วิธีปลูกผักพื้นบ้านนั้น สามารถทำได้ไม่ยาก เพียงแค่มีดิน น้ำ แสงแดด และปุ๋ย ก็สามารถปลูกผักพื้นบ้านได้แล้ว ผักพื้นบ้านบางชนิดสามารถปลูกได้ในกระถางหรือภาชนะขนาดเล็ก เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ผักพื้นบ้านบางชนิดสามารถปลูกได้ในแปลงดินขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่กว้างขวาง

ขั้นตอนการปลูกผักพื้นบ้าน
-
เตรียมดิน ดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผักพื้นบ้าน ควรเป็นดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ปราศจากวัชพืชและโรคและแมลงศัตรูพืช สามารถใช้ดินผสมสำเร็จรูปหรือดินที่ผสมเองจากดินร่วน ปุ๋ยคอก และแกลบ
-
ทำแปลงปลูก หากปลูกในแปลงดินขนาดใหญ่ ควรยกแปลงให้สูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง พรวนดินให้ละเอียดและปรับระดับให้เรียบเสมอกัน
-
หว่านเมล็ดหรือปลูกกล้า ผักพื้นบ้านบางชนิดสามารถหว่านเมล็ดลงแปลงได้เลย เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกาด ผักโขม เป็นต้น ส่วนผักพื้นบ้านบางชนิดต้องปลูกกล้าก่อน เช่น บวบ มะเขือ แตงกวา เป็นต้น
-
รดน้ำ ควรรดน้ำให้ชุ่มชื้นสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผักกำลังเจริญเติบโต
-
ใส่ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยบำรุงดินทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ผักเจริญเติบโตได้ดี ปุ๋ยที่นิยมใช้ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมี
-
กำจัดวัชพืช ควรกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้แย่งอาหารและน้ำจากผัก
-
เก็บเกี่ยว เมื่อผักเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ก็พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว ผักพื้นบ้านบางชนิดสามารถเก็บเกี่ยวได้ครั้งเดียว เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง เป็นต้น ส่วนผักพื้นบ้านบางชนิดสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง เช่น ผักกาด ผักโขม เป็นต้น
เคล็ดลับการปลูกผักพื้นบ้าน
- ควรเลือกผักพื้นบ้านที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและพื้นที่ปลูก
- ควรศึกษาวิธีการปลูกผักพื้นบ้านแต่ละชนิดอย่างละเอียด
- ควรใส่ใจดูแลผักอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ผักที่มีคุณภาพ
ผักพื้นบ้านที่ปลูกง่าย
- ผักคะน้า
- ผักบุ้ง
- ผักกาดหอม
- ผักโขม
- ถั่วฝักยาว
- มะเขือเทศ
- แตงกวา
- บวบ
- มะระ
ผักพื้นบ้านเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีประโยชน์มากมาย การปลูกผักพื้นบ้านด้วยตัวเอง นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
Powered by: ผักกินดอกมีอะไรบ้าง