อัพบล็อคในรอบสามพันล้านปี สวัสดีสวีดัด ![]()
อันที่จริงตั้งใจจะอัพตั้งแต่กลับไทยละ แต่ด้วยความขี้เกียจล้วน ๆ ไม่มีอะไรเจือปน เพิ่งจะแซะตัวเองมานั่งเขียนเอาป่านนี้![]()
เมื่อเดือนเมษา เราตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต บอกลาหมาแมวจิ้งจกที่บ้าน เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ลาแล้วหนอบ้านเรา (พอ...) เพื่อเดินทางออกตามหารักแท้
ความรักของเราที่ชื่อว่าโซรารุ! (ถรุย.....)
ช่ายยย หลังจากหลงหัวปักหัวปำ ลองได้ติดใจไปไลฟ์ครั้งนึงแล้วก็ย่อมจะมีครั้งที่สองที่สามตาม มันเป็นสัจธรรมชีวิต (ติ่ง)
「SORARU LIVE TOUR 2019 10th Anniversary Parade」
ชื่อไลฟ์อันแสนหรูหราหมาเห่าโฮ่งก็คือไลฟ์ที่เราไปในครั้งนี้ เป็นไลฟ์ฉลองครบรอบ10 ปีที่โซรารุซังเป็นอุไตเตะ จากโซรารุซังชายหนุ่มปากแดงแก้มป่องในวันนั้น เป็นโซรารุซังที่ยังปากแดงแก้มป่องจุซไซที่บ่นปวดเอวปวดหลังในวันนี้ ///โดนหวด...
เพราะว่าตรงกับเมษาเดือนแห่งวันหยุดยาวแห่งชาติ เราจึงไม่ลังเลที่จะไปรอบวันที่ 13 กับ 14 เมษา แถมด้วยลาพักร้อนต่อยาว ๆ จนหัวหน้าอยากเอาซองขาวเขวี้ยงใส่หน้าเหมือนตอนขว้างฟาร์สบอล จากประสบการณ์การที่ไปไลฟ์ ATR คราวที่แล้วมันทรมานสังขาร (อันโรยรา) ของเรามาก อันนั้นคือเหมือนขายวิญญาณให้ซาตาน ใช้ชีวิตแบบแทบไม่มีเวลาหายใจ เลิกงาน ไปสนามบิน เช้าถึงญี่ปุ่น ต่อรถไปไซตามะ เข้าไลฟ์ กลับที่พัก วันต่อมาบินกลับ ถึงไทยตีสอง เช้าตื่นไปทำงานต่อ แทบสิ้นลม ชีวิตติ่งมนุษย์เงินเดือน ![]()
![]()
![]()
ก่อนจะไปพูดถึงโซรารุซังของเรา (อะแฮ่ม! เคมเป็นของตัวเองเฉย ) นอกเรื่องนิด สำหรับใครที่สนใจไปไลฟ์ศิลปินที่ชอบ ถ้าจัดที่มาคุฮาริเราขอภูมิใจนำเหนอแบบไม่ได้ค่านายหน้า
APA Tokyobay Makuhari
<< จิ้มจึก ๆ
ที่สุดของความฉะบายยยยยยย
คือมันเป็นโรงแรมที่เหมาะกับการมามาคอนหรือมางานจัดแสดงอะไรก็แล้วแต่ที่มาคุฮาริมาก ๆ จากโรงแรมเดินประมาณห้านาทีคือถึงสถานีรถไฟ ใกล้ที่จอดรถประจำทาง ทางโรงแรมมีบัสรับส่งให้ถึงสนามบินทั้งฮาเนดะและนาริตะ สำคัญคือพนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ เพราะงั้นใครไม่สันทัดไม่คล่องก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลย (นี่แอบลากกระเป๋าไปโดนเท้าคุณพนักงานคนสวยด้วย ต้องเจ็บมากแน่ ๆ แต่เธอยังยิ้มให้ รู้สึกผิดจนอยากคุกเข่าฮาราคีตัวเองตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด ขอโทษฮัป ![]()
การพักใกล้สถานที่จัดไลฟ์คือเป็นอะไรที่ช่วยประหยัดเวลาและพลังงานชีวิตมาก เราสามารถแหกตาตื่นไปต่อแถวซื้อกู๊ดแต่เช้าแล้วถ้าง่วงก็กลับมานอนตีพุงให้ร่างกายได้พักผ่อนแล้วค่อยตื่นมาแบบผิวสวย ๆ เดินเฉิดฉายไปตอนใกล้เวลาคอนเริ่มก็ยังได้ (ทำมาแล้ว แต่เปลี่ยนจากเดินเฉิดฉายเป็นเดินปวดหลัง 555)
นอกจากความสะดวกที่ีจำเป็นที่ได้กล่าวถึงไปในข้างต้น ในส่วนของโรงแรมคือหรูหราดีเชียวแหล่ะ ราคาก็ไม่แรง ห้องพักสะอาดสะอ้านไม่ได้แคบแต่ก็ไม่ได้กว้างจนเกินไป ถ้าพักเกินสองคืนก็จะมีคุณแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องพักให้ทุกวัน (ตอนแรกไม่รู้ ก่อนไปทิ้งสภาพไว้เหมือนมีการฆาตกรรมในห้องมาก กลับมาคือห้องอย่างเนี๊ยบ //ยกมือสาธุจ้าคุณแม่บ้าน
)
ตอนไปอยู่ช่วงแข่งพอดี ก็จะได้เห็นหน้าน้องในทีวีทั้งวัน (แล้วมีอีกคนที่เราไม่รู้จักคือเลือกเพลงโจโจ้แล้วใส่ชุดโจ้โจ้มาแข่งอ่ะ เท่ส๊าดดดดด!!!) ในโรงแรมคือมีร้านอาหาร ร้านยา ร้านของฝาก ร้านซักรีด มีตู้เกมส์ มีทุกอย่างให้เธอแล้ว จะนอนอืดไม่ออกไปไหนจากโรงแรมเลยก็ยังทำได้ แถมออนเซ็นที่นี่ยังสวยอย่าบอกใครเลยล่ะ มาแล้วต้องไปลองนะ อันนี้ของดีห้ามพลาด
อีกอย่างที่ประทับใจแบบนอกเรื่องมากคือพนักงานลอว์สัน น่ารักม๊ากกกก555 วันที่เราไปเจอเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ไม่สูงมาก เอ็นดูวในความพยายามพูดอังกฤษ คือตอนไปร้านมีแคมเปญโคกับเจโซลบราเทอว์อยู่พอดี ก็มีให้จับคูปองลุ้นโชคอะไรแบบนี้ นี่จับได้ชอคโกแลต น้องก็เลิ่กลั่ก ๆ แล้วก็วิ่งไปที่ที่เชลล์แล้วหยิบมาให้เลือกสองกล่อง น้องทำท่าคิดอะไรบางอย่างอยู่สักครู่ก่อนจะพูดออกมาว่า "พรีเซนต์ฟอว์ยู" พร้อมรอยยิ้มพิฆาต เอ็นดูสุดหัวใจ เปลี่ยนจากช็อคโกแลตเป็นหนูได้ไหมลูก //น้ำหมากจิไหล ![]()
![]()
โซรารุซัง (ในมโน) บอก ช่วยเขียนจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้อีกรอบเด๊ะ 5555
ก็นั่นล่ะ หลับมึน ๆ บนเครื่องก็มาถึงนาริตะประมาณเกือบสองทุ่ม ขนาดใส่เสื้อโค้ทมาแล้วยังหนาวจนปากเปิกสั่น หนาวจนอยากกรีดร้องไม่เป็นภาษา หนาวจนอยากโผเข้าหาไออุ่นจากโซรารุซัง //โดนหวดอเกน....
เราไม่สามารถลากสังขารอันเหี่ยวแห้งเหมือนกระเป๋าตังที่แห้งเหี่ยวเพื่อฝ่าความหนาวยะเยือกประมาณ 5-7 องศาเพื่อนั่งรถไฟไปได้ สุดท้ายก็เลือกรถบัสซึ่งก็ใช้เวลาประมาณ 45 นาที แล้วเดินต่ออีก 5 นาทีก็ถึงที่หมาย ด้วยงบประมาณ 900 เยนถ้วน ระหว่างทางก็ส่องโอแอลสวย ๆ ไปตามทาง พนักงานบริษัทเดินกันขวักไขว่ เป็นการเดินที่เพลิดเพลินเจริญตายิ่งนัก แต่ไม่ยักจะมีสาวแว่นสักคน เสียจุย Orz......
ก่อนจะถึงโรงแรมเลี้ยวไปก็เจอมาคุฮาริละ เห็นมะ มันใกล้มากจริงจัง ถ้าอยู่สักชั้นยี่สิบคือกระโดดลงมาก็ถึงฮอลเลย ///เดี๋ยว... ใจอยากจะนอนรอข้ามวันซะที่นี่แต่เนื่องด้วยอุณหภูมิ ณ ขณะนั้นอาจกลายเป็นศพให้โซรารุซังได้สมเพศเวทนาก็เป็นได้ แต่เอาล่ะ! อย่างน้อยคราวนี้ก็ใกล้กันแค่เอื้อม ไม่ต้องต้องไปเดินหา ไม่หลงแน่นอน และด้วยความหนาวในองศาที่ีต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างที่บอกประกอบกับปัญหากระดูกของเราที่ไม่สามารถต้านทานความหนาวได้ (เพราะมันจะปวดมากน้ำตาไหลพราก ๆ ) สุดท้ายไอ้ที่ตั้งใจว่ามาถึงจะไปหาอะไรดื่มกรึ่ม ๆ แล้วนอนก็ล่มไม่เป็นท่า
แต่ลอว์สันช่วยคุณได้....//ก้มกราบเบญจางคประดิษฐ์อยู่หน้าร้าน ขอบคุณสำหรับเบียร์หนึ่งกระป๋องกับอาหารในค่ำคืนที่หนาวเหน็บแม้รสชาติจะเห่เฮเห้เกินบรรยาย จบหนึ่งวันไปอย่างหมดเรี่ยวแรงแบบไม่ได้สาระอะไรใด ๆ ทั้งปวง แต่พรุ่งนี้เรามีนัดไปเอาบัตรคอนกับคุณบิ้วล่ะ!!!
และก็ตามนั้น ครั้งนี้เราได้รับการช่วยเหลือในเรื่องของบัตรเพราะมันส่งไปที่บ้านคุณบิ้ว ซึ่งเอาจริง ๆ คุณบิ้วก็ช่วยเหลือเราหลาย ๆ อย่าง นับจากครั้งแรกนู่นนน ที่ไม่มีความรู้เรื่องการซื้อตั๋วอุไตเตะเลย (สาธุจ้าบิ้วซังมา ณ ที่นี้) แล้วก็นั้นล่ะ แม้เราจะไม่ได้หัวใจและร่างการของโซรารุซังแต่เราก็ได้ตั๋วไลฟ์ของเขามาอยู่ในกำมือ //หัวเราะเหี้ยมเยี่ยงลาสบอส ![]()
แต่นนนแต๊นนนนนน!!! น่ารักใช่ไหมล่าาาา?!!![]()
![]()
ตอนเห็นตั๋วครั้งแรกคืออยากวิ่งกลับไทยไปเอาชุดไทยมาใส่แล้วฟ้อนตะต่อนยอนรอบชิบะด้วยความสุขสมอารมณ์หมาย มันตะมุมตะมุ้งงิ้งน่ารักมากกกกก //ยัดปากเคี้ยวๆ ตอนแรกเข้าใจว่าจะได้เป็นอีทิกเก็ตเหมือนคราวก่อน แต่ไป ๆ มารู้ทีหลังว่าเป็นตั๋วกระดาษก็ตอนคุณบิ้วไลน์มาบอกว่าตั๋วส่งไปบ้านนั่นแหล่ะ
และแล้วก็ถึงวันไลฟ์ เวลาของคนขี้เกียจ (พิมพ์) มักเดินเร็วเสมอ....
อนึ่ง นอกจากบิ้วซังที่คอยให้คำแนะนำเรื่องบัตร อีกคนสำคัญที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือคุณกิ่ม! เราเองก็เพิ่งรู้จักคุณกิ่มได้ไม่นานแต่กิ่มซังก็ใจดีมากจนเราประทับใจ อนึ่ง เราไม่เคยไปไลพ์แบบทุ่มชีวิตขนาดนี้ ปกติก็คือเดินมึน ๆ ไปก่อนเปิดฮอลล์แค่นั้น ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายว่าฉันต้องไปรอกี่โมงเพื่อให้ได้ของหน้าคอนมาครอบครองอะไรงี้ แต่จากประสบการณ์คราวที่แล้วที่ไปไลฟ์ ATR คือเปิดขายกู๊ด 10 โมง ไปเกือบ 11โมง ปรากฏว่าของหมดเกือบทุกอย่าง แถมเมนูอาหารโซระมาฟุก็ไม่มีบุญให้เราซื้อมาตกถึงท้องเลยสักชิ้น ต่อแถวเกือบสองชั่วโมงพอใกล้ถึงคิวหมดซะงั้น เจ็บปวดฝังใจมาจนถึงจวบปัจจุบัน
ตั้งใจจะไปรอหน้ามาคุฮารุตั้งแต่ตอนตีสาม เนื่องจากเคยฟังสถิการรอคอยของแฟนคลับที่กิ่มซังเคยเล่าให้ฟัง แต่กิ่มซังยบอกนั่นมันโหดไป อันตราย555 (ถึงแม้ว่าคนที่อันตรายต่อคนอื่นที่สุดอาจจะเรา
) สรุปเราตื่นตีสี่ อาบน้ำแต่งตัวเดินเมาขี้ตาไปถึงมาคุฮาริประมาณตีสีครึ่ง
และนี่คือสิ่งที่พบเจอ
ตีสี่นะโว้ยยย ไม่ใช่สี่โมง พวกเธอรีบมาทำไมก๊านนนนนนน!!!!
เสียงกรีดร้องของทานุกิดังก้องในจิตใจ ที่ดูสว่าง ๆ นี่ตอนที่ถ่ายคือรอมายันตีห้ากว่าแล้ว หัวแถวอยู่นู่นนนนนน เลยจากบันไดขั้นแรกเข้าไปอีก แต่ละคนคือมาแบบพร้อมรบมาก ๆ เสื้อหนาว พร้อม! อาหาร พร้อม! ผ้ารองนั่ง พร้อม! แอบเหลือบไปเห็นบางคนที่พกเกาอี้พับตัวเล็ก ๆ มา //ปาดเหงื่อ ส่วนกระเหรี่ยงอย่างเราที่เตรียมมาแค่ใจก็ยืนทนหนาวปากสั่นหงึก ๆ ไปอย่างนั้น ระหว่างรอที่กำลังซึบซับความรู้สึกของแจ็คตอนไททานิคล่มก็ได้กิ่มซังที่ไลน์มาคุยเป็นเพื่อนเรื่อย ๆ กิ่มซังเนี่ย น่ารักแล้วก็ใจดี ๆ มาก ๆ เลย
จะว่าไปแฟนเพลงของโซรุซังนี่ก็มีทุกเพศทุกวัยจริง ๆ นะ ข้างหน้าเรานี่คือมากันเป็นครอบครัวเลย แล้วในคอนวันที่สองที่ที่นั่งข้าง ๆ เราก็เป็นคุณป้าที่ขาไม่ค่อยดีมากับลูกสาว ดีจังน๊า...
ที่สำคัญแฟนบอยที่โซรารุซังถวิลหาก็มีมาเยอะพอสมควร 55555
เวลาเปิดขายกู๊ดที่ระบุจริง ๆ คือ 10 โมง แต่แค่หกโมงกว่าคนก็เยอะจนแถวขดเป็นงูตั้งสามสี่รอบ (งูยักษ์ด้วย ไม่ใช่งูธรรมดา) สุดท้ายบรรดาสต๊าฟซังก็เปิดขายก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง โดยรวมว่าการจัดการค่อนข้างเป็นระเบียบแล้วก็รวดเร็วมาก (ไม่นับเวลามารอซึ่งมาเองแบบไม่มีใครขอ) เอาเป็นว่าประทับไต //ตบมือแปะ ๆ แล้วก็นั่นล่ะ ครั้งนี่ไม่พลาด ได้มาครบทุกอย่าง เว้นไอ้ที่ไม่ครบคือสติ...
แอบตินิดนึงคือการเลือกโทนสีในกู๊ดรอบนี้มันไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่เลยอ่ะ จากภาพที่ลงไว้มันค่อนข้างสวยมากเลยนะแต่พอเป็นผลิตภัณฑ์จริง ๆ ด้วยความที่เป็นโทนม่วงทึบ+เทา มันเลยทำให้ทุกอย่างดูหม่นไปหมด สร้อยเอาจริง ๆ ก็ไม่สวยสมราคาจนไม่อยากซื้อ (แต่ก็ซื้อ....) แล้วยิ่งผ้าเนี่ย สีดูกะปิมาก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกะออกมาจากถุงแต่สภาพเหมือนผ่านการเอาไปเช็ดลูกหมาตกคลองแสนแสบมาแล้วสองสามครั้ง แต่เพนไลท์คือสวยหรูหะรูหะรามาก ถูกใจสุด ๆ
เมื่อได้กู๊ดมาครอบครองท้องก็เริ่มหิว ย้ายมาท้าทายเส้นเลือดขอดที่แถวของกินกันต่อ ในระหว่างต่อคิวซื้อกู๊ดก็เหลือบมามองอยู่เรื่อย ๆ นะ ยังคิดอยู่เลยว่าคนโคตรมหาศาล พอถึงตาเราซื้อของเสร็จหันไปดูแถวอาหารแล้วก็แบบ ว้าวววว! แถวไม่มีเลย.....
แถวไม่มีเลย....ไม่มีวี่แววว่าจะคนจะลดลงเล๊ยยย!!!!
แว่วเสียงพยาธิในกระเพราะกรีดร้องอย่างโหยหวน “แกเดินไปซื้อโอนิกิริในคอมบินีง่ายกว่าม๊าย!!” แต่ก็นั่นละ เพื่อโซรารุซังไอแคนดูวเอวี่ติงงงง อั่ยยยย วิวววว ดายยยย ฟอว์ยูววว แอนอั่ยยยย วิววววลีฟฟฟ ฟอยู๊วววว!!!! //พอ...
อย่างที่น้อง ๆ BNK ว่า ความพยายามไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ!
(แต่ทำร้ายไตเป็นอย่างมาก)
ผ่าง ๆ !!!
ขอตั้งชื่อให้ใหม่ว่า “ทาโกะจังของโซรารุซังจุซไซ่กับมายองเนสสีฟ้าสยองขวัญของเขาที่ไม่รู้จะใส่มาเพื่ออะไร”ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ชวนฝันเหมือนทำแล้วไหม้เกรียม ประสานกับความเหนียวแต่ไม่นุ่มที่ออกแรงกัดแล้วก็ยังไม่ขาด เสริมสีสันให้มื้ออาหารด้วยมายองเนสสีฟ้าสุดสดใสเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะคิดถึงอาหารของเหล่าเอเลี่ยนจากต่างดาว ทานคู่กับซอสทาโกะรสชาติเปรี้ยวจัดจ้าน เปรี้ยวจนคนทานต้องร้องขอชีวิต คุ้มค่าคุ้มราคาจนน้ำตาแทบไหล....โซรารุซังเอาอะไรให้ตรูกิน ![]()
ในส่วนเมนูอื่นนั้นก็เซม ๆ รสชาติชวนร้องไห้ไม่ต่างกัน แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะหิ้วกลับไปกินห้องตอนกลับ ช่วงกลับไปนอนพักที่ห้องช่วงบ่ายตื่นมาหิว ๆ ก็จ้วง ๆ เข้าปากเบย ลืมเรื่องถ่ายรูปไปสนิิท Orz
ระหว่างที่ตาจะปิดก็เดินเล่นรอบ ๆ ไปพลาง แฟนคลับโซรารุซังเนี่ย น่ารักจังน๊าาา เดินมองเพลินมากเลยยอมรับ บรรกาศวันนี้ค่อนข้างคึึกคักเพราะฮอลข้าง ๆ รู้สึกจะเป็นเลิฟไลฟ์ล่ะ เหล่าคุณโอตะคึกคักกันน่าดู
จงอย่าหลงระเริงไปกับสาวอิทานุกิ กลับมาฝั่งโซรารุซังของเราต่อ //ผายมือ....
ก็มีทั้งที่เป็นทางการแล้วก็จากทางแฟนคลับอ่ะเนาะ ซึ่งก็เยอะมาก ๆ เลยล่ะ ประมาณยี่สิบสามสิบอันได้มั้ง ถ่ายเพลินเกินห้ามใจ แต่ที่ถ่ายมาชอบดีไซด์อันสีขาวรูปสุดท้ายสุด ไม่ได้พูดถึงคอนเซปแต่โดยส่วนตัวเราเห็นแล้วเรานึกถึงโซรารุซังชุดขาวในเอ็มวี 銀の祈誓 ล่ะ
ลงมาด้านล่างฝั่งตรงข้ามกับที่ขายอาหารเมนูต่างดาวของโซรารุซังก็จะเป็นโซนขายซิงเกิล ล่อตาล่อใจล่อไตด้วยการแปะโปสเตอร์โซรารุซังไว้อย่างละลานตา คนบ้าอะไรหน้าหวานกว่าดอกไม้ที่ถือถ่าย หน้าหวานกว่าน้ำตาลทราย หน้าหวานกว่าชาเย็นที่สั่งเอาไม่หวานแต่ก็ดันหวานอยู่ดี
หลังจากนี้สังขารก็เริ่มทำร้ายเราละ ด้วยอากาศที่ค่อนข้างหนาวทำให้หลังของเราเริ่มปวด (แซวโซรารุไว้ฉันใด เอวกับหลังเราก็ปวดเองฉันนั้น) ดีกว่ามาดูไม่ไหวเลยตัดสินใจกลับไปนอนพักต่อที่ห้อง ตั้งนาฬิกาไว้ใกล้ ๆ เวลาคอนเริ่มแล้วค่อยตื่น เห็นมะ พักที่พักแถวที่จัดคอนนี่มันสะดวกจริงๆ นะคุณ!
อันที่จริงตอนที่กำลังนั่งพิมพ์นี่เราก็เริ่มปวดหลังอีกแล้วล่ะ....(แม้อากาศจะร้อน) เพราะงั้นเดี๋ยวมาอัพบล็อคต่อวันอื่นละกันเนาะ ขอพาสารร่างไปพักก่อน ปวดหลังแล่วววว ![]()






























