This is my world

This is my world

I'm thai girl in japanese blog...lol
You can see the real me in this blog
Hope you enjoy to read my story

Amebaでブログを始めよう!

เชื่อหรือไม่ว่า การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตัวเองนั้น ขึ้นอยู่กับ Mindset ของตัวเราเอง
เราลองมองรอบตัวเราว่า มีคน 2 ประเภทนี้อยู่หรือไม่ 

คนแรก คนที่มองว่าตัวเองทำอะไรก็ไม่สำเร็จ แต่เขาก็ยังพอใจกับความไม่สำเร็จของเขา เพราะเขามองว่า ที่ไม่สำเร็จนั้นเขาคิดถูกแล้ว และปล่อยไปตามนั้น 
คนที่สอง คนที่มีความเชื่อว่าตัวเองต้องทำสำเร็จแน่นอน ไม่ว่ายากแค่ไหน เขาก็จะพยายามจนทำได้ ไม่ท้อแท้และไม่ล้มเลิกกลางคัน จะไม่มาคอยบอกตัวเองว่าเขาทำไม่สำเร็จหรอก แล้วเขาก็จะทำสำเร็จแน่นอน และจากนั้นเขาจะมีความมั่นใจขึ้น ไม่ว่าจะเจออะไร เขาก็จะทำสำเร็จอีกเช่นเคย

 


คนประเภทที่สอง คือที่มี Growth Mindset เป็นคนที่สามารถเรียนรู้ได้เสมอ ถึงแม้ว่าจะยากแค่ไหน และเป็นคนที่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองนั้นไม่รู้

เรามองว่า คนที่มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ หรือก็คือคนที่มี Growth Mindset เป็นคนที่มีพลังบวก และ energy อยู่ในตัว คนแบบนี้มักจะประสบความสำเร็จ และถึงแม้จะไม่สำเร็จตามที่หวัง เขาก็จะมองว่าเป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้ และจะพยายามหาจุดที่ผิดพลาดของตัวเอง และนำมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อนำไปสู่ความท้าทายใหม่ที่จะได้รับในครั้งต่อไป
ดังนั้น ไม่ว่าจะเจออุปสรรคแบบไหนเข้ามา เราต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าเราทำมันได้แน่นอน ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร เราจะสามารถแก้ไขมันได้ แล้วเราจะสำเร็จในสิ่งที่เราตั้งใจ


"No one can go back and Change a bad begining, but anyone can start now and create a successful ending"

จากหนังสือ Mindset

Negotiation is a marathon ทุกคนเคยได้ยินประโยคนี้กันไหม

ทำไมต้องนักวิ่งมาราธอน แนวคิดนี้เกี่ยวกับการเจราจาต่อรองยังไงกันนะ
คนในกลุ่มนี้จะถูกเรียกว่า นักวิ่งมาราธอน ที่ชอบลงทุนเวลาเพื่อที่จะสร้างความสัมพันธ์ก่อนที่จะเริ่มทำธุรกิจกับเรา
ในการทำธุรกิจไม่มีสิ่งไหนถูกกำหนดไว้จนกว่าจะยอมรับข้อตกลงกัน ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นคู่ค้าของเราอาจจะทบทวนข้อตกลงที่เราเสนออยู่ตลอดเวลา
ดังนั้น การสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งมีความความสำคัญมากกว่าข้อตกลง เพราะการลงนามในข้อตกลงนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่เราคาดหวังจริงๆนั้น คือความยืดหยุ่นและความเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป
พันธมิตรที่แข็งแกรง มักจะมาพร้อมกับความเชื่อใจ ถ้าเราสร้างความเชื่อใจ และเชื่อมั่น มีความไว้วางใจต่อกันแล้ว ไม่ว่าจะเจรจาต่อรองอะไรในอนาคตเราก็จะมีโอกาสสำเร็จสูง

 

แหล่งที่มา 

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ยุ่งมากๆ ทั้งเรื่องงาน และเรื่องเรียน มีเรื่องให้คิดให้ท้าทายอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องเรียน ซึ่งตอนนี้เรากำลังเรียนปริญญาโทอยู่ ที่ มจธ. การที่ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยบางทีก็ทำให้เรารู้สึกท้อ เพราะเหนื่อยนะ เหนื่อยมากด้วย


แล้วมีช่วงหนึ่งที่เราดรอปเรียนไป เพราะงานยุ่งมากและเป็นช่วงที่ Covid-19 กำลังระบาดและทางมหาวิทยาลัยมีมาตรการให้เรียนออนไลน์
พอเทอมต่อมา เราลงเรียนอีกครั้งแต่ก็ทำให้เราเรียนจบช้ากว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน ไม่เป็นไร มันคือสิ่งที่เราเลือกเอง


การกลับมาเรียนในเทอมนั้น มันทำให้เราเหมอืนกับต้องเริ่มปรับตัวให้ทันกับความคิดและสไตล์การทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆที่ทุกคนเริ่มโตขึ้นมากกว่าเดิม ด้วยความที่กลุ่มตอนนั้นทำโปรเจ็ค Applcation เกี่ยวการค้นหาที่จอดรถ และเราทำงานในบริษัทไอที เลยได้รับผิดชอบในส่วนของการออกแบบหน้าแอพฯ รวมไปถึงฟังชั่นต่างๆ และเทคโนโลยีทีควรมี 

ถามว่าเรารู้เรื่องนี้เยอะไหม จากประสบการณ์ที่ทำงานให้บริษัทไอทีเนี่ย บอกเลยว่า ไม่! แต่อาศัยจากการปรึกษาทุกคนในบริษัทและจากประสบการณ์ที่เราเคยไปร่วมเก็บ requirement ลูกค้า เพื่อนำมาประชุมกับเหล่าโปรแกรมเมอร์ทั้งหลาย มันเลยทำให้เรามีความรู้ด้านนี้อยู่บ้างไปในตัว

 

ตอนนั้นบอกตัวเองเสมอว่า เราทำได้นะ มันไม่ได้ยากอะไร ถ้าเราพยายามมันอีกสักหน่อย เรียนรู้ให้มากขึ้นอีกสักนิด เราต้องทำได้สิ จากนั้น เราก็เริ่มมองหาแอพฯที่จะนำมาสร้างเป็น Model ของแอพฯเพื่อนำเสนอในคลาส เราออกแบบหน้าจองด้วย โปรแกรม Paint ในคอมพิวเตอร์ แล้วนำรูปมาเรียงใน แอพฯ Canvas จากนั้นกำหนดปุ่มแต่ละปุ่มให้เหมือนเราใช้งานแอพฯจริงๆ จากนั้น ถ่ายวิดีโอหน้าจอเพื่อใช้นำเสนอ

  

 

โปรเจ็คนี้ก็สำเร็จไปได้ด้วยดี เราได้ A ตัวแรกมาครอง ต้องขอบคุณเพื่อนๆในกลุ่มมากๆ ซึ่งตลอดเวลาที่ทำ Model นี้ เราคิดเสมอว่า เราต้องทำได้สิ มันไม่มีอะไรยากหรอก แค่เราไม่เคยทำเฉยๆ และบอกกับตัวเองแบบนี้มาตลอดในทุกๆครั้งที่ต้องมาเจอความท้าทายใหม่ๆ เพราะถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ เราจะไม่รู้สึกท้อ ก็เหมือนเราให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ ว่าเราต้องทำได้แน่นอน ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง อย่างน้อยเราก็ได้พยายามและลงมือทำด้วยตัวเราเองแล้ว