Japan trip Kyoto & Tokyo (3 weeks)
![]()
THAILAND - KYOTO (2weeks) ![]()
![]()
ประสบการณ์การไปเที่ยวดินแดนซากุระครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้นๆๆ
4 Oct.
ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน TG 0672 ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 4 ชม. 35 นาที จากสนามบินสุวรรณภูมิ 23.59 น. ถึงสนามบิน Kansai, Osaka ช่วงเช้า ![]()
พอออกมาก็เดินมาเช็คตั๋วขาเข้า โดยตามกฏของสนามบินที่ญี่ปุ่นจะมีการให้พิมพ์ลายนิ้วมือกับถ่ายรูปไว้ ใช้นิ้วชี้ทั้งซ้ายและขวากดลงบนแป้นพิมพ์คานิ้วไว้สักครู่จากนั้นก็มองกล้องเพื่อถ่ายรูป (แอบเห็นบางคนทำไม่เป็นจิ้มแป้นพิมพ์หรือถ่ายรูปไม่ผ่านก็มี ต้องทำซ้ำหลายรอบ เจ้าหน้าที่ก็ใจดีนะ เลยรู้เลยว่าเป็นคนไทย ฮ่าๆ ) ส่วนเราก็เนียนๆมองคนอื่นแล้วก็ทำตามเลยครั้งเดียวผ่าน โฮะๆ
หลังจากผ่านด่านเช็คตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ออกมารับกระเป๋าแล้วไปถาม Information เพื่อถามทางไปเกียวโต (ไม่ได้มีการศึกษาการเดินทางหรือเตรียมการอะไรมาก่อน ไปถามเอาด่านหน้าโลด) ก็ได้ความว่า จะมี choice ให้เลือกเดินทาง 3 แบบ คือ 1) JR Express 2,980 Yen 2) Limusine (จำราคาไม่ได้) Bus 3) Train (Densha) (นี่ก็จำราคาไม่ได้)
พอถามเสร็จด้วยความที่ยังไม่เคยนั่งรถไฟ JR ก็เลยตัดสินใจเลือกอันนี้บวกกับอยากไปให้ถึงจุดหมายเร็วๆด้วย เลือกจองตั๋วแบบ One-way ; non-reserved set 2,980 Yen / คน ใช้เวลาเดินทาง 72 นาที ถึงสถานี Kyoto Station ได้ตั๋วมา 3 ใบ 1)ใบเสร็จ 2)ตั๋วเสียบประตูทางเข้า-ออก ราคา 1,115 Yen 3)ตั๋วไว้ส่งให้พนักงานในโบกี้ดู 1,830 Yen
จากนั้นก็เดินไปขึ้นชั้น 2 จะมีทางเชื่อมออกไปยัง JR Express ซึ่งอยู่นอกตัวอาคารผู้โดยสารเดินไปก็จะเจอเคาเตอร์ขายตั๋วด้านซ้ายมือเรียงรายอยู่
(นึกขึ้นได้ว่าลืมถ่ายตัวสนามบินไว้ แต่เดินออกมาแล้ว เลยขอเริ่มถ่ายที่สถาน JR Express นี่เลยล่ะกัน หุหุ )
หน้าตาของเคาเตอร์ขายตั๋วอัตโนมัติ เดินไปดูก็ยังดูไม่รู้เรื่อง จริงๆมาซื้อที่ตรงนี้ก็ได้ แต่เดี๋ยวกลัวกดผิดกดถูก เลยซื้อกับเจ้าหน้าที่นั่นแหละ อุ่นใจไว้ก่อน)
ก็จากนั้นเสียบบัตรผ่านประตู ลงไปที่ชั้น 1 เช็คหมายเลขโบกี้ตามในใบตั๋ว เป็นโบกี้ 4,5,6 เลือกขึ้นโบกี้ไหนก็ได้ ออกจากสถานี 10 โมงครึ่ง ถึง 11.42 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.กว่าๆ
ที่นั่งภายในรถไฟ JR Express โล่งเชียว ...
ระหว่างทางไปยังเกียวโต น่าจะเป็นโดมอะไรสักอย่าง
พอถึงสถานี Kyoto Station ก็ขอออกมาถ่ายรูปเจ้าตัวรถไฟที่นั่งมาเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะหน่อย อิอิ รถไฟ JR นี้ชื่อ Haruka สีขาวสวยเชียว ![]()
และเราก็ลากกระเป๋าเดินอย่างทุลักทุเลออกมาทางด้านขวาเดินตรงไปเรื่อยๆ กระเป๋าก็หนัก เข็นลากไปเรื่อยๆจนถึงหน้าสถานีทางเข้า-ออก Kyoto Station แล้วก็เอาบัตรเสียบช่องออกหรือยื่นให้เจ้าหน้าที่ดู พอออกไปก็เจอกับป้ายรถบัสต่างๆ ก่อนไปขึ้นรถต่อ เราก็ขอแชะรูปสถานีสักรูป 2 รูป สถานีช่างแลดูไฮโซ ผิดกับหัวลำโพงบ้านเรายิ่งนัก เหอๆ จริงๆข้างในสถานียังมีห้างช็อปปิ้งอยู่ด้วย เลยกะเอาไว้ว่าวันหลังจะมาเดินเล่นล่ะกัน อิอิ
ถ่ายรูปเสร็จเราก็ขอเลือกนั่งแท็กซี่ เพราะมีสัมภาระกระเป๋ามาด้วย เลยนั่งแท็กซี่มาลงยังโรงแรมที่พักเสียไป 2 พันกว่าเยน (คิดค่ากระเป๋าเดินทางด้วย เหอๆ แอบแพง) พอถึงโรงแรมก็เข้าไปเช็คอิน แต่ทางโรงแรมให้พักได้ตั้งแต่บ่าย 3 โมงเพราะยังทำความสะอาดไม่เสร็จ เรามาถึงบ่ายโมง กว่าๆ ก็เลยต้องนั่งรอตรงล็อบบี้ ระหว่างรอก็ขอถ่ายรูปสักหน่อย อ้อ โรงแรมชื่อ....รู้สึกส่วนใหญ่จะมีแต่คนญี่ปุ่นมาพักนะ นั่งรอไปมาเค้าก็เรียกให้เข้าพักได้ตอนบ่าย 2 เพราะทำความสะอาดเสร็จไว กะจะหลับคาล็อบบี้ซะแล้ว
หลังจากเก็บข้าวของในห้องแล้วก็ต้องออกไปหาอะไรกิน เพราะตั้งแต่มาถึงที่พักก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลย เลยเดินมึนๆออกไปหาร้านอาหารเจอร้านญี่ปุ่นอยู่เยื้องๆไปทางซ้ายมือฝั่งตรงข้ามกับโรงแรมและมีร้านอาหารจีนเยื้องๆไปทางขวามืออยู่ฝั่งตรงข้ามเหมือนกัน เลยขอเลือกร้านญี่ปุ่นก่องล่ะกัน ร้านชื่อ Japanese Restaurant Sato さと เข้าไปนั่งก็เลือกอย่างมึนๆมาเมนูนึงเป็นข้าวหน้าเทมปุระ แต่ตอนนั้นเกิดอาการกินไม่ลง อยากจะอ้วก สงสัยคงเพราะผิดที่ผิดเวลา - -" เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ กินเสร็จก็กลับขึ้นห้องขอพักนอนเอาแรงก่อนออกไปรอบเย็นอีกรอบ
ตกเย็นหลับไปตื่นนึงก็ออกไปเดินสำรวจบริเวณใกล้ๆโรงแรม ถ้าเดินออกไปทางซ้ายไม่ใกล้ไม่ไกลก็จะเจอกับ DIY Store ส่วนเดินไปทางขวามือสักระยะจะเจอกับ Supermarket เล็กๆชื่อ Kitano เลยเข้าไปซื้อของหาไรกินแล้วกลับโรงแรม
* ข้อสังเกตุ ร้านซุปเปอร์ของเกียวโตส่วนใหญ่จะไม่มีบริการถุงพลาสติก ต้องนำถุงใส่ของจากบ้านมาใส่เองหรือไม่ก็ซื้อถุงในราคาถุงละ 5 เยน
(เป็นการประหยัดลดโลกร้อนดีเหมือนกัน ที่ไทยน่าจะทำบ้างนะ)
ตอนจ่ายตังค์ด้วยความที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาก่อน (บ้านนอกนั่นเอง) ก็เลยงงอยู่พักว่าจะเอาของที่ซื้อกลับโรงแรมยังไง มองคนอื่นก็เห็นว่ามีแต่คนเอาถุงผ้าหรือไม่ก็กระเป๋ามาใส่ของ เด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างเราก็เลยต้องถามคนอื่นๆด้วยภาษายี่ปุ่นอันน้อยนิดผสมกับภาษามือ (ได้เริ่มใช้จริงจังก็คราวนี้ล่ะ) สื่อสารกันมึนๆไปมาเขาก็ตอบกลับมาบวกมือชูเลข 5 แล้วชี้ไปทางพนักงาน ไอ้เราก็เลยเดินงงๆและเอ๋อๆไปหาพนักงานเลยได้ถุงมา 2 ใบพร้อมจ่ายไป 10 เยน ทีนี้ล่ะคราวหน้าจะเตรียมถุงมาเต็มที่ไม่ให้ขายหน้าอีกเป็นรอบที่สอง โฮะๆ กลับโรงแรมกินเสร็จก็หลับเป็นตายต่อ เตรียมแรงไว้ลุยวันพรุ่งนี้
ถ่ายจากหน้าต่างของโรงแรม วิวสวยเงียบสงบดี คนน้อยมากๆๆๆ ![]()














