สวัสดีครับ 
こんにちわ ~
ก่อนอื่นก็ขอแนะนำตัวกันก่อนเลยนะครับ
ผมชื่อทีเจ แต่พอมาอยู่ญี่ปุ่นทีเจมันออกเสียงยากง๊า
คนญี่ปุ่นเลยเรียกผมว่า ทักคุ (タック)
มาจากชื่อจริงครับ เทพพิทักษ์ <
ผมได้มาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น
ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ 2011!
รวมเวลาเกือบๆ 4 ปีเลยทีเดียวเชียว ..
ผมเป็นคนหนึ่งที่"ไม่ค่อยจะเที่ยว"กับเขาซะเท่าไหร่ !
เลยแนะนำสถานนี่ในญี่ปุ่นได้ไม่ค่อยมาก ^+++^
ที่สำคัญผมอาศัยอยู่ที่ จังหวัดชิกะ(ชิงะ) 滋賀県
อยู่ในแถบคันไซ 関西
(เรียกว่าเป็นภาคอีสานก็ได้หะ
)
จากบ้านผมนั่งรถไฟของ JR ราวๆ1 ชม.ถึงเกียวโต 京都
1:40 ชม.ถึงโอซาก้า 大阪 2:20ชม. ถึง เฮียวโกะ 兵庫
จังหวัดอื่นๆเช่น นารา .... บลาๆก็ว่าไป
จังหวัดชิกะ มีอะไรดี !?
จังหวัดของผมไม่มีอะไรที่ขึ้นชื่อมากมายนัก
แต่เป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลสาปบิวะโกะ (琵琶湖)และเป็นทะเลสาปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นด้วยขนาดพื้นที่: 670.4 ตารางกิโลเมตร
ความยาว: 63.49 กม.
ความกว้าง: 22.8 กม.
และทะเลสาปบิวะโกะยังเป็นสถานที่สุดขึ้นชื่อเรื่อง ดอกไม้ไฟฤดูร้อนอีกด้วย เรียกว่า
มหากรรมดอกไม้ไฟบิวะโกะ
琵琶湖花火大会
ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน (夏) ราวๆต้นเดือนสิงหาคมในทุกๆปี
เอารูปมาฝาก !!
ซึ่งการเดินทางไปเที่ยวชมงานนั้นมีด้วยกันหลายเส้นทางแต่จะขอยกตัวอย่างแต่ของรถไฟ JR นะครับง่ายสุด ฮาๆ
ไม่ว่าจะนั่งจากสาย ไมบาร่ายูคิ (米原行き)
ฮิเมจิยูคิ ( 姫路行き) など สามารถลงสถานี Otsu และ Zeze ได้เลยครับจากสถานนีทั้ง 2 สถานนีเดินเท้า ไปประมาน 10-15 นาทีจะถึงบริเวณงาน
โดยงานจะเริ่มประมาน 19:30 (พลุลูกแรกแตก)
อยากบอกว่าคนอภิมหารังมดมากครับ
ฉะนั้นใครอยากได้ที่นั่งติดขอบสระละก้อ ไปไวๆ หาเสื่อ หาเพื่อนจองที่ไว้ครับ จะบอกว่าคุณคุ้มค่ากับการมาดูมากม๊ากๆ เพราะมันสวยเวอร์จริงๆ !
ขากลับก็ทางเดิมครับ !
ปล.ขากลับแลดูลำบากเพราะคนจะอัดเป็นปลากระป๋องในรถไฟครับ
ปล2. คนที่เอารถมาเองไม่แน่ใจว่าจะมีที่จอด หรือรถจะออกง่ายๆครับ 55
นอกจากนี้ใกล้ๆบ้านผมยังมีปราสาทที่เรียกได้ว่าขึ้นชื่อเช่นกัน เรียกว่า ฮิโกะเนะโจว 彦根城
ก่อน ซากุระ (桜)จะบาน
การเดินทางยังคงเชียร์ สายรถไฟของ JR เช่นเดิมครับ
นั่งมาลง Hikone 彦根駅
เดินจากสถานีไปตัววัง
ใช้ระยะเวลาเดินเท้าประมาน 10 นาที
ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2011
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ชีวิตของผมมันจะเปลี่ยนไป :)
เรื่องราวของตัวฉัน
เริ่มตั้งแต่ ก้าวแรกที่ก้าวเหยียบพื้นในญี่ปุ่นครั้งแรก ความรู้สึก ณ เวลานั้นมันคือชีวิตใหม่จริงๆ 
ทั้งสภาพอากาศ ผู้คนแปลกหน้า วัฒนธรรมที่ต่าง สถานที่ และเรื่องของภาษา ล่ะด้วยเรื่องของภาษานี้แหละ
ประเทศญี่ปุ่นจัดได้ว่า เป็นประเทศที่รักชาติมาก!
รวมไปถึงการใช้ภาษาด้วย น้อยนักที่จะเห็นภาษาอังกฤษ ภาษาอื่นๆปรากฏในร้านอาหาร หรือตามห้างทั่วไป
ครั้งแรกที่มาถึงญี่ปุ่นการเห็นอะไรมันก็ดูตื่นเต้นไปซะหมด
ขณะนั่งรถกลับบ้านคุณพ่อขับรถกลับโดยใช้ทางด่วน
高速道路
มีร้านราเมง(ラーメン屋) ร้านสะดวกซื้อ (コンビニ )
เขาหลีกเลี่ยงการระเบิดภูเขาทั้งลูกเป็นการเจาะผ่าน
ภายในอุโมงค์ทางลอดครับ
จากนั้นก็ถึงบ้านโดยสวัสดิ์ภาพ
จะเรียกว่าบ้านก็ไม่เชิง เพราะที่ผมพักอยู่เป็นแมนชั่น 
ประเดิมมื้อแรกที่ญี่ปุ่นด้วยดินเนอร์
เนื้อย่าง 焼肉
เนื้อย่างที่นี้โดยรวมผมคิดว่ามันดูน่าทานมากนะครับ อร่อยดีน่ะเนื้อนุ่มสลายในปาก ฮาๆ
เป็นครั้งแรก ด้วย ที่ได้มานั่งร้านกระทะทองแบบนี้
โดยส่วนใหญ่ร้านจะมีเป็นครอส (สั่งไม่อั้น) และแบบสั่งแยกเป็นจานๆ
ครอสแต่ล่ะครอสก็จะมีเวลาจำกัด และราคาที่ต่างกันไป
ทั้ง 90 นาที 120 นาที บางร้านก็ ให้ 150 นาทีก็มี !
ราคาต่อครอสจะแตกต่างกัน ยิ่งแพงเมนูก็ยิ่งเพิ่มครับ
โดยประมานแล้ว ครอสถูกสุดจะเริ่มต้นที่
1890¥ ต่อคน
ราคามากกว่านี้ก็ว่ากันไป (แล้วแต่ล่ะพื้นที่ด้วยเนอะ) 
初めての秋 ครั้งแรกกับฤดูใบไม้ร่วง
ในช่วงที่ผมมานั้นเป็นช่วงเดือน พฤศจิกายน เป็นฤดูใบไม้ร่วงพอดี อุณภูมิอยู่ที่ 15-25 องศาโดยประมาณ
ใบไม้ตามกิ่งก้านของต้นไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองสีแดง ผสมปนกันไป
ในช่วงแรกๆที่มาอยู่ญี่ปุ่น มีหลายสิ่งที่ควรปรับตัว
ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การแต่งตัว วัฒนธรรม
และที่สำคัญ เรื่องของ"ภาษา"
ผมต่างจากหลายๆคนที่มาญี่ปุ่นเพราะทุนการศึกษาหรือมาเรียนภาษาโดยตรง ผมมาด้วยตัวของผมเอง และจุดประสงค์มาเพื่อฝึกดำรงณ์ชีวิตในประเทศญี่ปุ่น ...
ในช่วงปีแรกเนี้ยพูดได้เลยว่ามันอึดอัดมาก ทั้งไม่มีเพื่อน
ไม่มีอะไรทำ พูดไม่ได้ เที่ยวเองไม่ได้ ไปไหนมาไหนเองไม่ได้ ขดตัวอยู่ในห้องคนเดียว เงียบเหงา ร้องไห้เกือบจะทุกวัน อึดอัดมากๆในช่วงเริ่มต้น !
ทำไมถึงไม่มีเพื่อน ?
คนญี่ปุ่นจะมีความเป็นส่วนตัวที่สูงมาก
เราเองภาษาก็ไม่ได้ สื่อสารไม่ได้ ฉะนั้นมันเรียกได้ว่า
การคบหาสมาคมแบบคนไทยหน่ะ
เป็นเรื่องที่ยากมาก!
(คุณแม่ก็บอกกับเราเสมอว่าเดี๋ยวอยู่ๆไปภาษาก็ได้เอง)
ผมมาญี่ปุ่นโดยไม่มีพื้นฐานใดๆเลยครับ รู้แค่คำทักทาย
ผมก็เริ่มล่ะความอยากมีเพื่อนลงไปแล้วก็ใช้ชีวิตกับครอบครัวต่อไป ....
ครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้
เพราะที่ไทยไม่เคยกิน ฮาๆ
ในญี่ปุ่นแล้ว ร้านซูชิจะมีเยอะแยะมากมาย ต่างสาขา ต่างร้านกันไป
ครั้งแรกของผมที่ได้กินซูชิก็คือ ซูชิโรว スシロー
ซูชิโรวมีจุดเด่นคือ ถูกและอร่อยดีฮาๆ
ตกอยู่จานละ 100¥ (ไม่รวมภาษี)
จริงๆถ้ากินแบบจุสุดๆของผมอยู่ที่ประมาน 15 จาน
1500¥ (ไม่รวมภาษี )
และเคยกล่าวไปในข้างต้นว่ามีปราสาทใกล้ๆบ้าน
ขับรถไปประมาน 20 นาที
ฮิโกะเนะโจว 彦根城
ฮิโกะเนียร์ ひこにゃ
คาเรกเตอร์ประจำปราสาทฮิโกะเนะ
และ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตื่นเต้นมากครับ
เมื่อเด็กไทยคนหนึ่งที่ไม่เคยไปเที่ยวไหน
กำลัง Go to Usj Universal Studio Japan
@Osaka
แต่จะไปจบที่ สถานียูนิเวิร์ดเซล ユニバーサル
ข้างในนั้นมีเครื่องเล่นที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนมามาย
รวมไปถึงคนเยอะมาก!! ต่อคิวนานมาก
100 นาที +
ค่าบัตรเข้า 1Day Pass
อยู่ที่ราคา 6900¥ ต่อคน (ไม่รวมภาษี)
* ราคาอัตเดทเมื่อปี 2015
ถามส่วนตัวว่าคุ้มไหม ?
อันนี้อยู่ที่จุดประสงค์ของแต่ละบุคคลครับ
ผมไปเพื่อเปิดหูเปิดตา ไม่ได้กะไปเล่นให้ครบทุกชนิด
จึงคิดว่ามันคุ้มกับการเปิดประสพการณ์ใหม่ๆครั้งนี้ 
เรื่องราวเหล่านี้ขอค้างไว้ที่ปี 2011 ก่อนนะครับ
ในคราวหน้าจะแชร์ประสพการณ์การของปีต่อๆไปเพิ่มมาอีกครับ
ใน Part 2
ติดตามกันได้น่ะครับ
ขอบคุณครับ :)

















