หลายคนคลุกคลีอยู่กับอ้อยมาครึ่งค่อนชีวิต รู้ว่าน้ำอ้อยมีประโยชน์ แต่ประโยชน์ที่ว่ามีอะไรบ้างนั้นคงยากที่จะตอบได้ ให้ มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม เว็บไซต์ที่อยู่เคียงข้างมิตรชาวไร่อ้อยจะมาตอบคำถามนี้ให้กระจ่าง ว่า “น้ำอ้อย” แสนหอมหวานนั้นมีคุณด้านใดบ้าง

น้ำอ้อยสดเป็นเครื่องดื่มคลายร้อนที่หลายคนโปรดปราน เพราะน้ำอ้อยทั้งหวาน หอม ดื่มแล้วชื่นใจมาก ๆ เลยจริงไหมคะ แต่นอกเหนือจากความอร่อยแล้ว น้ำอ้อยยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพเราด้วยนะ ลองมารู้จักประโยชน์ของน้ำอ้อยกันดีกว่า

 

บทความแนะนำของเรา

สูตรทำลูกชิ้นคลีนด้วยตัวเองง่ายๆ ทำขายส่งได้เลย

เมนู ลูกชิ้น ทำได้หลากหลายไม่ง้อร้าน

แจกสูตรขิงดอง ทำง่ายๆ กินกับอะไรก็ได้

ประโยชน์จากน้ำอ้อยที่ให้มากกว่าแค่ความหวาน ดื่มแล้ว ดีต่อสุขภาพเต็มๆ

สาวๆ รู้ไหมว่า น้ำอ้อยนอกจากจะใช้เป็นเครื่องดื่มเพื่อคลายร้อนได้ดีแล้ว ยังมากไปด้วยประโยชน์จนน่าทึ่งอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวมประโยชน์ดีๆ จากน้ำอ้อยมาบอกกัน โดยจะมีประโยชน์อย่างไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

 

  • ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกชุ่มคอ

ความหวานจากน้ำตาลในต้นอ้อย เป็นความหวานจากธรรมชาติที่มากล้นด้วยสารอาหาร ทั้งแคลเซียม โปแตสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอย่าง โพลิฟินอล ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต้านการอักเสบได้ดี จึงลดอาการอักเสบในคอ และทำให้รู้สึกชุ่มคอมากขึ้น แถมยังช่วยบรรเทาอาการไอ และขับเสมหะได้ดีอีกด้วย

  • เติมพลังให้ร่างกายได้ทันที

น้ำอ้อย เป็นตัวช่วยในการเติมพลังให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้หากได้ดื่มน้ำอ้อยเย็นๆ สักแก้ว จะรู้สึกได้เลยว่า ร่างกายมีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น และยังทำให้สมองโล่งโปร่ง จิตใจแจ่มใส เบิกบานขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดที่จะดื่มน้ำอ้อยกันเลยเชียว

  • ขับปัสสาวะ

น้ำอ้อยมีสรรพคุณในการช่วยขับปัสสาวะ และสามารถป้องกันการติดเชื้อในกระพาะปัสสาวะได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะบ่อยๆ ก็ต้องดื่มน้ำอ้อยเพื่อสุขภาพกันเลย

  • .บำรุงหัวใจและร่างกาย

ตามตำรับยาโบราณ มักจะใช้อ้อยเป็นส่วนผสมในตัวยา เพื่อช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น นั่นก็เพราะน้ำอ้อยมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ซึ่งจะช่วยบำรุงหัวใจและร่างกายให้มีความแข็งแรงได้ดีนั่นเอง

  • ลดอาการแพ้ท้อง

สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ก็สามารถดื่มน้ำอ้อมเพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้องได้อีกด้วย โดยน้ำอ้อยจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และบรรเทาอาการเวียนหัวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่มีอาการแพ้ท้องจนแทบกินอะไรไม่ได้ ต้องลองดื่มน้ำอ้อยกันดู

  • บำรุงธาตุ

น้ำอ้อยมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร พร้อมทั้งมีสารอาหารอีกหลายอย่างที่ช่วยในการบำรุงธาตุในร่างกาย โดยเฉพาะสารที่จะช่วยควบคุมระดับของบิลิรูบิน ซึ่งเกิดจากการแตกตัวของเซลล์เม็ดเลือดแดงให้อยู่ในเกณฑ์สมดุล จึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั่นเอง

  • .แก้ท้องผูก

ในคนที่มีอาการท้องผูก ก็สามารถดื่มน้ำอ้อยเพื่อแก้อาการท้องผูกได้ เพราะน้ำอ้อยมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เพียงดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารเช้า ก็จะช่วยแก้อาการท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว แถมยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเป็นปกติมากขึ้นอีกด้วย

 

👉 ดื่มน้ำอ้อยสด อ้วนไหม

แม้น้ำตาลจากน้ำอ้อยจะเป็นความหวานจากธรรมชาติ และ 1 แก้ว (100 มิลลิลิตร) จะให้พลังงานราว ๆ 39 กิโลแคลอรีเท่านั้น ทว่าหากร่างกายรับน้ำตาลเข้าไปมาก ๆ ก็จะเกิดการสะสมของน้ำตาล และอาจกลายเป็นไขมันส่วนเกินตามจุดต่าง ๆ ในร่างกายได้ ดังนั้นน้ำอ้อยสดกินแล้วอ้วนไหม ก็ต้องบอกว่าถ้าดื่มทุกวัน วันละหลายแก้ว ดื่มแทบจะแทนน้ำเปล่า แบบนี้คงไม่ดีต่อสุขภาพแน่ ๆ 

👉​​​​​​​โทษของน้ำอ้อย ดื่มมากไปต้องระวังอะไรบ้าง ? 

หมอพื้นฐานถือว่า น้ำอ้อยเป็นของแสลงกับโรคลม รวมทั้งยังทำให้เหนียวคอ เจ็บคอ คอแห้งได้หากทานมากเกินไป และที่สำคัญก็คือ อย่างที่บอกไปว่า น้ำอ้อยมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง หากดื่มมากไปอาจเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ดังนั้นแนะนำให้ดื่มน้ำอ้อยในปริมาณที่เหมาะสม คือไม่เกิน 2 แก้ว (200 มิลลิลิตร) ต่อวัน และอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ พร้อมกับหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

Recommend: เครื่องคั้นน้ำอ้อย ระบบ 3 ลูกรีดดึงท่อนอ้อยอัตโนมัติไม่ต้องออกแรงยัด บดครั้งเดียวแห้งสนิท

เมื่อได้ทราบประโยชน์จากน้ำอ้อยกันแล้ว ก็อย่าลืมหาน้ำอ้อยมาดื่มบ่อยๆ เพื่อสุขภาพที่ดีกันด้วย โดยแนะนำให้คั้นเองสดๆ เลยจะดีที่สุด หรือหากใครที่ไม่ชอบดื่มน้ำอ้อย จะทานอ้อยแบบสดๆ แทนก็ได้เหมือนกัน

สำหรับคนชอบกินจุบจิบมาลองทำเมนูกล้วยฉาบกันหน่อยดีไหม สูตรนี้เป็นกล้วยฉาบรสหวานหรือกล้วยฉาบเคลือบน้ำตาล มีความหอมของเนยหน่อย ๆ เก็บไว้ได้นานจนกว่าจะหายกรอบจ้า  เนื่องจากมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้หลายครอบครัวกักตัวเองอยู่ในบ้าน ครั้นจะกักตุนอาหารสดถ้ากินไม่ทันก็ต้องเน่าเสียทิ้งไปเสียดายแย่ ดังนั้นมาหาวิธีถนอมอาหารยืดอายุเก็บไว้กินได้นานกว่าเดิมกันดีไหม เราขอนำเสนอวิธีทำเมนูจาก การถนอมอาหาร ไปดูวิธีการ ทำกล้วยฉาบ กันเลย  
 

🟡 ส่วนผสม กล้วยฉาบ

  • กล้วยน้ำว้าดิบ 1 หวี
  • น้ำปูนใส (สำหรับแช่กล้วย)
  • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
  • น้ำเปล่า 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • เนยสดเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ

🟡 วิธีทำกล้วยฉาบ

  1. ปอกเปลือกกล้วยแล้วฝานตามความยาว นำไปแช่น้ำปูนใส ประมาณ 15 นาที เพื่อให้ยางกล้วยออกมา
  2. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปกะพอให้ท่วมกล้วย ใส่กล้วยลงไปทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันและพักบนตะแกรง
  3. ใส่น้ำกับน้ำตาลทรายลงในกระทะ เคี่ยวจนน้ำตาลละลายและเหนียวข้น ใส่เนยเค็มลงไป คนให้เข้ากัน ปรับไฟให้อ่อนสุด เทกล้วยทอดกรอบลงไป คลุกจนเข้ากัน ปิดไฟ พักไว้จนเย็น นำใส่ภาชนะปิดอย่าให้อากาศเข้า
Cr.cooking.kapook.com

 

เมื่อพูดถึง กิมจิ (Kimchi) อาหารประจำชาติของชาวเกาหลี ที่นับวันยิ่งจะเป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยรสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงทำให้ชาวต่างชาตินิยมสรรหามาลิ้มลองกัน ไม่เว้นแม้แต่คนไทย ที่นิยมนำกิมจิมาเป็นเครื่องเคียงในมื้ออาหารอยู่เสมอ โดยเฉพาะอาหารประเภทปิ้งย่าง ที่มีให้เห็นกันแทบจะทุกร้านเลยทีเดียว นอกจากกิมจิจะมีรสชาติที่เผ็ดอร่อยแล้ว กิมจิยังมีวิตามิน  และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์อีกด้วย ส่วนที่มาของการทำกิมจินั้น เนื่องมาจากสภาพอากาศของประเทศเกาหลีในช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัด จนไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการยืดอายุอาหาร โดยวิธีการเก็บรักษา และ การถนอมอาหาร ต่าง ๆ นั่นเอง ดัดแปลงนำโคชูจังที่เหลือจากการทำอาหารเกาหลีกินเมื่อครั้งก่อนมาทำเป็นกิมจิซะเลย 

 

วิธีทำกิมจิ สูตรใส่โคชูจัง
แน่นอนว่ากิมจิมีผักเป็นส่วนผสมหลัก ส่วนใหญ่จะเป็นผักกาดขาว ควรเป็นผักกาดขาวจีน เพราะจะทำให้กิมจิรสชาติดี, กะหล่ำปลี และหัวไชเท้า แต่ผักอื่น ๆ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เช่น ผักชี,  ผักเครส, แตงกวา, มะเขือยาว, หัวหอม, ผักกาด, ฟักทอง, ถั่วงอก รวมไปถึงผักโขม และมะเขือเทศก็ใช้ทำกิมจิได้เช่นกัน 

ส่วนผสมทำ กิมจิ 

  • น้ำปลา
  • ผักกาดขาว 2 หัว
  • น้ำส้มสายชู
  • หัวไชเท้า 1 หัว (หั่นเป็นแว่น)
  • เกลือ
  • แครอท
  • ต้นหอม (หั่นเป็นท่อน) 3 ต้น
  • กระเทียมโขลกละเอียด
  • พริกชี้ฟ้าปั่นละเอียด
  • ขิงบดละเอียด
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  • โคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะพูน ๆ

นำผักกาดขาวไปแช่น้ำ ใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที (เพราะเราไม่รู้ว่า เขาใส่สารอะไรในผักไปหรือเปล่า ที่บ้านเราจะใส่น้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อยค่ะ) พอครบเวลานำผักกาดขาวใส่ลงในกะละมังใบใหญ่ตามด้วยหัวไชเท้า จากนั้นใส่เกลือลงไปประมาน 3 กำมือ ตามด้วยน้ำ กะปริมาณให้พอดีกับผัก พักทิ้งไว้ประมาน 4 ชั่วโมง

นำขิงบด กระเทียมบด และพริกชี้ฟ้าไปปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด 

เมื่อครบ 4 ชั่วโมง นำผักมาล้างน้ำ 3 ครั้ง ให้หายเค็ม (เด็ดใบผักกาดมาชิมดูนะ อาจจะหลงเหลือความเค็มนิดหน่อยไม่ว่ากัน) 

บีบน้ำออกจากผักให้หมด (ผักหดเหลือแค่นี้เอง 55555) 

ใส่แครอท ต้นหอม และส่วนผสมพริกปั่นลงไป ตามด้วย น้ำตาลทราย โคชูจัง และน้ำปลา (ไม่ต้องใส่เยอะมากถ้าเค็มไปมันจะแก้ไม่ได้) คลุกเคล้าให้เข้ากัน (แนะนำคนที่มือแพ้ง่าย แสบง่ายให้หาถุงมือใส่ดีกว่านะคะ) ชิมรสตามชอบ (ดูว่าขาดอะไรอยากเพิ่มเติมอะไรก็สามารถใส่เพิ่มได้ตามความต้องการ 

 

ถ้าไม่เผ็ดก็ใส่พริกป่นของไทยเรานี่แหละเพิ่มลงไป ถ้าไม่เข้มข้นก็ใส่โคชูจังเพิ่ม สีอาจจะดูไม่แซ่บไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนพริกเกาหลี แต่รับรองว่าอร่อยนะฮ้าา) จัดเก็บใส่กล่องหรือภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นประมาน 14-18 ชั่วโมง (จะได้รสเปรี้ยวกำลังดี หรือพอครบ 14 ชั่วโมง แล้วเราก็ชิมก่อนว่าเปรี้ยวพอใจเราหรือยัง ถ้ายังไม่เปรี้ยวก็อย่าเพิ่งเอาเข้าตู้เย็นนะคะ จำได้ว่าเขาบอกมันเป็นหลักการเดียวกับแหนม ถ้าเอาเข้าตู้เย็นแล้วจะหยุดเปรี้ยว อาจจะไม่ถึงกับหยุดซะทีเดียว กิมจิยิ่งถ้าเก็บไว้นาน ๆ ยิ่งอร่อยน้ำจะซึมเข้าถึงเนื้อผักเลย) 

 

สาวกอาหารเกาหลีต้องไม่พลาดเลยนะครับกับวิธีทำกิมจิง่าย ๆ ถนอมอาหาร ง่ายๆ เก็บไว้ในตู้เย็น อยากหยิบออกมากินเมื่อไหรก็ได้ตามใจชอบ ขอ

 

CR. ข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Giftzy สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ใครที่กำลังทาน อาหารคลีน หรือ สาวๆ ที่กำลังลดน้ำหนักอาจจะรู้สึกเบื่อกับอาหารหรือเมนูคลีนที่กำลังกินอยู่ที่ค่อนข้างที่จะซ้ำซากจำเจ วันนี้ เรา มีสูตรเมนู เค้กฝักทอง 3 สูตร คลีนๆ มาฝาก โดยเมนูนี้คุณจะได้คุณค่าโภชนาการจากฟักทองที่มีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ชะลอรอยเหี่ยวย่น ลดน้ำตาลในเลือด และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย พร้อมกับสูตรคลีนที่เหมาะกับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือลดความอ้วนอยู่ก็สามารถทำทานได้ และที่สำคัญเมนู เค้กฟักทอง 3 สูตรนี้ยังทำตามได้ง่ายๆ ใช้วัตถุดิบ และกระบวนการขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน

เค้กฟักทองคลีน (ใช้เตาอบไฟฟ้า) เค้กไร้แป้ง เค้กแคลอรี่ต่ำ

  • วัตถุดิบในการทำ 
• เค้กฟักทองนึ่งสุก 300 กรัม • กล้วยหอมสุก 1 ลูก(ขนาดกลาง) • ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์4) • ผงฟู 1/2 ชช. • เมล็ดเจีย 10 กรัม(ไม่ใส่ก็ได้ ใส่งาขาวหรือธัญพืชอื่นๆได้ตามชอบ) • งาขี้ม้อน 1 ชต. (ไม่ใส่ก็ได้ ใส่งาขาวหรือธัญพืชอื่นๆได้ตามชอบ)
 
  • อุปกรณ์เบเกอรี่
  1. เตาอบไฟฟ้า 
  2. พิมพ์ขนมอลูมิเนียม
  • วิธีการทำ เค้กฟักทอง เพื่อสุขภาพ
1. นำฟักทองปอกเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด หันฟักทองสไลด์เป็นชิ้นสี่เหลี่ยม
2. นำฟักทองที่หั่นแล้วไปนึ่งที่ซึ้ง ใช้ไฟกลาง โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
3. จากนั้น ใช้ช้อนบดฟักทอง+กล้วยให้ละเอียด
4. นำไข่แดง ไข่ขาวแยกจากกัน (ใช้ไข่ไก่ 2 ฟอง) นำเฉพาะไข่แดงมาผสมให้เข้ากันกับฝักทองที่เตรียมไว้ ใส่ผงฝู งาขี้ม่อน เมล็ดเจีย
5. นำไข่ข้าวที่ได้แยกไว้มาตีให้ขึ้นฟู นำมาผสมกับฝักทองทองที่เตรียมไว้
6. นำฝักทองใส่ใน พิมพ์ขนมปังสี่เหลี่ยม รองด้วยกระดาษไข่ นำไปอบ โดยใช้ไฟบน ไฟล่าง อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 165 องศา ใช้เวลา 40-50 นาที
7. นำออกมาจากเตา พักทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นค่อยใช้มีดแซะออกจาก พิมพ์ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

 

 

เมนู เนื้อแดดเดียว กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ เมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตที่ไม่ได้หากินได้ง่ายๆ หรือตามร้านส้มตำ ร้านอาหารตามสั่งทั่วไปก็ไม่อร่อยถูกปาก บางร้านก็เหนียวไป บางร้านก็แข็งไปโดยเนื้อเมื่อตากแดดเสร็จยังเอาไปทำเมนูอื่นๆ ได้อีกมากมาย หลากหลาย โดยจริงๆ แล้ว เนื้อแดดเดียวเมื่อหมัก และตากเสร็จแล้ว ไม่ได้เอาไปแค่ทอดอย่างเดียวแต่สามารถนำไปดัดแปลงทำเป็นเมนูอื่นๆ แทนเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ หรือ เนื้อหมูได้เลย

 

เมนูที่ทำจากเนื้อแดดเดียวที่ต้องโดน

ส่วนผสม เนื้อแดดเดียวทอด

  • เนื้อวัว 500 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ (เล็กน้อย)

วิธีทำเนื้อแดดเดียวทอด

     1. หั่นเนื้อ​ตามเส้น​เป็นชิ้นยาวหนาประมาณ 1/2 นิ้ว
     2. ใส่น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทราย ลงไปหมักกับเนื้อ นวดผสมจนซอสซึมเข้าเนื้อ
     3. วางเรียงเนื้อที่หมักไว้บนตะแกรง นำไปตากแดดจนเนื้อแห้งหมาด ๆ เก็บใส่ภาชนะปิดให้สนิท นำเข้าแช่แข็ง
     4. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชลงไป ใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนรอจนน้ำมันร้อน จากนั้นใส่เนื้อลงไปทอดจนด้านในเริ่มสุก ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันจากนั้นนำลงไปทอดซ้ำอีกครั้งจนสีเข้มขึ้น พร้อมเสิร์ฟ

     อยากกิน เนื้อแดดเดียว ทอดแล้วสิ ขอตัวไปจ่ายตลาดซื้อเนื้อติดมันก่อนนะคะ เวลาเอามาทำเนื้อแดดเดียวจะนุ่มมากเลย แต่ใครอยากได้ส่วนเนื้อล้วนก็ตามชอบ ยิ่งถ้าได้กินกับข้าวเหนียวนี่ฟินสุด ๆ ไปเลยค่ะ

Cr. cooking.kapook.com/view188986.html