เด็กห้อง เด็กหอ มนุษย์คอนโด มาทางนี้ ใครที่กำลังมองหาสูตรอาหารง่าย ๆ ใกล้สิ้นเดือน กะหล่ำปลีน้ำปลาไข่ข้นหอม เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เวลาไปนั่งทานที่ร้านอาหาร จะพบว่าราคาค่อนข้างสูงทั้งๆ ที่มีวัตถุดิบพียงน้อยนิด แต่ด้วยรสชาติที่อร่อยถูกปากทานได้ทั้งครอบครัว รับประทานกับข้าวสวยก็อร่อย เราจึงอดใจไม่ได้ที่จะสั่งมาทุกที แต่พอมาลองทำเองที่บ้านก็จะพบว่าทำยังไงก็ไม่อร่อยเหมือนที่ร้าน เพราะบางทีผักก็เหี่ยวบ้าง กลิ่นไม่หอมบ้าง กระเทียมไหม้ไปบ้างก็มี วันนี้เราจึงมีสูตรการทำกะหล่ำปลีน้ำปลาไข่ข้นหอมพร้อมเคล็ดลับความอร่อยมาฝาก เมนู กะหล่ำปลีน้ำปลาไข่ข้นหอม ทำง่ายมาก เริ่มด้วยผัดกะหล่ำปลี ราดน้ำปลาหอมๆ เพิ่มความพิเศษด้วยไข่ข้นฉ่ำๆ ราดลงไปด้านบน โรยด้วยกระเทียมเจียว กลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน

วิธีทำ กะหล่ำปลีน้ำปลาไข่ข้นหอม

สูตรคร้าบบบ 
  • กะหล่ำปลี 1 หัว
  • กระเทียม(บุบหยาบ) 3-5 กลีบ
  • น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง (สำหรับกะหล่ำ)
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับไข่ข้น)
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง
  • กระเทียมเจียว (โรยหน้า)

เคล็ดลับการทำกะหล่ำปลีให้อร่อย เลือกซื้อ หม้อทอด ดีๆ ซักหม้อ เพื่อให้การทำอาหารของทอดของคุณง่าย และอร่อยขึ้น หากเป็นธุรกิจหม้อทอดดีๆ ก็จะช่วยถนอมน้ำมันของคุณให้ใช้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ทำให้คุณประหยัดน้ำมันในการทอดไปได้มากโข แนะนำ หม้อทอด SGE ที่ราคาถูกแต่คุณภาพดีมาก (แอดมินซื้อหม้อทอดไฟฟ้า SGE มาใช้ได้ 2 ปีแล้วปัจจุบันยังใช้ได้ดีอยู่ ไม่มีอาการอะไรเลย)

 
วิธีทำ
  1. นำกะหล่ำปลีมาหั่นเป็นเสี้ยวใหญ่ๆ ตัดแกนออกแล้วค่อยๆ แกะกะหล่ำออกทีละใบ นำไปล้างน้ำและสะเด็ดเตรียมไว้ (กะหล่ำเลือกลูกที่แน่นๆ)
  2. ผสมน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลละลาย เตรียมไว้(ผสมเตรียมก่อนเพราะถ้าใส่ตอนที่ผัดเลย จะทำให้ละลายไม่ทันและไหม้ไปก่อน)
  3. ตั้งกระทะไฟแรง รอจนกระทะเริ่มร้อนใส่น้ำมันรอจนร้อน ใส่กะหล่ำปลีลงไป (อย่าพึ่งรีบกลับผัก ให้ค่อยๆทอดจนผักสลดเล็กน้อย) แล้วใส่กระเทียมลงไปผัดให้เข้ากัน
  4. ค่อยๆ เทน้ำปลาที่เตรียมไว้ให้ทั่ว คลุกให้เข้ากัน ปิดไฟเทใส่จาน
  5. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันรอจนน้ำมันเริ่มร้อน ใส่ไข่ลงไป ใช้ตะหลิวคนไข่จนไข่เริ่มเซ็ตตัว แต่ไม่ต้องให้สุก ปิดไฟ ราดบนกะหล่ำปลี แต่งหน้าด้วยกระเทียมเจียว

Cr.เนื้อหาจาก พี่หมี Mheememhor

ใครชอบทานไก่ อาหารไทยเป็นทุนเดิมบ้างเอ่ย ไม่ว่าจะเมนูไก่ต้มหรือไก่ทอดจะทำง่ายแต่กินบ่อย ๆ ก็เบื่อ ลองมาทำเมนูไก่ง่าย ๆ จานอื่นกันบ้างดีไหม แอดมินขอนำเสนอวิธีทำเมนูอาหารง่าย ๆ จากไก่ ซึ่งน่าจะคุ้นเคยกันดีคือ กะเพราไก่ ถ้าอยากกินซ้ำเพราะอร่อยมากก็ตามชอบเลยจ้า
กระเพราไก่ อาหารที่ใครๆก็ทำกินเองได้ง่ายๆที่บ้าน เพียงแค่มีเนื้อไก่เป็นวัตถุดิบหลัก ก็สามารถประกอบอาหารมื้ออร่อยได้แล้ว ที่สำคัญเนื้อไก่สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง จึงเป็นอาหารที่ทุกร้านต้องมี หรืออาจเป็นเมนูสิ้นคิดง่ายๆประจำบ้านของใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็ถูกปากถูกคอกันทั้งนั้น 

 

วิธีทำ กะเพราไก่

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่สับ70กรัม
  • ใบกะเพรา1ถ้วย
  • พริกแดงจินดา8เม็ด
  • กระเทียม5กลีบ
  • ซีอิ๊วดำ1/2 ชช
  • ซอสหอยนางรม1/2 ชต.
  • น้ำปลา1/2 ชต
  • น้ำตาลทราย1ชช.
  • คนอร์ เนเชอรัล ผงรสหมูสูตรไม่ใส่ผงชูรส1ชช.
  • ไข่ไก่1ฟอง
  • น้ำมันพืช
  • ข้าวสวย1ถ้วย 
วิธีทำ กะเพราไก่
  • เตรียมส่วนผสมและเครื่องปรุง โขลกพริกแห้งกับกระเทียมพอหยาบ 
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันเจียวกระเทียมและพริกให้พอหอม นำเนื้อไก่สับลงไปผัด 
  • ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำตาล น้ำปลา คนอร์ เนเชอรัลผง และซีอิ๊วดำ แล้วผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย 
  • ใส่กะเพราลงไปผัด ปิดเตาตักใส่จานเสริฟพร้อมข้าวสวยและไข่ดาว  
หากอยากทำเมนูไก่ให้อร่อย แอดมินขอแนะนำให้นำไก่ ไปผ่านการซูวีโดยเครื่องซูวีก่อน คุณจะได้ Textuer ของเนื้อไก่ไปอีกแบบ โดยเครื่องซูวี ช่วยให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง พร้อมยังคงความชุ่มฉ่ำของอาหารไว้ นิยมใช้ในร้านอาหารระดับสูง หรือผู้ที่ต้องการความแปลกใหม่ เลือกเครื่องซูวีพร้อมใช้งานได้ที่ Spring Green Evolution ที่มีบริการหลังการขายดีมาก แอดเคยซื้อเครื่องซูวีที่นี่มาใช้งานมาแล้ว 2 ปี ไม่มีปัญหาเลย
 
Cr.Charmmy Orn จาก wongnai.com

 

วันนี้แอดมินจู่ ๆ นึกอยากกินขนมเบื้อง ขนมไทยโบราณอร่อยขึ้นมา แต่จะไปหาซื้อจากไหนกันนะ เอาล่ะ... ไปซื้อวัตถุดิบมาทำเองเถอะ ไม่ยากเลย 
“ขนมเบื้อง” เป็นอีกหนึ่งขนมไทย ที่มีมายาวนาน เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย พบได้ทั่วไปโดยเฉพาะตามงานวัด และตลาดนัด อีกทั้งปัจจุบันมีวางขายตามศูนย์การค้าชั้นนำหลายแห่ง และภัตตาคารหรู ด้วยแป้งที่บางกรอบ รสชาติหวานหอม ประกอบกับโรยฝอยทอง และมะพร้าวขูด ผัดได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดานักชิม จนมีผู้ประกอบการหลายคนยึดเป็นอาชีพหลัก หรือเสริมไว้เลี้ยงตัวเอง และครอบครัวอีกด้วย
 

วันนี้แอดมินมีสูตร วิธีทำขนมเบื้อง สูตรจาก food.mthai.com เป็นสูตรที่ทำง่ายไม่ต้องใช้แป้งถั่วทอง คั่วแบบโบราณ แค่ใช้แป้งถั่วเขียวผสมกับแป้งข้าวเจ้า ละเลงในกระทะเครปหรือกระทะเทฟลอนง่าย ๆ มาพร้อมวิธีทำครีมสด กินตอนอุ่น ๆ รับรองกรอบอร่อย

 

ส่วนผสมแป้ง

  • แป้งถั่วเขียว 200 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า 350 กรัม
  • แป้งสาลี 100 กรัม
  • ไข่เป็ด (เอาเฉพาะไข่แดง)
  • น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
  • น้ำปูนใส 2 ถ้วย
น้ำตาลทาหน้าขนม
  • น้ำตาลปี๊บ ½ กิโลกรัม
  • ไข่เป็ด (เอาเฉพาะไข่ขาว) 2 ฟอง
  • ครีม
 
  • ไข่เป็ด (เอาเฉพาะไข่ขาว) 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
  • ครีมออฟทาทาร์ ½ ช้อนชา
  • ไส้ขนม
 
  • ไส้หวาน
  • มะพร้าวทึนทึกขูดขาว
  • ฝอยทอง

วิธีทำ
  1. แป้งถั่วเขียว แป้งข้าวเจ้า แป้งสาลีร่อนรวมกันไว้ ใส่น้ำปูนใส ไข่แดง น้ำตาลปี๊บลงไป นวดให้เข้ากัน
  2. ทำน้ำตาลไว้ทาหน้าขนม โดยผสมน้ำตาลปี๊บกับไข่ขาวเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลละลายดี
  3. ทำส่วนของครีม ผสมไข่ขาว น้ำตาลทรายและครีมออฟทาทาร์เข้าด้วยกัน ตีให้ส่วนผสมขึ้นฟู
  4. ตั้งกระทะที่ใช้ทำขนมเบื้อง ใช้ไม้สำหรับทำขนม (เรียกว่ากระจ่า)แปะส่วนผสมของแป้ง ทาลงบนกระทะ
  5. ทาด้วยน้ำตาลทาขนม ตักครีมใส่ ใส่มะพร้าวและฝอยทองตามชอบ แซะขนมแล้วพับครึ่ง ทำต่อไปจนหมด
 

การทำขนมที่เกี่ยวกับแป้ง หรือ ขนมเบื้อง สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เครื่องตีแป้ง หรือ เครื่องผสมอาหาร ที่จะทำให้การทำขนมเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากหากเราตีแป้งเอง หากจำนวนไม่เยอะ  เครื่องตีแป้งอาจจะไม่จำเป็น แต่หากทำเป็นอาชีพ ต้องทำขนมในปริมาณที่เยอะ เครื่องตีแป้ง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบัน เครื่องผสมอาหารมีราคาไม่แพง มีราคาเพียงแค่หลักพันต้น – จนถึงหลักหมื่น มีให้คุณเลือกหลากหลาย โดยยี่ห้อที่อยากจะแนะนำคือ Spring Green Evolution (SGE) ที่มีบริการหลังการขายดี วัสดุก็ใช้ของดี

 

Cr. food.mthai.com/dessert/120140.html

 

 

น้ำเต้าหู้หรือที่เราเรียกกันอีกอย่างนึงว่า นมถั่วเหลือง (soy milk) ทำมาจากถั่วเหลืองต้ม วิธีการทำนั้นจริงๆแล้วไม่ยากเลย เพียงแค่เอาถั่วเหลืองไปบดให้ละเอียดแล้วนำมาต้มกับน้ำ จากนั้นก็กรองกากออกมาจนเกลี้ยง แค่นี้ก็สามารถนำน้ำถั่วเหลืองที่ผ่านการกรองแล้วมาดื่มได้เลยทันที อาจเพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลให้มีรสชาติที่อร่อย ถูกปากกันมากขึ้น กินคู่กับปาท่องโก๋ร้อนๆ กรอบนอกนุ่มในที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆ ในยามเช้า หรือใครอยากกินให้รองท้องอิ่มๆ ก็ทำได้อีกแบบด้วยการใส่เครื่องต่างๆ เช่น สาคู ลูกเดือย วุ้น ถั่วแดง และ ธัญพืชต่างๆ ที่ล้วนแต่เป็นของดีมีประโยชน์ทั้งสิ้น วันนี้ ShopBack เลยรวบรวม 8 ข้อน้ำเต้าหู้ประโยชน์มาฝากทุกคนกันแบบเต็มอิ่ม เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงคุณประโยชน์ของเครื่องดื่มชนิดนี้กันมากขึ้น พร้อมพิกัดร้านน้ำเต้าหู้อร่อยๆให้ไปตามเพื่อสรรหามาดื่มกัน อร่อยแถมยังมีสุขภาพดีเป็นของแถมอีก

 

น้ำเต้าหู้มีโปรตีนจากถั่วเหลือง มีเส้นใยธรรมชาติที่ดีต่อระบบขับถ่าย และมีส่วนประกอบที่สำคัญ คือ สารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) หลังจากบริโภคน้ำเต้าหู้ ร่างกายจะเปลี่ยนสารเคมีชนิดนี้ให้เป็นสารไฟโตรเอสโตรเจน (Phytoestrogens) ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่มีผลต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ และภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนชนิดนี้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ในน้ำเต้าหู้รวมทั้งสารไอโซฟลาโวนอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ และอาจส่งผลทางการรักษาอาการป่วยบางประการได้

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการค้นคว้าทดลองมากมายถึงคุณประโยชน์ของน้ำเต้าหู้ เพื่อศึกษาว่าน้ำเต้าหู้เป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการหลากหลายหรือไม่ หรือเป็นเพียงสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์เท่านั้น

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำเต้าหู้
ลดความอ้วน ลดน้ำหนัก และไขมัน
มีงานวิจัยหนึ่งที่ทดลองประสิทธิผลของนมวัว นมถั่วเหลืองปรุงแต่ง และอาหารเสริมแคลเซียมที่มีผลต่อการลดไขมันในผู้หญิงก่อนวัยทองที่มีภาวะอ้วน และภาวะน้ำหนักเกิน พบว่าการบริโภคนมไขมันต่ำอย่างนมถั่วเหลืองปรุงแต่ง ช่วยลดภาวะอ้วนและภาวะอ้วนลงพุงในกลุ่มตัวอย่างทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกหนึ่งการทดลองได้เปรียบเทียบประสิทธิผลของน้ำเต้าหู้กับนมวัวขาดมันเนยกับระดับไขมันในเลือดและการทำปฏิกิริยากับผนังเซลล์ไขมัน (Lipid Peroxidation) ในผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ผลลัพธ์ที่ได้ชี้ว่าน้ำเต้าหู้มีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันในเลือดและลดการเกิดปฏิกิริยาที่สารอนุมูลอิสระทำปฏิกิริยากับกรดไขมันไม่อิ่มตัวในผนังเซลล์ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูง

ส่วนการทดลองเพื่อหาประสิทธิผลในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายด้วยเครื่องดื่มที่ทำมาจากถั่วเหลือง โดยทำการทดลองในกลุ่มตัวอย่างชาวฝรั่งเศสที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงในกลุ่มความเสี่ยงระดับปานกลาง ผลที่ได้คือ การบริโภคเครื่องดื่มจากถั่วเหลืองที่มีสารแพลนท์ สเตอรอล (Plant Sterol) ช่วยลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลชนิดเลว (non-HDL และ LDL) ลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า น้ำเต้าหู้อาจช่วยควบคุมและลดระดับไขมันในผู้ป่วยที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงที่อยู่ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง

การบำรุงกระดูก
การทดลองเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของนมถั่วเหลืองที่มีสารไอโซฟลาโวนที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตและกระบวนการสร้างหรือสลายกระดูกในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนชาวสเปน พบว่าการบริโภคนมถั่วเหลืองช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินดี และช่วยลดกระบวนการสลายกระดูก นอกจากนั้น การบริโภคสารไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองเพิ่มเติม อาจช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของกลุ่มตัวอย่างได้ และช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกได้อีกด้วย

ความดันโลหิต
มีการทดลองศึกษาประสิทธิผลของเครื่องดื่มที่ทำมาจากถั่วเหลือง ในด้านคุณค่าทางโภชนาการและอิทธิพลต่อการลดน้ำหนัก พบว่าเครื่องดื่มที่ทำมาจากถั่วเหลืองอาจช่วยลดระดับความดันโลหิตซิสโตลิกและไดแอสโตลิกลงได้ ซึ่งเป็นความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัวและคลายตัว ในกลุ่มตัวอย่างเยาวชนเพศหญิงที่มีภาวะอ้วนและภาวะน้ำหนักเกิน อย่างไรก็ตาม ในการทดลองนี้ยังไม่พบผลลัพธ์ในด้านน้ำหนักตัวที่ลดลง หรือขนาดเส้นรอบเอวที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

อีกงานทดลองที่ศึกษาผลลัพธ์จากการบริโภคน้ำเต้าหู้ที่สัมพันธ์กับระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะไตผิดปกติร่วมด้วย พบว่าการบริโภคน้ำเต้าหู้มีผลต่อการควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นในผู้ป่วยกลุ่มนี้

ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับอินซูลินในเลือด และการย่อยอาหาร
จากการค้นคว้าหาประสิทธิผลของการบริโภคผลิตภัณฑ์นมและนมถั่วเหลืองเป็นประจำทุกวันทั้งก่อนมื้ออาหาร 30 นาที และพร้อมมื้ออาหารในกลุ่มทดลองเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี เพื่อศึกษาหาอิทธิพลต่อระบบย่อยอาหาร ระดับน้ำตาลและสารอินซูลินในเลือด พบว่า การดื่มนม ทั้งนมถั่วเหลืองและนมวัวก่อนมื้ออาหาร 30 นาที จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้มากกว่าการดื่มพร้อมมื้ออาหาร ซึ่งวิธีการนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานจากการบริโภคอาหารที่มีค่า GI สูง (Glycemic Index: ค่าดัชนีน้ำตาล) ซึ่งยังต้องค้นคว้าทดลองในด้านนี้ต่อไป เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่ชัดและเป็นประโยชน์ในอนาคต

แบคทีเรียในลำไส้
งานค้นคว้าเกี่ยวกับการบริโภคนมเปรี้ยวที่เป็นนมถั่วเหลืองหมักที่อาจมีอิทธิพลต่อแบคทีเรียในลำไส้เล็ก มีผลลัพธ์ชี้ว่า การบริโภคนมเปรี้ยวที่เป็นนมถั่วเหลืองหมักช่วยเพิ่มปริมาณแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้เล็ก (Probiotics) ซึ่งเป็นผลดีต่อลำไส้และระบบย่อยอาหารอย่างมีนัยสำคัญ

ภาวะเครียดออกซิเดชันจากสารอนุมูลอิสระ
งานวิจัยมากมายได้นำเสนอประสิทธิผลของน้ำเต้าหู้และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วเหลือง มีงานวิจัยหนึ่งที่สนับสนุนคุณประโยชน์ของโปรตีนถั่วเหลืองเช่นกัน แต่นำเสนอในด้านที่แตกต่าง คือ การทดลองให้ผู้ป่วยกลุ่มอาการเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) บริโภคโปรตีนถั่วเหลืองในปริมาณแต่น้อยเพียง 25 กรัม ทุกวัน ผลคือกลุ่มทดลองได้บริโภคโปรตีนถั่วเหลืองปริมาณ 25 กรัม ทุกวัน เป็นเวลา 90 วัน โดยไม่พบผลข้างเคียงในการทดลองนี้ และยังเป็นประโยชน์ในทางรักษา คือ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มไขมันดี (HDL) ในผู้ป่วยกลุ่มอาการเมตาบอลิกอีกด้วย

ความเชื่อหรือสมมติฐานที่ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์
กระบวนการอักเสบ
จากการวิจัยเรื่องการบริโภคน้ำเต้าหู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ การแข็งตัวของเลือด และภาวะเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารอนุมูลอิสระในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะไตผิดปกติ พบว่าการบริโภคน้ำเต้าหู้อาจช่วยลดระดับ serum d-dimer ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้ของการจับตัวเป็นลิ่มเลือดลงได้ แต่กลับไม่พบข้อบ่งชี้ใด ๆ ที่เป็นประสิทธิผลในทางรักษาบรรเทาการอักเสบและภาวะเครียดออกซิเดชันจากสารอนุมูลอิสระ

ความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านม
ในงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาประสิทธิผลของสารไอโซฟลาโวน ซึ่งคาดว่าอาจส่งผลต่อร่างกายคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน ได้ทำการทดลองศึกษาค่าความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมจากการทำแมมโมแกรมหรือเอกซเรย์เต้านมในกลุ่มทดลองเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือน แต่พบว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าการบริโภคอาหารที่มีสารไอโซฟลาโวนจะช่วยลดค่าความหนาแน่นของเนื้อเยื่อเต้านมในภาพแมมโมแกรมลงได้แต่อย่างใด

ความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือด

จากการทดลองหาประสิทธิผลของโปรตีนถั่วเหลืองที่มีสารไอโซฟลาโวนที่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดในกลุ่มทดลองเพศหญิงวัยหมดประจำเดือน พบว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนว่าสารไอโซฟลาโวนในโปรตีนถั่วเหลืองมีผลต่อความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดแต่อย่างใด

การรับประทานน้ำเต้าหู้และอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองทดแทนอาหารประเภทอื่น

  • ถั่วเหลืองให้พลังงานมากกว่าหรือไม่ ? ไม่ ในแง่ของพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จากการทดลองหาค่าพลังงานที่ได้จากอาหารประเภทเนื้อสัตว์เปรียบเทียบกับอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง พบว่า การสลายโปรตีนจากเนื้อสัตว์และถั่วเหลือง ให้พลังงานไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เพียงแต่อัตราการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันในการสลายโปรตีนจากเนื้อสัตว์ จะน้อยกว่าจากโปรตีนถั่วเหลือง ซึ่งโปรตีนจากเนื้อสัตว์อาจช่วยในเรื่องการสร้างมวลกล้ามเนื้อได้มากกว่า
  • การสะสมไขมันน้อยกว่าหรือไม่ ? ไม่ จากการทดลองที่นำอาหารสำเร็จรูปประเภทโปรตีนจากนมเปรียบเทียบกับโปรตีนจากถั่วเหลืองในแง่ของประสิทธิผลในการลดการสะสมของไขมันภายในร่างกาย พบว่าโปรตีนจากนมมีคุณสมบัติดีกว่าในด้านการลดการสะสมไขมันในร่างกายเมื่อเทียบกับโปรตีนจากถั่วเหลือง

ความปลอดภัยในการบริโภคน้ำเต้าหู้และถั่วเหลือง
ผู้บริโภคทั่วไป

  • การบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วเหลืองหรือมีโปรตีนจากถั่วเหลืองรวมถึงน้ำเต้าหู้ในปริมาณที่เหมาะสม จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค
  • การบริโภคโปรตีนถั่วเหลืองในรูปของอาหารเสริมที่สกัดมาจากถั่วเหลืองจะไม่ก่อให้เกิดอันตราย หากบริโภคติดต่อกันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เกิน 6 เดือน แต่หากบริโภคติดต่อกันในระยะยาว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่สำคัญได้
  • การดื่มน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียวเป็นประจำเพื่อทดแทนอาหารชนิดอื่น อาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารได้โดยเฉพาะในเด็ก เนื่องจากผู้บริโภคไม่ได้รับสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณเพียงพอ
  • การดื่มน้ำเต้าหู้และรับประทานถั่วเหลืองอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ในบางกรณี เช่น ท้องผูก ท้องอืดท้องเฟ้อ คลื่นไส้ หรือมีอาการแพ้ อย่างมีผดผื่นคัน ใบหน้าบวมแดง เป็นต้น ซึ่งผู้ที่พบผลข้างเคียงหลังการบริโภค ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา

ขอแนะนำ เครื่องทำน้ำเต้าหู้ https://www.sgethai.com/soy-milk-machine ทำน้ำนมถั่วเหลืองอเนกประสงค์ มีระบบแยกกาก แยกน้ำ อัตโนมัติ มาในตัวเครื่อง แยกได้ละเอียดสุดๆ เหมาะกับ ธุรกิจ SME เครื่องทำนมถั่วเหลืองธัญพืช น้ำธัญพืช ดีต่อสุขภาพ

 

น้ำเต้าหู้ กับ ผู้ที่ควรระมัดระวังในการบริโภคเป็นพิเศษ

  • เด็ก การบริโภคถั่วเหลืองจะปลอดภัยหากรับประทานเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารในปริมาณที่พอดี ในบางรายที่แพ้นมผงที่ทำจากนมวัว แพทย์อาจแนะนำให้บริโภคนมผงที่ทำจากถั่วเหลืองแทน แต่ต้องไม่ให้นมที่ทำจากถั่วเหลืองในเด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เด็กแพ้ถั่วเหลือง
  • สตรีมีครรภ์ และผู้ที่กำลังให้นมบุตร การบริโภคถั่วเหลืองจะปลอดภัยหากรับประทานเป็นเครื่องดื่มหรืออาหารในปริมาณที่พอดี แต่อาจเป็นอันตรายได้หากบริโภคในรูปแบบอื่นเพื่อหวังผลทางการรักษา ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำเต้าหู้หรือถั่วเหลืองในปริมาณที่มากจนเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่อเด็กทารก
  • ผู้ป่วย เนื่องจากปัจจัยทางสุขภาพ ผู้ที่กำลังป่วยหรือมีโรคประจำตัวควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการบริโภคอาหารประเภทใดก็ตาม รวมทั้งการบริโภคน้ำเต้าหู้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น หากมีข้อสงสัยว่าการดื่มน้ำเต้าหู้หรืออาหารอื่น ๆ ที่ทำมาจากถั่วเหลืองจะส่งผลต่ออาการป่วยของตนหรือไม่ ผู้ป่วยควรสอบถามและปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น

มะเร็งเต้านมและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เนื่องจากสารไอโซฟลาโวนในถั่วเหลืองมีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน จึงอาจมีผลกระทบในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม หรือผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยมะเร็งเต้านม และการบริโภคถั่วเหลืองในรูปอาหารเสริมอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในโพรงมดลูกในภาวะก่อนมะเร็งได้ ดังนั้น ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ผู้ป่วยมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยโรคเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารจากถั่วเหลือง เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลุกลามของมะเร็ง

มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาหารที่ทำมาจากถั่วเหลืองเพิ่มความเสี่ยงในการก่อเซลล์มะเร็งทั้งในผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยด้วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ

ไตวาย หากมีระดับสารไฟโตรเอสโตรเจนในเลือดมากจนเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะพิษ เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยภาวะไตวาย

นิ่วในไต การบริโภคอาหารที่ทำจากถั่วเหลือง อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดนิ่วในไตจากการสะสมของสารออกซาเลต (Oxalates) มากจนเกินไป ผู้ที่มีประวัติป่วยด้วยนิ่วในไตควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองในปริมาณมากเกินไป

โรคเบาหวาน ถั่วเหลืองอาจมีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานลดต่ำลงมากจนเกินไป ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้

โรคทางพันธุกรรมซิสติก ไฟโบรซิส ผู้ป่วยโรคนี้ไม่ควรบริโภคน้ำเต้าหู้ เพราะสารในน้ำเต้าหู้อาจส่งผลต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้

หอบหืด ผู้ป่วยหอบหืดอาจมีอาการแพ้เปลือกถั่วเหลืองได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ทำมาจากถั่วเหลือง

ไข้ละอองฟางหรือจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ก็มีโอกาสเกิดอาการแพ้อาหารที่ทำมาจากถั่วเหลืองและเปลือกถั่วเหลืองได้

แพ้นมวัว ผู้ที่แพ้นมวัวมีโอกาสที่จะแพ้น้ำเต้าหู้หรือนมจากถั่วเหลืองนี้ได้เช่นกัน จึงควรระมัดระวังในการบริโภคเสมอ

การบริโภคน้ำเต้าหู้ในปริมาณที่เหมาะสม
แม้การบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของถั่วเหลืองหรือมีโปรตีนจากถั่วเหลืองรวมถึงน้ำเต้าหู้ในปริมาณที่เหมาะสมจะไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ผู้บริโภคควรศึกษาปัจจัยทางสุขภาพของตนให้ดีก่อนว่าควรดื่มน้ำเต้าหู้หรือไม่ และควรดื่มในปริมาณมากน้อยเพียงใด อาหารที่ทำจากถั่วเหลืองแต่ละชนิดล้วนมีโปรตีนและสารอาหารจากถั่วเหลืองในปริมาณที่แตกต่างกันไป เช่น ในน้ำเต้าหู้ 1 แก้ว อาจมีสารไอโซฟลาโวนประมาณ 30 มิลลิกรัม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างหลากหลาย เพื่อให้รับสารอาหารที่จะส่งเสริมสุขภาพได้อย่างครบถ้วน

 

Cr.pobpad.com/น้ำเต้าหู้-มีประโยชน์จร 

 

 

 

แชร์วิธีทำทาร์ตไข่จากแป้งพายสำเร็จรูปครับ โดย คุณ Panda-chan สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

เป็นที่นิยมในหมู่นักกินขนม สำหรับขนมหวานสุดอร่อยอย่าง ทาร์ตไข่ ยิ่งตอนนี้มีโฆษณาออกมาทางทีวี ยิ่งทำให้เจ้าทาร์ตไข่ได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก แต่...หลาย ๆ คนคงอยากโชว์ฝีมือทำรับประทานเอง หรือเอาไปฝากญาติมิตรเพื่อนสนิทให้เป็นของกำนัล วันนี้ แอดมิน ได้รับการเอื้อเฟื้อสูตรทำเจ้าทาร์ตไข่ โดยคุณตัดบุปผาต่อหยก จากห้องโต๊ะก้นครัว แห่งเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เลยนำมาฝากกันครับ

สวัสดีครับ วันนี้เราเอาวิธีทำ ทาร์ตไข่  จากแป้งพายสำเร็จรูปมาฝากครับ ลองทำกันดูนะครับ ไส้คัสตาร์ดเราใช้สูตรของคุณ Molala Cook ใน YouTube ลองมาหลายสูตรแล้วครับ ขอบอกว่าสูตรของคนนี้เหมือนกับร้านทาร์ตไข่เจ้าดังครับ เรากินแล้วหาความแตกต่างไม่ได้เลยครับ รูปเยอะหน่อยนะครับ

แนะนำเครื่องตีแป้ง เครื่องตีไข่ และ เครื่องผสมอาหาร https://www.sgethai.com/stand-mixer เครื่องตีแป้ง ยี่ห้อ SGE ที่จะทำให้อาหารของคุณถูกผสมและคลุกเคล้าเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว ด้วยวัสดุเกรดอาหาร และราคาที่ไม่แพง บริการหลังการขายเยี่ยม

 

ส่วนผสม ทาร์ตไข่

  • แป้งพายสำเร็จรูป
  • ไข่ไก่ตีแตก 20 กรัม
  • ไข่แดง 2 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 30-45 กรัม (ถ้าชอบหวานน้อย 30-35 กรัม พอครับ)
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • วิปปิ้งครีม 150 มิลลิลิตร
  • นมสด 75 มิลลิลิตร

วิธีทำทาร์ตไข่

  • รีดแป้งพายสำเร็จรูปให้มีความหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร
  • ตัดแป้งให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

  • ค่อย ๆ ม้วนแผ่นแป้งเข้าหากัน ต้องไม่มีช่องว่างระหว่างชั้นนะครับ
  • แช่แข็งแผ่นแป้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  • ตัดแป้งให้มีความหนาประมาณ 1 นิ้ว
  • ค่อย ๆ กดก้อนแป้งให้บางลง พลิกซ้าย-ขวาตลอดนะครับ แป้งที่ค่อย ๆ แผ่ออกจะต้องกลม ถ้าเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่งลายตรงก้นทาร์ตที่อบเสร็จจะไม่สวยนะครับ
  • กดแผ่นแป้งจาก 1 นิ้ว ให้เหลือ 0.5 เซนติเมตร จากนั้นให้เปลี่ยนเป็นคลึงแผ่นแป้งให้บางแทนการกด
  • ทาเนยจืดลงบนแม่พิมพ์ทาร์ตไข่ แล้ววางแผ่นแป้งตามลงไปครับ กดแป้งให้เข้ากับแม่พิมพ์
  • ตัดแป้งส่วนเกินออก โดยให้แผ่นแป้งพายสูงกว่าแม่พิมพ์ประมาณ 1 เซนติเมตร เพราะแป้งพายจะหดตัวตอนอบ

  • เสร็จแล้วแช่แข็งแป้งพาย 1 ชั่วโมง
  • ส่วนผสมคัสตาร์ดทำง่ายมากครับ เททุกอย่างลงในชามแล้วคนให้เข้ากัน

  • คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหารให้ชิดกับส่วนผสม ป้องกันการแข็งตัวของส่วนผสมด้านบน นำไปแช่ช่องธรรมดาประมาณ 1 ชั่วโมง
  • เทส่วนผสมคัสตาร์ดลงในแม่พิมพ์ ข้อควรระวังคือ เทลงไปแค่ 80% พอนะครับ ไม่ควรเทให้เต็มเพราะขอบแป้งที่สูงขึ้นมาจะหดตัวตอนอบ ถ้าเทส่วนผสมจนเต็มจะทำให้ตอนอบคัสตาร์ดล้นออกมาและทำให้แป้งไม่สุก
  • นำไปอบที่อุณหภูมิ 210-230 องศาเซลเซียส เวลาประมาณ 25-30 นาที แล้วแต่เตาอบค่ะ อบออกมาแล้วพักให้เย็นแล้วค่อยแกะทาร์ตออกจากแม่พิมพ์ครับ
  • ก้นทาร์ตจะมีลายสวยจากการค่อย ๆ กดแผ่แป้งครับ ถ้าเอานิ้วกดแผ่แผ่นแป้งแบบที่หลาย ๆ คลิปทำกันจะไม่ได้ลายแบบนี้

  • ส่วนแป้งพายข้างในก็สุกหมด
 
Cr  คุณ Panda-chan สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม