ทำควารู้จักกับ เต้าหู้ ที่เราทำกินกัน มีกี่ชนิด

 

เต้าหู้ องค์ประกอบสุดฮิตในอาหารของคนไทย ไม่ว่าจะทำแกงจืด พะโล้ หรือ เอามาผัด ก็แสนอร่อย แถมยังให้โปรตีนสูง ทานแล้วดีต่อสุขภาพ แต่เคยสังเกตกันหรือไม่ ว่าเต้าหู้ที่เราเห็นกันในแต่ละเมนูนั้น ทำไมไม่เหมือนกัน บางอันนิ่ม บางอันแข็ง และจริง ๆ แล้ว มีกี่ชนิด แต่ละชนิดเหมาะกับการทำอาหารอะไรบ้าง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่สงสัยเรื่องราวเกี่ยวกับ เต้าหู้ วันนี้แอดมินมีคำตอบ พร้อมแนะนำว่า ในท้องตลาด เขานิยมใช้เต้าหู้ชนิดไหนมาทำอาหารกันบ้าง หากพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

 

หนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ดีต่อสุขภาพ” คงหนีไม่พ้น “เต้าหู้” ที่หลายๆ คนอาจจะนึกถึงอย่างแรกๆ เพราะเต้าหู้ขึ้นชื่อว่าเต็มไปด้วยโปรตีนไร้ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้เต้าหู้เป็นหนึ่งในส่วนประกอบของเมนูสุขภาพมากมาย แต่ที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบคือ เต้าหู้มีดีกว่าการเป็นโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย ยังมีสารอาหารอีกหลายอย่างที่ดีต่อสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย และราคายังย่อมเยาอีกด้วย

มาดู 10 ประโยชน์ของ "เต้าหู้" กัน
โปรตีนสูง เป็นอาหารอุดมไปด้วยโปรตีนที่คนที่กินมังสวิรัติ และคนกินเจควรกิน ฟองเต้าหู้จะมีโปรตีนมากที่สุด ตามมาด้วยเต้าหู้แข็ง และเต้าหู้อ่อน

  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย
  • ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
  • แคลอรี่ต่ำ ไขมันน้อย เหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
  • สารฟิโตเคมิคัล ได้แก่ ไอโซฟลาวัน ในเต้าหู้ ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเจ้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร
  • มีเอสโตรเจน ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในหญิงวัยหมดประจำเดือน
  • มีแคลเซียม บำรุงกระดูก
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
  • อุดมไปด้วยวิตามิน ทั้ง วิตามิน A, B, B1, B2, B6, B12, C, D, E และ ไนอาซิน เป็นต้น
  • มีเลซิทิน ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มทักษะความจำ

วิธีเลือกกินเต้าหู้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด
ควรเลือกกินเต้าหู้โดยผ่านการปรุงด้วยการต้ม นึ่ง มากกว่าการทอด และหากเลือกรับประทานเต้าหู้ให้หลากหลายแบบ ก็จะทำให้ได้สารอาหารที่มากขึ้นด้วย เช่น เต้าหู้เหลือง เต้าหู้ขาว เต้าหู้ไข่ เป็นต้น

 

ประเภทของ เต้าหู้

  • เต้าหู้ขาว


เต้าหู้ขาว เป็นเต้าหู้ชนิดที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ตามเมนูอาหารอย่าง พะโล้ ผัดผัก หรือ แกงจืด ทำมาจากเอาส่วนที่ตกตะกอนจากการต้มน้ำนมถั่วเหลือง นำมาอยู่ในแม่พิมพ์ แล้วรีดน้ำออก หากรีดน้ำออกมาก จนเหลือแต่เนื้อเต้าหู้ จะเรียกว่า เต้าหู้ขาวแบบแข็ง เนื้อสัมผัสจะแน่น มีรสค่อนข้างจืด ส่วนมากจะเหมาะกับการนำไปเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหารอย่าง พะโล้ ผัดผัก แกงจืด ฯลฯ แต่ถ้าไม่รีดน้ำออกเยอะ ให้เนื้อเต้าหู้มีปริมาณน้ำอยู่ จะเรียกว่า เต้าหู้ขาวแบบนิ่ม จะให้เนื้อสัมผัสนิ่ม มีกลิ่นหอม กินแล้วเด้งดึ๋งอยู่ในปาก ส่วนใหญ่นิยมนำไปทำสเต็กเต้าหู้ย่าง ใส่ในแกงจืด หรือ นำไปนึ่งจิ้มกับซีอิ้ว ก็ได้

  • เต้าหู้เหลือง



เชื่อว่าหลาย ๆ คน อาจจะไม่ชอบกินเต้าหู้ชนิดนี้เท่าใด แต่ก็มักเจอเป็นส่วนประกอบอาหารสำคัญเช่น หมี่กรอบ , ผัดไทย , ก๋วยเตี๋ยวหลอด ฯ โดยที่มีสีเหลืองนั้นก็เป็นเพราะใส่สีจากขมิ้นลงไปนั่นเอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มกลิ่น เพิ่มรสชาติ รวมถึงช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาให้นานกว่าเต้าหู้ชนิดอื่น  โดยเนื้อด้านในจะมีสีขาวนวล รสชาติออกเค็มกว่าเต้าหู้ขาว มีทั้งแบบแข็งและแบบนิ่ม โดยเต้าหู้เหลืองแบบแข็ง จะนิยมใส่ในผัดไทย ผัดถั่วงอก ก๋วยเตี๋ยวหลอด หรือใช้แทนเนื้อสัตว์ในอาหารเจชนิดต่าง ๆ ส่วนเต้าหู้เหลืองนิ่มนั้น จะนิยมนำไปทอดกรอบกินกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวาน หรือผัดกับกุยช่ายขาวหรือถั่วงอก

 

เมนูแนะนำ: 

เมนู ลูกชิ้น ทำได้หลากหลายไม่ง้อร้าน

รวมเมนู หม้อทอดไร้น้ำมัน ทำเองง่ายๆ

วิธีทำไข่เค็ม กินเองง่าย ๆ ที่บ้าน ด้วยสูตรดอง
 

  • เต้าหู้ทอด

เป็นอีกหนึ่งเต้าหูยอดนิยมของคนไทย สำหรับเต้าหู้ทอด ด้วยรสชาติที่กรุบกรอบ แถมยังนำมาทำอาหารง่าย เลยมีให้เห็นในอาหารหลากหลายประเภท เช่น ก๋วยเตี๋ยว พะโล้ ฯลฯ โดยมีหลายแบบไม่ว่าเป็น

เต้าหู้ทอดธรรมดา จะมีลักษณะเป็นเต้าหู้ที่หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมคล้ายลูกเต๋า แล้วนำไปทอดจนได้ที่ ด้วยเอามาวางขายมาในลักษณะร้อยเชือกเป็นพวง จึงเรียกอีกอย่างว่า เต้าหู้พวง นิยมใช้ใส่ในก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ ,พะโล้ ,ต้มจับฉ่าย หรือก๋วยเตี๋ยวแคะ

เต้าหู้กระดานทอด เนื้อด้านในจะแน่น ลักษณะคล้ายกับเต้าหู้ขาวแข็ง แต่แตกต่างกันที่ชนิดนี้มีความอ่อนนุ่มกว่า นิยมมาทอดแล้วกินกับน้ำจิ้มโรยถั่วลิสงคั่ว

 

  • เต้าหู้หลอด




ถือเป็นเต้าหู้สุดฮิตของคนไทย โดยเฉพาะสายแกงจืด สายชาบู เพราะหาซื้อไม่ยาก ทำอาหารก็ยิ่งง่าย เนื้อสัมผัสก็อ่อน กินได้ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่ โดยรู้หรือไม่ว่า เต้าหู้หลอด นั้น มีถึง 2 ชนิดด้วยกันคือ ชนิดที่ทำมาจากถั่วเหลืองล้วนและชนิดที่ทำมาจากไข่ไก่หรือมีไข่ไก่เป็นส่วนประกอบ ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ถูกบรรจุอยู่ในหลอดสุญญากาศ ทำให้มีอายุการเก็บรักษาได้นานกว่าเต้าหู้อ่อนแบบทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งสองแบบต่างก็เอามาใช้แทนกันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะทำแกงจืด ชาบู สุกี้ ก็ได้ทั้งนั้นเลย ถึงใครจะเกลียดเต้าหู้ชนิดไหน ถ้าได้ลองถามว่ากินเต้าหู้ไหนเป็นแล้ว รับรองว่า 99% จะต้องกินเต้าหู้หลอดเป็นอย่างแน่นอน

 

  • เต้าฮวย


เป็นเต้าหู้ที่นิยมทานเป็นของว่างหรือของหวาน ทำจากน้ำเต้าหู้ผสมกับแป้งข้าวโพด พักไว้สักพัก เนื้อสัมผัสจะนิ่ม มีลักษณะเป็นก้อนพอจับตัวได้ แต่ไม่เท่าเต้าหู้แบบอ่อน นิยมกินคู่กับน้ำขิง และปาท่องโก๋เล็ก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายแดง หรือน้ำผึ้ง เพื่อเพิ่มรสชาติได้ตามชอบ


เต้าหู้หมัก

 


หรือที่เรียกกันว่า เต้าหู้ยี้ เกิดจากการนำเต้าหู้มาตัดเป็นสี่เหลี่ยม แล้วนำไปหมักในขวดโหล ใส่เกลือ แล้วปรุงรสด้วยวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น ไวน์ พริก เต้าเจี้ยว ฯ เพื่อให้ได้รสชาติที่แตกต่างกันไป ด้วยความที่มีกลิ่นเหม็น จนใคร ๆ ต่างก็ร้องยี้ ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่นิยมรับประทานกันเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นตัวช่วยชูรสชาติของอาหารได้ดีอย่างหนึ่ง นิยมใช้ในอาหารจีน โดยเต้าหู้ยี้ ที่เราเห็น ๆ กัน คือ

เต้าหู้หมักสีแดง หรือเต้าหู้ยี้เกิดจากการเติมข้าวแดง (Koji Rice) เป็นวัตถุดิบที่ทำให้เต้าหู้เกิดกลิ่นรสเฉพาะตัว
เต้าหู้ยี้เหลือง เกิดจากการเติมเต้าเจี้ยว
เต้าหู้ยี้ข้าวหมัก (Drunk tofu) เกิดจากการเติมไวน์หรือข้าวหมัก
เต้าหู้ยี้เผ็ด (Kwantung Tofu) เกิดจากการเติมพริกแดง ข้าวแดง และยี่หร่า
เต้าหู้ยี้หอม (Tsao Tofu) เกิดจากการเติมกานพลูและเปลือกส้ม

 

  • ฟองเต้าหู้


ที่เรียกว่า ฟองเต้าหู้ ก็เพราะเต้าหู้แผ่นบางเบานี้ เกิดจากการช้อนเอาแผ่นฟอง ที่ลอยอยู่ด้านบนระหว่างต้มน้ำนมถั่วเหลือง หรือ น้ำเต้าหู้ ที่ต้มทิ้งไว้ ออกมานั่นเอง นิยมนำไปทำเป็นแผ่นสำหรับห่อแฮ่กึ๊น หอยจ๊อ ไม่ก็ไว้กินคู่กับก๋วยเตี๋ยว ทำผัดโป๊ยเซียน ใส่ในแกงจืด หรือ สุกี้ ก็ได้เหมือนกัน ข้อเสียของเต้าหู้ชนิดนี้ คือ เสียง่าย ทำแล้วต้องใช้ทันที ไม่ก็ต้องนำฟองเต้าหู้สดไปตากลม หรืออบด้วยความร้อนต่ำๆ ถึงจะเก็บไว้ใช้ได้นานขึ้น

 

  • เต้าหู้ญี่ปุ่น


อย่างที่บอกไปแล้วว่า การทำเต้าหู้ของคนญี่ปุ่นนั้น พยายามรักษาความเรียบง่ายรวมทั้งรสชาติ รูปทรงและสีสันของเต้าหู้ให้คงไว้อย่างเดิมให้มากที่สุด ทำให้รูปลักษณ์ของมันค่อนข้างเรียบง่าย และมีเนื้อสีขาวนวลอยู่แสมอ โดยเต้าหู้แบบคนญี่ปุ่น เช่น

เต้าหู้คินุ คือ เต้าหู้ขาวญี่ปุ่นชนิดอ่อนซึ่งใช้วิธีการผลิตตามแบบเฉพาะของญี่ปุ่น ทำให้ได้เนื้อนุ่มกว่าเต้าหู้ขาวชนิดอื่น ๆ ใช้ทำอาหารเหมือนกับเต้าหู้ใบตอง
เต้าหู้โมเมน คือ เต้าหู้ขาวญี่ปุ่นชนิดแข็ง ซึ่งใช้วิธีการผลิตตามแบบเฉพาะของญี่ปุ่น เนื้อแน่นกว่าเต้าหู้คินุ แต่ไม่แน่นเท่ากับเต้าหู้ชนิดแข็ง ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายเหมือนกับเต้าหู้ขาวชนิดแข็งอื่น ๆ
เต้าหู้ทอดแบบหนาญี่ปุ่น หรือ อะทงสึ อะเกะ โทฝุ  เป็นการนำเอาเต้าหู้เนื้อหยาบ (โมเมน) แบบก้อนหนา ๆ ไปทอด นิยมนำไปประกอบอาหารประเภท ต้ม ตุ๋น ย่าง รวมกับอาหารอื่น ๆ


เต้าหู้ทอดแบบบางญี่ปุ่น หรือ อะบูระ อะเกะ โทฝุ เป็นเต้าหู้แผ่นบาง ๆ แล้วนำไปทอดในน้ำมันจนพองตัว มีสีเหลือง นิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารได้หลายชนิด เช่น ใส่ในซุปมิโสะ , ผัดกับสาหร่ายฮิจิคิ, นำไปย่าง หรืออบให้กรอบ

 

สินค้าแนะนำ: เครื่องทำน้ำเต้าหู้ แยกกาก จาก SGETHAI ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสอย่างดี กำลังผลิตสูง มากถึง 70 กิโลกรัม/ชั่วโมง ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณแน่นอน 

 

 

 

 

อยู่บ้านเเบบนี้ทำอะไรทานดีน้า มาฝึกสกิลการเป็นเชฟกันด้วยวัตถุดิบสุดฮอต อย่าง “แซลมอน” ซึ่งสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลาย เเละมีหลายเนื้อสัมผัสด้วย ไม่ว่านำไปทำให้สุก หรือ ทานเเบบดิบ ก็อร่อยไม่เเพ้กัน

วันนี้แอดมินมีสูตรลับความอร่อย เมนู แซลมอน ฉบับโกอินเตอร์ เเบบอัพเดตสุดๆ ปี 2021 ว่ามีเมนูแซลมอน เมนูไหนน่าทานบ้าง บอกเลยห้ามพลาด เเถมยังทำง่ายอีกด้วย จะมีเมนูอะไรบ้าง ไปดูกันเลย 

แซลมอนย่างใบชะพลู

แซลมอนย่างใบชะพลูหน้าตาดีแบบนี้ต้องลองทำสักครั้ง จับชิ้นปลาห่อด้วยใบชะพลู เสียบไม้แล้วย่าง เสิร์ฟกับน้ำจิ้มมะขามเปียก
 

ส่วนผสม แซลมอนย่างใบชะพลู (สำหรับ 2 ที่)
เนื้อปลาแซลมอน (หั่นชิ้นยาว ประมาณ 3 นิ้ว) จำนวน 200 กรัม
ใบชะพลู 20 ใบ
​น้ำมันพืช เล็กน้อย
​เกลือป่น เล็กน้อย
​พริกไทยดำบดหยาบ เล็กน้อย


ส่วนผสม น้ำจิ้ม

  • น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ

  • ​น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ

  • ​เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

  • ​น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ

  • ​พริกขี้หนูหั่นแว่น 2 เม็ด


วิธีทำแซลมอนย่างใบชะพลู
     1. โรยเกลือและพริกไทยดำบนเนื้อปลาแซลมอน จากนั้นห่อด้วยใบชะพลู เสียบไม้แล้วย่างบนกระทะที่ใส่น้ำมันเล็กน้อยจนเนื้อปลาสุก
     2. เตรียมส่วนผสมน้ำจิ้มโดยผสมน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ เกลือ และน้ำเข้าด้วยกัน ต้มจนเดือด ปิดไฟ พักไว้ให้เย็น ใส่พริกขี้หนู ชิมรส เสิร์ฟพร้อมปลาแซลมอน


แซลมอนย่างเกลือ คลีนๆ ทานง่ายไม่กี่ขั้นตอน

วัตถุดิบ
ปลาแซลมอน 1 ชิ้น • เกลือทะเล •พริกไทย • เนยจืด

วิธีทำ

1. นำปลาแซลมอน โรยเกลือทะเล และพริกไทย ให้ทั่วแซลมอนทั้ง 2 ด้าน
2.ก่อนเข้าหม้อทอดไฟฟ้า ให้ทาเนยจืดเคลือบนิดหน่อย เพื่อให้แซลมอนมีความฉ่ำ เนื้อไม่แห้งเกินไป
3.นำแซลมอน ใส่ในหม้อทอดไร้น้ำมัน ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 180 องศา เวลา 10 นาที นำออกมาพร้อมเสิร์ฟ คู่กบย้ำจิ้มซีฟู้ด หรือ ทานเปล่าๆ ก็อร่อย
 

แซลมอนย่างซอสเทอริยากิ

ไก่ย่างซอสเทอริยากิกินบ่อยก็เบื่อ ลองมาทำแซลมอนย่างซอสเทอริยากิสักมื้อ มาพร้อมวิธีทำซอสเทอริยากิง่าย ๆ
ส่วนผสม แซลมอนย่างซอสเทอริยากิ
  • เนื้อปลาแซลมอนติดหนัง (น้ำหนักประมาณ 150-200 กรัม) จำนวน 1 ชิ้น
  • ซีอิ๊วญี่ปุ่น 3 ช้อนโต๊ะ
  • เหล้าสาเก 3 ช้อนโต๊ะ
  • เหล้ามิริน 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักลวกตามชอบ (เช่น แครอต บรอกโคลีหน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น)
วิธีทำแซลมอนย่างซอสเทอริยากิ
     1. ใส่ซีอิ๊วญี่ปุ่น เหล้าสาเก เหล้ามิริน และน้ำตาลทรายลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ คนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น  เตรียมไว้
     2. หมักเนื้อปลาแซลมอนกับส่วนผสมซอสเทอริยากิ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที พอครบเวลาให้ซับเนื้อปลาให้แห้ง เตรียมไว้
     3. นำซอสที่เหลือจากการหมักปลาใส่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำตาลทรายประมาณ 2 ช้อนชา เคี่ยวจนเดือด ยกลงจากเตา เตรียมไว้
     4. นำกระทะสำหรับย่างขึ้นตั้งไฟ วางเนื้อปลาลงบนกระทะ ทาด้วยซอสเทอริยากิที่เตรียมไว้ให้ทั่วจนสุกทั้งสองด้าน ตักใส่จาน ราดด้วยซอสเทอริยากิที่เหลือ แต่งด้วยผักลวกตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
 

สเต็กปลาแซลมอน ราดซอสโยเกิร์ต

วัตถุดิบทำ ปลาแซลมอน
• เนื้อปลาแซลมอน • เกลือทะเล • พริกไทยดำ • บร็อคโคลี่ • แครอท • หน่อไม้ฝรั่ง

วัตถุดิบทำน้ำซอส ขอบคุณ เชพแนนจากช่อง Youtube FoodTravelTVChannel
• มายองเนส 1 1/2 ช้อนโต๊ะ • โยเกิร์ต 1 1/2 ช้อนโต๊ะ • ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ • หัวหอมใหญ่สับ 1 ช้อนโต๊ะ • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา • ครีม 1 ช้อนโต๊ะ • พาสลี่สับ 1 ช้อนชา • เกลือ พริกไทย

 

กรณีทานไม่หมด หรือต้องการเก็บในตู็เย็น แนะนำ เครื่องซีลถุง ซีลถุง ป้องกันสินค้าไม่ให้หกเลอะเทอะ หรือ ป้องกันไม่ให้สินค้ารั่วซึมได้ ไม่ให้ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเข้าไปในถุงสินค้า และสะดวกต่อการขนส่งหรือการขนย้ายสินค้ารู้จัก เครื่องซีลถุง ที่จะช่วยยืดอายุ หากทานไม่หมด

วิธีทำ
1.นำเนื้อปลาแซลมอน โรยเกลือ พริกไทยดำทั้ง 2 ด้าน
2. จากนั้นนำเข้า หม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้อุณหภูมิ190 โดยใช้เวลา 12 นาที
3.นำ โยเกิร์ต มายองเนส ครีม ซอสมะเขือเทศ คนให้เข้ากัน ตามด้วยน้ำมะนาว หอมใหญ่สับ พาสลี่สับ คนให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ
4.นำผัก บร็อคโคลี่ แครอท หน่อไม้ฝรั่ง ไปนึ่ง
5.นำน้ำซอส โยเกิร์ต ราดที่เนื้อปลาแซลมอน เสิร์ฟคู่กับที่ ผักที่เตรียมไว้เป็นอันเสร็จ

ขนมปังไข่ดาวแซลมอนชีส

เมนู “ขนมปังไข่ดาวชีส + แซลมอน” ทำง่ายใช้เวลาเพียง 5 – 10 นาทีเท่านั้น เหมาะมากสำหรับเป็น อาหารเช้า สำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว และเร่งรีบในชั่วโมงเร่งด่วน 

วัตถุดิบ
• ขนมปังโฮลวีต • ไข่ไก่ • เกลือป่น • อลาวรี่ โฟร์ชีสมิกซ์ • เนยจืด • ออริกาโน่ • พริกไทยดำ • อะโวคาโดบด

วิธีทำ
1. นำแซลมอน โรยเกลือ และ พริกไทย ทั้ง 2 ด้าน ทาด้วยเนยจืดเล็กน้อย นำไปย่างใน ในหม้อทอดไร้น้ำมัน
ใช้อุณหภูมิประมาณ 190 องศา เวลา 3 นาที หรือสังเกตุอย่าเพิ่งให้แซลมอนสุกมากเนื่องจากเราจะต้องนำไปย่างต่อในขั้นตอนที่ 2 อีก

2.นำขนมปังทาเนยจืดให้ทั่วแผ่น โรยอะโวคาโดบด โรย อลาวรี่ โฟร์ชีสมิกซ์ ตามชอบ จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป โรยเกลือ ออริกาโน่แนำเข้าหม้อทอดไร้น้ำมัน โดยใช้อุณหภูมิที่ 190 องศา เป็นเวลา 7 นาที

 

Cr.cooking.kapook.com

 

 

ในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ หลายๆ คนอาจจะต้อง WFH หรือพักผ่อนอยู่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับสายหวานคนรักขนมทั้งหลายก็อาจจะมองหาของอร่อยๆ ยากไปสักนิด เพื่อให้ได้ขนมอร่อยที่ถูกใจ หลายๆ คนจึงเริ่มผันตัวมาเชฟทำขนมพ่อครัวแม่ครัวกันยกใหญ่

 

ดังนั้น วันนี้เราอยากจะมาแนะนำ อุปกรณ์เบเกอรี่ ที่จำเป็นต้องมี สำหรับมือใหม่หัดทำ หาซื้อสะดวกสบาย ทำกินเองก็ง่าย ทำขายก็ได้กำไร ทำคล่องเมื่อไหร่อาจจะเปิดกิจการเป็นของตัวเองเลยก็ได้นะคะ จะมีอุปกรณ์อะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

 
ที่ร่อนแป้ง

 

มาเริ่มที่อุปกรณ์ตัวแรกกันเลย ที่ร่อนแป้ง ถือเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก ๆ เพราะเรานำมาใช้เพื่อร่อนวัตถุดิบชนิดผลที่อาจจับตัวเป็นก้อนให้แตกออกจากกัน ทำให้แป้งละเอียดขึ้น นุ่มฟู ไม่จับตัวเป็นก้อนนั่นเอง ทำให้เนื้อของขนมที่ทำออกมา ขึ้นฟู เนื้อเนียน น่ารับประทานมากขึ้นไปอีกค่ะ

 

เครื่องผสมอาหาร

หลังจากร่อนส่วนผสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนถัดมาเราก็ต้องใช้ 'เครื่องผสม' หรือ 'เครื่องตีแป้ง' นั่นเองค่ะ สำหรับอุปกรณ์ชนิดนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผสมวัตถุดิบต่างๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกันค่ะ โดยจะมีให้เลือกใช้ทั้งหมด 3 ชนิด คือ แบบตะกร้อมือ แบบเครื่องไฟฟ้า และแบบชุดเครื่องผสมพร้อมโถ ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป แต่ชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ แบบเครื่องไฟฟ้าถือมือค่ะ เพราะชนิดนี้จะช่วยตีส่วนผสมให้เข้ากันเร็วมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากให้การทำเบเกอรี่เป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้นค่ะ

 

แม่พิมพ์

 

เมื่อตีส่วนผสมให้เข้ากันแล้ว ในขั้นตอนถัดมาสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ 'แม่พิมพ์' ตัวช่วยที่ทำให้ขนมของเราเป็นรูปทรงตามความต้องการในขณะเข้าเตาอบค่ะ ซึ่งในปัจจุบัน แม่พิมพ์ขนมมีให้เลือกใช้หลายรูปหลายทรงมากๆ รวมถึงมีลายน่ารักๆ ให้เลือกเพียบ! ใครชอบแบบไหนสามารถเลือกซื้อได้เลยค่ะ แต่สำหรับมือใหม่อย่างเราๆ แนะนำให้เลือกแม่พิมพ์แบบง่ายก่อน และค่อยๆ ฝึกฝนกับแม่พิมพ์แบบอื่นๆ เรื่อยๆ ค่า

 

เตาอบและถาดอบขนม

 

มาถึงอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับสายเบเกอรี นั่นก็คือ 'เตาอบไฟฟ้า' เพราะเตาอบเพียงเครื่องเดียวก็สามารถทำขนมได้หลายเมนูเลย แต่ถ้าใครเป็นมือใหม่หัดทำเบเกอรี แนะนำให้เริ่มจากเตาอบขนาดเล็ก ที่มีให้เลือกทั้งไฟบน-ล่าง และพัดลมช่วยกระจายความร้อนในการอบให้ทั่วถึง จะคุ้มค่าในการลงทุนซื้อมากกว่าแบบราคาถูกแต่ไม่มีฟังก์ชั่นอะไรเลยนะคะ มีให้เลือกทั้งราคาปานกลางไม่ถูกไม่แพงจนเกินไปด้วยนะคะ ใครชอบแบบไหนก็ลองเลือกตามความเหมาะสมและงบที่ตั้งไว้ได้เลยค่ะ

และนอกเหนือจากเตาอบแล้ว ขอแนะนำอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือ 'ถาดอบขนม' โดยจะมีให้หลายขนาดให้เลือกใช้ขึ้นอยู่กับเตาอบและจุดประสงค์การใช้งานของเรานะคะ

 

ตะแกรง

 

หากเบเกอรี่ที่ทำคือ คุกกี้ หรือขนมที่ต้องพักวัตถุดิบเพื่อให้เกิดการเซ็ตตัวและคลายความร้อนหลังออกจากเตาอบ อุปกรณ์เบเกอรี่ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ตะแกรง นั่นเองค่ะ

เป็นอุปกรณ์คุ้นหูคุ้นตากัน เพราะเป็นตัวช่วยให้อากาศเข้าถึงขนมได้ดีกว่า จึงเซ็ตตัวได้เร็วกว่า แต่ถ้ายังไม่อยากซื้อใหม่ ให้ใช้ตะแกรงที่แถมมากับเตาอบไปก่อนก็ได้นะคะ สำหรับมือใหม่ จะได้ประหยัดงบไปด้วยนะคะ

 

กระดาษไขรองอบ

มาถึงอุปกรณ์สุดท้าย ใครที่เป็นสายทำขนม เจ้าตัว กระดาษไขรองอบ หรือ กระดาษพาร์ชเมนท์ ถือว่าสำคัญมาก ๆ นะคะสำหรับการอบขนม หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า มันจำเป็นอย่างไร

กระดาษไขรองอบมีคุณสมบัติไม่ให้มันติดบนถาดอบ ทนความร้อนได้สูงถึง 210 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับ ปูรองอบคุกกี้หรือขนม อีกทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 8-10 ครั้งในการอบขนมที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส หรือ 6-7 ครั้งต่ออุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่า คุ้มค่ามากๆค่ะ

 

ถ้วยตวง

 

 

เป็นอีกหนึ่ง อุปกรณ์ทำขนม ที่สำคัญเลยก็ว่าได้ ใช้ตวงวัตถุในปริมาณที่เยอะ แบ่งเป็น ถ้วยสำหรับตวงของเหลว และถ้วยตวงสำหรับของแห้ง
 

  • ถ้วยตวงของเหลว จะทำด้วยแก้ว ทนไฟ มีหูจับด้านข้าง และมีปากเท 1 ปาก สำหรับตวงของเหลว เช่น กะทิ น้ำ นม น้ำมันพืช ด้านนอกจะปริมาตรบอกไว้ หน่วยส่วนใหญ่จะเป็น ออนซ์ และ มิลลิลิตร ที่นิยมใช้ ส่วนใหญ่จะมีขนาด 8 และ 16 ออนซ์
  • ถ้วยตวงของแห้ง ใช้ตวงของแห้งในการทำเบเกอรี อย่าง ธัญพืช แป้ง น้ำตาล เนยละลาย จะมีหลายขนาดเป็นชุดคล้ายๆ ช้อนตวง มีขนาด 1 ถ้วยตวง ขนาด 1/2 ถ้วยตวง ขนาด 1/3 ถ้วยตวงและก็ขนาด 1/4 ถ้วยตวง ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำถ้วยตวงนั้นก็มีความหลากหลายไม่ต่างจากช้อนตวง คือ มีทั้งพลาสติก แสตนเลส อลูมิเนียม กระเบื้อง

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ จะเห็นได้ว่า อุปกรณ์เบเกอรี่ สำหรับมือใหม่มีให้เลือกมากมายหลายแบบ สามารถปรับใช้ได้ตามความต้องการ แม้ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์จะดูยุ่งยากเพราะต้องเตรียมหลายอย่าง แต่เมื่อมีความชำนาญแล้วก็จะรู้ว่าการทำเบเกอรีเมนูต่าง ๆ ควรเลือกใช้อุปกรณ์ไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด

 

ขอขอบคุณที่มา อุปกรณ์เบเกอรี่ 

 

รวม อุปกรณ์ทำขนม สายทำขนมมือใหม่ มือเก่า ต้องมี

แนะนำอุปกรณ์เบเกอรี ที่จำเป็นต้องมีติดบ้าน สำหรับมือใหม่หัดทำ ในงบประหยัดราคาหลักร้อย
แนะนำ “อุปกรณ์เบเกอรี่สำหรับมือใหม่” ทำง่ายสุดฟินในงบหลักร้อย

สาวๆ ทราบไหมคะว่าการดื่มน้ำมะนาวโซดา นอกจากจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล้ว ยังสามารถช่วยในเรื่องของสุขภาพและป้องกันโรคภัยต่างๆ ได้ดีอีกด้วย ดื่มแล้วดีต่อสุขภาพอย่างไร ตามไปดูกันเลย

น้ำมะนาวโซดาสามารถช่วยในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคหลอดเลือดและลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและหัวใจ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดจากออกซิเจนในร่างกายที่ทำให้เกิดความเสี่ยวต่อการเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย ส่วนน้ำมะนาวค้ั้นสดๆ ก็สามารถป้องกันเชื้อโรคในลำไส้ และมีสารที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปัสสาวะขับสารพิษที่มากเกินไปออกมาได้ วิธีการทำน้ำมะนาวโซดาก็ไม่ยุ่งยากเลยสำหรับคนรักสุขภาพ

 

น้ำผึ้งมะนาวโซดา

เป็นเครื่องดื่มที่สดชื่นและดีต่อสุขภาพมาก ๆ สำหรับ น้ำผึ้งมะนาวโซดา ซึ่งถึงแม้น้ำผึ้งอาจจะเป็นวัตถุดิบที่มีราคาแพงสักหน่อย แต่ถ้าได้ลองนำมาทำคู่กับมะนาวโซดาแล้ว อร่อย ซ่า และได้ความหวานจากธรรมชาติ โดยไม่ต้องปรุงแต่งใด ๆ เลย

 

ส่วนผสม (แก้ว 12 oz)

  • มะนาว 20 มิลลิลิตร
  • น้ำผึ้ง 15 มิลลิลิตร
  • โซดา 200 มิลลิลิตร
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำแข็ง 170 กรัม

วิธีทำ

  1. เตรียมถ้วยตวงขนาดเล็ก ใส่น้ำผึ้ง 15 มิลลิลิตร น้ำมะนาว 20 มิลลิลิตร แล้วคนให้เข้ากัน
  2. นำใส่ถ้วยตวงขนาดใหญ่ ตามด้วยน้ำโซดา 60 มิลลิลิตร เทคนิค ให้เทน้ำโซดาใส่ถ้วยตวงขนาดเล็กก่อน เพื่อรวมเอาน้ำผึ้งและน้ำมะนาวที่เหลืออยู่ ให้รวมเข้ากับน้ำโซดา
  3. ใส่เกลือ 1/2 ช้อนชา คนจนกว่าเกลือจะละลาย
  4. นำใส่แก้วพร้อมน้ำแข็ง
  5. เทน้ำโซดา เพิ่มจนเต็มแก้ว
หากใครจะเอาสูตร น้ำผึ้งมะนาวโซดา  ไปใช้กับ เครื่องกดน้ำหวาน / เครื่องจ่ายน้ำหวาน ติดตั้งใช้ในบริษัท หรือมีปาร์ตี้ สำหรับในบริษัท ได้ดูแลสุขภาพกันก็แก๋ไปอีกแบบนะ ขอแนะนำ เครื่องจ่ายน้ำหวาน รุ่นกึ่งอุตสาหกรรม ของ SGE ไปดูสเปคกันเลย

ตู้จ่ายน้ำหวาน ตู้กดน้ำหวาน รุ่นอุตสาหกรรม

เครื่องจ่ายน้ำหวาน ตู้กดน้ำหวาน  รุ่นอุตสาหกรรม ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสทั้งหมด มีระบบทำความเย็น ไม่เป็นสนิม ทนทาน ใช้งานได้นาน  แท้งค์น้ำ ถอดทำความสะอาดง่าย อีกทั้งยัง กระจายความร้อนอย่างรวดเร็ว

  • มอเตอร์ทองแดงแท้
  • ทำความเย็นได้ 0-12 °C
  • ถอดล้างทำวามสะอาดง่าย
  • ใช้เวลาทำความเย็น 15-20 นาที
  • หัวน้ำพุผสมน้ำ ทำให้น้ำไม่ตกตะกอน
  • หัวก็อกสปริง สแตนเลส 304 แข็งแรง
ตู้กดน้ำหวาน เครื่องจ่ายน้ำหวาน รุ่นอุตสาหกรรม หัวก็อกสปริง ผลิตจาก  สแตนเลส 304 ปลอดภัย ตัวแท้งค์มีหัวผสม จะมำให้น้ำหวานไม่ตกตะกอน ผ่านการทดสอบจริงก่อนออกจากโรงงาน รับประกันคุณภาพ มีบริการหลังการขายโดยทีมช่างผู้เชียวชาญ
 
FEATURES
  1. ฐานรองรับน้ำ ไม่หกเลอะเทอะด้านนอก 1 แทงค์ มี 1 ฐาน
  2. ตัวเครื่องทำจากสแตนเลสทั้งหมด มีระบบทำความเย็น
  3. แทงค์น้ำทำจาก พลาสติก PVC ทำความสะอาดง่าย ไร้สาร ปนเปื้อน
  4. ทำความเย็นได้ 0-12 °C เย็นสดชื่น แม้ไม่เติมน้ำแข็ง ​​​​​​​


ลูกชิ้น คือ หนึ่งในของกินเล่นที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ นอกจากจะนำมากินเป็นของว่าง เช่น ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด แล้วนั้น “ลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง” หรือลูกชิ้นรักบี้ ยังสามารถนำมาเป็นส่วนผสมใส่ในอาหารชนิดต่าง ๆ ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ย วลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง ยำลูกชิ้น ขนมจีนน้ำยาใส่ ลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง เป็นต้น ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย ❞

🤔 แต่รู้ไหม? ลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง ที่ขายในท้องตลาดทั่วไปนั้น มักจะมีส่วนผสมของแป้งและอื่น ๆ ทำให้เราไม่ได้ลูกชิ้นปลาแท้ 100% แต่กลับได้ลูกชิ้นผสมแป้งมาแทน นอกจากจะรสชาติไม่อร่อยเท่าแล้วยังทำให้อ้วนได้อีกด้วย ดังนั้น หากต้องการกินลูกชิ้นคลีนไร้แป้งที่ดีต่อสุขภาพแน่นอน สะอาด และอร่อยนั้น ตามแอดมินมาดู วิธีทำ ลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง แบบง่าย ๆ ที่ใครๆ ก็ทำเองได้กันดีกว่า

 

ลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง ตัวลูกชิ้นใส่เนื้ออกไก่กับเนื้อกุ้ง เพิ่มสีสันจากแครอต ปรุงรสด้วยผงกระเทียม น้ำปลา และพริกไทย
ส่วนผสม ลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง

  • เนื้ออกไก่ 500 กรัม
  • เนื้อกุ้ง 100 กรัม
  • ไข่ขาว 2 ฟอง
  • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทยตามชอบ
  • น้ำปลา 2 ช้อนชา
  • ผงกระเทียม 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • แครอตสับ 20 กรัม (ไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำลูกชิ้นคลีนไร้แป้ง
     1. ใส่เนื้ออกไก่ กุ้ง ไข่ขาว ผงฟู พริกไทยดำ น้ำปลา ผงกระเทียม และเกลือลงในเครื่องปั่น ปั่นจนเนียนละเอียด
     2. ใส่แครอตสับ คนผสมจนทั่ว
     3. ตั้งน้ำให้เดือด ปั้นลูกชิ้นเป็นก้อนกลมหยอดลงไป พอสุกจะลอยขึ้น ตักขึ้นมาใส่อ่างน้ำผสมน้ำแข็งสักครู่ พร้อมนำไปทำอาหาร

 

แนะนำการทำลูกชิ้น ควรใช้ เครื่องทำลูกชิ้น คุณภาพสูง ช่วยในการผสมลูกชิ้น และปั้นลูกชิ้นให้ออกมาอร่อย และสวยงาม

 

ลูกชิ้นหมูงาดำ

 

 

งาดำพร้อม ! เตรียมไว้สำหรับเมนูลูกชิ้นหมูงาดำ สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน สูตรนี้ใช้หมูบดผสมกับเครื่องโขลก ทีเด็ดคือคลุกด้วยข้าวเหนียวและงาดำ ดูหน้าตาเก๋และเพื่อสุขภาพด้วย

 

ส่วนผสม ลูกชิ้นงาดำ

  • พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
  • รากผักชี 5 ราก
  • เนื้อหมูบดแช่เย็นจัด 1 ถ้วยตวง
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่นหยาบ 1/4 ช้อนชา
  • งาดำคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ข้าวเหนียวแช่ค้างคืน 1/2 ถ้วยตวง
  • งาดำคั่วบดละเอียด 1/2 ถ้วยตวง


วิธีทำลูกชิ้นงาดำ

1.โขลกรากผักชีกับพริกไทยเม็ดให้ละเอียด เตรียมไว้
2.ผสมเนื้อหมูบดกับเครื่องที่โขลกไว้ ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และงาดำคั่ว ลงไปผสมให้เข้ากัน นวดให้เนื้อหมูเนียนและเหนียว
     3. ปั้นส่วนผสมหมูเป็นก้อนกลมขนาด 1/2 นิ้ว จากนั้นนำไปแช่เย็นไว้ประมาณ 10-15 นาที
     4. ตีไข่ไก่พอแตก นำลูกชิ้นที่แช่เย็นไว้ชุบลงในไข่ไก่ แล้วนำไปคลุกลงในข้าวเหนียว และคลุกในงาดำคั่วบด
     5. นำไปนึ่งในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ใช้ไฟปานกลาง ประมาณ 10 นาที พอสุก ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

 

Cr.cooking.kapook.com