเลมอน เป็นสูตรดีท็อกซ์ที่ดีมาก ช่วยการขับถ่ายได้คล่องขึ้น

 

ส่วนผสม
ผักกาดคอส หั่นเป็นชิ้น 100 กรัม , แตงกวา หั่นเป็นชิ้น ๆ 50 กรัม , เลมอน คั้นน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ , แอปเปิลเขียวปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น ๆ 30 กรัม , กีวีปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น ๆ 30 กรัม

 

วิธีทำ

  1. นำส่วนผสมทุกอย่างปั่นรวมกันจนจะเอียด รินใส่แก้วเล็ก ๆ ดื่มทันทีเป็นมื้อเช้า ช่วยชะล้างล้างพิษในร่างกาย
  2. ถ้าต้องการเพิ่มรสหวานสามารถเติมน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมกลิ่นหอม อาทิ น้ำเชื่อมเมเปิล น้ำเชื่อมอัลมอนด์

🍑 หากต้องการเก็บรักษาผักผลไม้ให้ได้นานๆ ไม่ทำลายรสชาติและสัมผัสเนื้อของอาหาร และปกป้องอาหารไว้เป็นเวลานาน แนะนำให้ซีลด้วย เครื่องซีลสูญญากาศ SGE ช่วยป้องกันจากการแช่แข็ง และการคายน้ำ  การปิดผนึกด้วยวิธีสูญญากาศ ยังช่วยไม่ทำลายรสชาติและสัมผัสเนื้อของอาหารที่เก็บรักษา

 

 

สลัดโรลเป็นเมนูเพื่อสุขภาพยอดฮิตที่ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสาวๆ วัยทำงานที่ต้องการอาหารง่ายๆ กินแล้วไม่อ้วน เพื่อเป็นมื้อเช้าหรือมื้อเย็นแบบเบาๆ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราลองทำสูตรสลัดโรลด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าได้กินผักสด สะอาด และยังสามารถเลือกน้ำสลัดที่ดีต่อสุขภาพได้มากกว่าด้วย ! วันนี้ เรามี วิธีการทำสลัดโรล ง่ายๆ มาฝาก เก็บไว้ลองทำเองได้เลยนะคะ ทุกสูตรสามารถกะปริมาณวัตถุดิบได้เลยตามชอบ เตรียมเข้าครัวลงมือทำกันได้เลย

การ ให้เลือก ผัด สลัด

  • ส่วนใหญ่ก็จะเน้นเป็นพวกผักที่เราชอบรับประทานหรือผักที่อยู่ตรงสลัดบาร์หรือ เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค แครอท แตงกวา แต่ถ้าเป็นแตงกวาต้องเอาไส้ออกเพราะจะทำให้สลัดโรลแฉะ และเสีย
  • ผักที่จะนำมาทำขึ้นอยู่กับเนื้อสัตว์และน้ำสลัดที่เราเลือกด้วย เช่นถ้าเป็นพวกของทะเลหรือปลาทูที่รับประทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดอาจจะเพิ่มผักที่ดับคาวเช่นใบโหระพาหรือผักชีฝรั่ง

การเลือกแผ่นเมี่ยง หรือ แป้งเวียดนาม

  • ควรเลือกที่มียี่ห้อ ห่อไม่ฉีกขาด แผ่นแห้งสนิทไม่มีรา ใช้ได้ทั้งแบบแผ่นเหลี่ยมและแบบแผ่นกลม

วิธีห่อสลัดโรล

  • ต้องตัดแผ่นเมี่ยงครึ่งแผ่น และก่อนห่อต้องนำแป้งไปจุ่มน้ำทั้งแผ่น
  • นับ 1 ถึง 5 นำแผ่นวางบนเขียงแผ่นเมี่ยงจะยังแข็งอยู่ ไม่ต้องตกใจ แผ่นจะเริ่มนิ่มเองหลังจากวางผักเสร็จ
  • โดยเริ่มจากวางเนื้อสัตว์ (เพื่อให้สวยงาม)
  • ตามด้วยผักที่หั่น วางผักสลัดปิดท้าย โดยวางหันส่วนใบออกทั้งสองทาง แล้วห่อให้แน่น
  • เทคนิคที่สำคัญอีกอย่างคือก่อนม้วนนำมือจุ่มน้ำเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แป้งติดมือตอนม้วน หั่นแบ่งครึ่ง การห่อ 1 ครั้งจะได้สลัดโรล 2 ชิ้น

 

น้ำจิ้ม

  • น้ำจิ้มหรือน้ำสลัด สามารถเลือกจากรสชาติที่เราชอบได้เลย หรือถ้าชอบเป็นน้ำสลัดซีฟู้ด ก็แนะนำให้ใช้เป็นน้ำสลัดผสมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดจะอร่อยกว่าผสมกับมายองเนส
 

วิธีการเก็บสลัดโรลให้แป้งไม่แข็ง

แล้วถ้าทานไม่หมดเก็บยังไง การเก็บสลัดโรลให้รับประทานได้หลายวัน

  • ถ้าซื้อไปทำเองที่บ้านก็แนะนำว่า เก็บแบบยังไม่ได้ห่อเวลาจะรับประทานค่อยนำมาประกอบร่างจะได้สลัดโรลแบบสดใหม่
  • แต่ถ้าซื้อมาแล้วรับประทานไม่หมด เก็บใส่กล่องที่ปิดสนิท แช่ตู้เย็น ก่อนรับประทานนำออกมาตั้งทิ้งไว้ตามที่เราจะรับประทานให้คลายเย็นเพื่อให้แป้งนุ่ม แต่หากนำออกมาจากตู้เย็นยกกล่องแล้วแนะนำให้รับประทานให้หมด
Cr. maggi.co.th/kitchen-tips/how-to-make-salad-rolls
ปฏิบัติตามฉัน

 

 

หากสังเกตให้ดี ตามร้านอาหารทั่วไป อาทิ ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนมจีน ร้านส้มตำ รวมไปจนถึงร้านอาหารพื้นเมือง มีอยู่สิ่งหนึ่งที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นของรับประทานคู่กับอาหารเหล่านั้น นั่นคือ “แคบหมู” เป็นการแปรรูปและถนอมอาหารที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ถือว่าเป็นอาหารพื้นเมืองล้านนาอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อมานานจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ภาคใต้ หรือในกรุงเทพมหานคร เอง ก็มีผู้ประกอบการทำกิจการทำแคบหมูมิใช่น้อย แต่ก็จะปรับปรุงรูปแบบและรสชาติให้แตกต่างออกไป เช่น “แคบหมูกระจก” ใช้ทานเล่นกับน้ำพริกเผาหรือน้ำพริกหนุ่ม...

การเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแคบหมู ประกอบด้วย

  • กระทะสำหรับทอด 1 ใบ
  • กะละมังขนาดกลาง 2 ใบ
  • อั้งโล่ หรือเตาไฟขนาดใหญ่ 1 ใบ
  • ฟืนหรือถ่านตามสมควร
  • ปี๊บหรือหม้อเคลืบมีฝาปิด 2 ใบ
  • ตะหลิวมีด้ามยาว 1 อัน
  • กระชอนตักแคบหมูจากกระทะ 1 อัน
  • ตะกร้าไม้ไผ่สำหรับพักน้ำมัน 1 ใบ
  • ตราชั่งสำหรับชั่งหนังหมูและแคบหมู
  • ถุงพลาสติกขนาดต่าง ๆ และยางรัดของ
  • กระดาษซับน้ำมัน

การเตรียมส่วนผสม แคบหมู

  • เกลือ เป็นเครื่องปรุงที่เพิ่มรสชาติแคบหมูให้มีรสเค็ม กลมกล่อม
  • ผงชูรส เป็นเครื่องปรุงเสริมแต่งให้แคบหมูรสชาติดียิ่งขึ้น ควรเลือกซื้อผงชูรสที่มีคุณภาพดีพอสมควร
  • ซีอิ๊วขาว ใช้สำหรับแต่งสี และปรุงให้แคบหมูมีสีเข้ม มีรสและกลิ่นน่ารับประทาน
  • น้ำมันหมู ใช้สำหรับทอดแคบหมู ควรเป็นน้ำมันใหม่ สะอาด ไม่เหม็นหืน และไม่มีสีดำคล้ำ
  • หนังหมู 10 กิโลกรัม
  • เกลือ 1 1/4 ถุง ถุงละ 100 กรัม
  • ผงชูรส 4 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาวหรือดำ 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม (สำหรับทำรับประทานในครอบครัว)

  • หนังหมู 2 กิโลรับ
  • เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงชูรส
  • ซีอิ๊วขาวหรือดำ
  • หมายเหตุ หากใช้ซีอิ๊วดำให้ลดปริมาณลงครึ่งหนึ่งของซีอิ๊วขาว

การทอด แคบหมู

เตรียมเชื้อเพลิงให้ร้อนพอสมควร (100 องศา) ให้น้ำมันที่ใช้ต้ม หนังหมูทอด เมื่อน้ำมันร้อนจัดแล้ว สังเกตได้จากมีควันสีเขียวเกิดขึ้น ทดลอง โดยเอาหนังหมูที่เตรียมไว้หย่อนลงไปในกระทะ 1- 2 ชิ้น ก่อน ถ้าหนังหมูจม และลอยตัวขึ้นมาช้า ๆ แสดงว่าน้ำมันยังไม่ร้อนพอ ให้รอสักครู่ หนึ่งแล้วจึงทดลองใหม่ จนเห็นว่าหนังหมูลอยตัวขึ้นมาทันที ก็เป็นอันว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว พร้อมที่จะทำการทอดแคบหมูต่อไป

ในการทอดหนังหมูต้ม ให้เป็นแคบหมูนี้ ให้ใส่พอประมาณ ดูว่ามีเนื้อที่เหลือพอที่จะให้หนังหมูพองตัวแล้วไม่เบียดกันจนเกินไป

เทคนิคในการทอด

  • เมื่อใส่หนังหมูต้มลงไปทอดในน้ำมันที่ร้อนจัดแล้วให้ใช้ตะหลิวโปร่งคอยกด หนังหมู ที่ลอยขึ้นมา จมลงไปในน้ำมันให้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็พยายามคนพลิกกลับข้างล่าง และแกว่งตะหลิวโปร่งไปมาสลับกัน เพื่อให้หนังหมูขยายตัวและได้รับความร้อนจากน้ำมันโดยทั่วกัน ทอดต่อไปจนเห็นว่าแคบหมูพองตลอด ทั้งก้อนและมีสีเหลืองกรอบได้ที่แล้ว จึงตักแคบหมูขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หรือใช้กระดาษซับน้ำมัน ทำการซับน้ำมันอีกครั้งหนึ่งก็ได้ พักทิ้งไว้ให้เย็น เตรียมบรรจุต่อไป

การบรรจุและการเก็บรักษาแคบหมู
แคบหมูเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากหนังหมูทอด มีลักษณะกรอบ ฉะนั้นในการเก็บรักษา ต้องคำนึงถึงการรักษาคุณค่าทางอาหาร และรสชาติของแคบหมู ให้มีลักษณะกรอบ ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน

ดังนั้น ในการเก็บรักษาจะต้องมิให้ถูกความชื้น โดยการเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท และห่อหุ้มแคบหมูด้วยถุงพลาสติก รัดยางยึดให้แน่น ไม่ให้อากาศเข้าได้ ถ้าจำนวนไม่มาก อาจจะใส่ถุงพลาสติก รักปากถุงให้แน่น ด้วยยางรัดของ แล้วนำเก็บเข้าตู้เย็น จึงจะสามารถเก็บรักษาไว้หลายวัน โดยคงรสชาติเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป (ไม่ควรเกิน 5 วัน) หรือ แนะนำ ซองกันชื้น Siliga gel จาก SGE ช่วยดูดความชื้น ลดกลิ่นอับ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของคุณ มีอายุที่ยาวนาน และแห้งเสมอ

ที่มา gotoknow.org/posts/442896

 

เที่ยงนี้กินไรดี เมื่อนึกถึงมื้อกลางวัน เมนูสิ้นคิดแต่ไม่สิ้นสุดของความอยาก หรือต้องสั่ง กับ หมูกระเทียม พริกไทย เหมาะกับทุกเวลาและโอกาส จะไปทานที่ร้านก็เจอ หมูทอดกระเทียม ที่มีหน้าตาไม่เหมือนกันสักร้าน นั่นเพราะว่าหมูทอดกระเทียมนั้น มีหลากหลายสูตรมาก ทั้งแบบน้ำขลุกขลิก แบบแห้งๆ กรอบๆ และแบบหมูสามชั้น ซึ่งวันนี้ BINNIE ขอนำเสนอสูตร เมนู หมูกระเทียม 3 แบบ 3 สไตล์ ที่ทำด้วยตัวเองง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน แค่นำเนื้อหมูหมักทิ้งไว้ และนำไปทอด ใช้เวลาไม่นานก็ได้หมูทอดกระเทียม พร้อมทานเป็นมือกลางวันได้เลย

หมูกระเทียม 🐷 สูตรหมูนุ่ม น้ำขลุกขลิก


วัตถุดิบ
เนื้อหมูสันนอก 350 กรัม (ไม่ควรหนาเกิน 0.5 มิล), ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา , น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ , น้ำเปล่า 60 มิลลิลิตร , ผักชี สำหรับโรยหน้า

ส่วนผสมหมักหมู
รากผักชี 5 ต้น,พริกไทย 1 ช้อนชา , ไข่ไก่ 1 ฟอง , น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ , ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ , น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ , เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา , กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ล้างทำความสะอาดเนื้อหมู หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้น โขลก รากผักชี พริกไทย กระเทียม นำเครื่องปรุงทั้งหมด ไข่ไก่ 1 น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เบกกิ้งโซดา ใส่ในเนื้อหมูที่เตรียมไว้ ค่อยๆ คลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง หรือ ใส่ถุงซีล ซีลถุงด้วย เครื่องซีลสูญญากาศ แล้วใส่ตู้เย็นหมักทิ้งไว้ 1 คืน จะช่วยให้เครื่องปรุงรสและเครื่องเทศต่างๆซึมเข้าเนื้อปลาหมึกได้ดีขึ้น

2.ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ตามด้วยกระเทียม ผัดให้กระเทียมเหลืองหอม ใส่หมูหมักลงไปผัด ใส่เครื่องปรุง ซอสหอยนางรม น้ำตาล ผัดให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อหมู จากนั้นตามด้วยน้ำเปล่าพอขลุกขลิก หรือชอบแบบมีน้ำก็ใส่น้ำเยอะหน่อย แต่อาจจะต้องชิมรสชาติด้วย

3.ผัดต่อจนเนื้อหมูสุกดี โรยหน้าด้วย ผักชี ยกขึ้นเสิร์ฟ คู่กับข้าวสวยร้อน

หมูกระเทียม 🐷 สูตรแบบแห้ง กรอบนอกนุ่มใน



วัตถุดิบ
เนื้อหมูสันนอก 400 กรัม (ไม่ควรหนาเกิน 0.5 มิล), เกลือเล็กน้อย ,พริกไทย 1 ช้อนชา , ซอสแม็กกี้ 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ , ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ , แป้งโกกิ 4 ช้อนโต๊ะ , รสดี ½ ช้อนชา

วิธีทำ
1.หมักเนื้อหมู ใส่เครื่องปรุงทั้งหมด คลุกเคล้าเนื้อหมูกับเครื่องปรุงให้เช้ากัน แล้วทิ้งไว้ซัก 1 ชั่วโมง หรือหมักทิ้งข้างคืนไว้

2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้พอท่วมเนื้อหมู เมื่อกระทะเริ่มร้อนให้ทยอยใส่เนื้อหมูลงไปผัด ผัดไปเรื่อยๆ คอยกลับไป กลับมา จนเนื้อหมูเปลี่ยนสี และสุกให้ยกขึ้นใส่จานโรยด้วยกระเทียวเจียวหอมๆ ทานคู่กับซอสพริก ฟินแน่นอน

หมูกระเทียม 🐷 สูตรหมู 3 ชั้น



สูตรนี้มาจาก ช่อง Youtube : FoodTravelTVChannel เป็นการเปลี่ยนเนื้อหมูสันนอก มาใช้หมูสามชั้นแทนซึ่งจะให้ความรู้สึกที่ต่างกัน ด้วยไขมันที่แทรกในหมูสามชั้น ทำให้ได้ทั้งความกรอบ และนุ่มของไขมัน และเนื้อหมู ทานกับกระเทียมเจียวหอมๆ

ส่วนผสม
หมูสามชั้น เลาะหนัง 300 กรัม , ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ , ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ , พริกไทยป่น 1 ช้อนชา , กระเทียมสับ 2 ช้อนชา , แป้งทอดกรอบ 4 ช้อนโต๊ะ , น้ำเย็น 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ หมูสามชั้นทอดกระเทียม
1. นำหมูใส่กะละมังผสมที่จัดเตรียมไว้ใส่น้ำส้มสายชูลงไปหมักให้เข้ากันแล้วพักไว้ 1 ชั่วโมง
2. นำกระทะใส่น้ำมันใช้ไฟกลางรอให้นำมันร้อนได้ที่แล้วใส่กระเทียมลงไปรี่ไฟเล็กน้อยเจียวให้สีเหลืองกรอบแล้วนำไปพักไว้
3. นำหมูที่หมักไว้มาใส่แป้งทอดกรอบลงไปคลุกให้เข้ากันแล้วนำไปร่อนในตะแกรงให้แป้งหลุดออกบางส่วน
4. ตั้งกระทะใส่น้ำมันรอให้ร้อนได้ที่แล้วจึงนำหมูลงทอดให้สีเหลืองสวยงามแล้วพักไว้
5. ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ตามด้วยซอสพื้นฐานและน้ำเปล่านำหมูสามชั้นที่ทอดไว้ลงไปคลุกในกระทะและใส่พริกไทยป่นคลุกเคล้าให้เค้ากันอีกรอบพร้อมจัดเสิร์ฟ

😛 เป็นไงบ้างกับเมนู หมูกระเทียมทั้ง 3 แบบ 3 สไตล์ ใช้เวลาในการเตรียมวัตถุดิบ และ การทอดไม่นาน โดยสามารถสลับทานได้ไม่มีเบื่อ ทั้งทานเป็นมือกลางวัน หรือจะสลับเป็นมื้อเย็น ทานเล่นๆ ได้หลายแบบ

เมนู เนื้อแดดเดียว กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตที่ไม่ได้หากินได้ง่ายๆ หรือตามร้านส้มตำ ร้านอาหารตามสั่งทั่วไปก็ไม่อร่อยถูกปาก บางร้านก็เหนียวไป บางร้านก็แข็งไปโดยเนื้อเมื่อตากแดดเสร็จยังเอาไปทำเมนูอื่นๆ ได้อีกมากมาย หลากหลาย โดยจริงๆ แล้ว เนื้อแดดเดียวเมื่อหมัก และตากเสร็จแล้ว ไม่ได้เอาไปแค่ทอดอย่างเดียวแต่สามารถนำไปดัดแปลงทำเป็นเมนูอื่นๆ แทนเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ หรือ เนื้อหมูได้เลย

  • เมนูที่ทำจากเนื้อแดดเดียวที่ต้องโดน

ผัด , ทอด นำมาหั่นเป็นชิ้น ผัดกระเพรา ใส่หน่อไม้ , ทอด กินกับข้าวเหนียวเป็นอาหารเช้า , ข้าวผัดเนื้อเค็ม
ยำ เมื่อนำไปทอดเสร็จแล้ว สามารถนำไปทำยำได้ เช่น ยำสามกรอบ , ยำมะม่วง
ต้ม นำไป แกงใส่ใบตำลึง , แกงป่าฝักทอง , แกงขี้เหล็ก , เอาไปย่างให้หอมใส่ แกงกะทิกับใบมะขามอ่อน
ย่าง นำไปย่างไฟทานเปล่าๆ ก็เด็ดนัก หรือ ย่าง แล้วใช้แทนหมู ไก่ ได้เกือบทุกเมนู

 

เนื้อแดดเดียวที่ผ่านการหมัก และตากเรียบร้อยแล้ว สามารถเก็บใส่ตู้เย็นไว้ทำทานได้นานหลายเดือน

สูตรทำ เนื้อแดดเดียว เน้นกลิ่นหอมของเนื้อ

เนื้อแดดเดียวสูตรนี้ จุดเด่นคือ เน้นการใช้วัตถุดิบที่น้อย เป็นสูตรจาก ช่อง Youtube 🙏 กินได้อร่อยด้วย จะเน้นได้กลินเนื้อหอมๆ ไม่เน้นเครื่องเทศ
 
วัตถุดิบ
เนื้อวัว (ติดมัน สามชั้น) 1 ก.ก. , น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา , พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา

 
วิธีทำ
  1. ล้างเนื้อให้สะอาด หั่นสไลด์ชิ้นยาวๆ ขนาดเท่าๆ กัน เวลานำไปตากจะได้สุกเท่าๆ กัน
  2. นำพริกไทยเม็ด โขลกให้หยาบๆ จากนั้นใส่ลงไปในเนื้อที่เตรียมไว้ ปรุงรสด้วยน้ำปลาแท้ น้ำตาลทรายเล็กน้อย ใช้มือขยำคลุกเคล้าให้เข้ากัน
  3. นำไปวางในกระด้ง หรือตะแกรง นำไปตากแดดจัด ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นกลับด้าน ตากอีก 30 นาที เมื่อตากเสร็จแล้วให้สังเกตเนื้อจะตึงๆ เป็นอันใช้ได้นำไปทอด หรือทำเมนูอื่นๆ หรือฟรีสเก็บไว้ได้นานนับเดือน
 
เคล็ดลับ การหั่นเนื้อควรหั่นขวางลายเนื้อ เพื่อเนื้อที่ได้จะไม่เหนียว

เนื้อ แดดเดียว สูตรหอมเครื่องเทศ


สูตรนี้ เราขอแนะนำ มีลักษณะเด่นคือ มีกลิ่นเนื้อที่ลดลง แต่เพิ่มกลิ่นพวกเครื่องเทศแทน ด้วยเนื้อที่นุ่ม กลิ่นเครื่องเทศหอมแทรกไปในเนื้อ เอาเนื้อไปทำกับเมนูอะไรก็อร่อยแน่นอน

วัตถุดิบ

เนื้อสะโพก ติดมัน 1 กิโลกรัม , น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำตาลมะพร้าว ½ ช้อนโต๊ะ , ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ , รากผักชีบุบ 10 ราก , กระเทียม 5 กลีบ , พริกไทย ½ ช้อนชา , น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ , ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ , สัปปะรด 1 ชิ้น , งาขาว 1 ช้อนโต๊ะ , น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ล้างเนื้อให้สะอาด โดยหั่นเนื้อขวางลายเนื้อ เป็นแนวยาว เท่าๆ กัน
  2. ตำรากผักชี กับกระเทียม พริกไทย น้ำตาลมะพร้าว โคลกให้เข้ากัน
  3. นำ ส่วนผสม น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ซอสปรุงรส คลุกเคล้าเบาๆ กับเนื้อให้เข้ากัน
  4. จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ตำไว้ มาใส่รวม คลุกเคล้าให้ทั่ว ใส่น้ำพืช คลุกเคล้าจนเนื้อมีความมันวาว
  5. นำเนื้อสัปปะรดมาคั้นเอาแต่น้ำ ใส่ลงไปในเนื้อ คลุกต่อให้เนื้อเข้ากัน
  6. นำมาวางเรียงใส่กระด้ง หรือตะแกรง ตากแดดจัดๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น กลับด้าน ตากอีกประมาณ 2 ชั่วโมง

เคล็ดลับ : หากอยากหมักให้เข้าเนื้อทั้งรสและกลิ่น ก่อนนำมาตากแดดให้ใส่ถุง แล้วซีลด้วย เครื่องซีลสูญญากาศ แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ซัก 1 คืน โดยเนื้อหมักจะมีรสชาติและกลิ่นที่หอมมากขึ้นกว่าการหมักธรรมดาๆ ทั่วไป

อุปสรรคของการทำ เนื้อแดดเดียว นั้นคือ แดด โดยการเลือกวันที่ทำเนื้อ ต้องเป็นวันที่มีแดดจัด ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน และยังมีแมลงต่าง ๆ หรือ สัตว์เลี้ยงกวนใจ เนื้อของคุณ แนะนำว่าควรมี ตู้อบลมร้อน ไว้ซักเครื่อง ติดบ้านไว้ โดยตู้อบรมร้อนไม่ได้ทำแค่เนื้อแดดเดียวได้ ยังสามารถทำผัก ผลไม้อบแห้ง หรือแปรรูปอาหารอื่นๆ ที่ไม่ใช้น้ำมันได้อีกด้วย