[HBD] れいた - the GazettE
Haha...
- - -
This entry for you, Reita-san!!
Happy Birthday To You, Reita-san!!
- - -
อยากอวยพรแบบในบล๊อคของ Exteen แต่เกรงใจ (ฮา)
"ดูแลไข่ศรีดี ๆ นะเว้ย ไม่งั้นเอ็งตาย!!!"
- - -
* เผ่น *
See you again... when the world want.
Happy Valentine Day
Happy Valentine Day
TO
Everyone!!
---
I love chocolate so much~!! (≧▽≦)
Love you, my friends, my father, my mother and you.
[HBD] 葵 - the GazettE

20 • 01 • 2007
葵さん、お誕生日おめでとう。
Hope you had a good time, alway. alway.
the GazettE Fight!!
Merry Christmas!!



The weather in Bangkok is very cold for me.
But I love this weather.
I love winter so much~!!
I think the weather in Japan is colder than Thai.
Take care yourself.
[But now I'm sick.]
Good night 
See ya!! 
16 • 12 • 2006 BooM Festival 2006

Jenovalentine as Inoue Orihime

Akira as Kuchiki Rukia

I and my the GazettE. (laugh)

My Rukia and her Tora. (laugh)
---
Other Cosplay Let's go to my Thai blog.
Here!!
[Thai Fiction] the GazettE - Nightmare
Sorry, this entry is Thai only.
( ̄□ ̄;)
----------------------------------------
Title : Nightmare
Author : Jenovalentine
Characters : the GazettE
----------------------------------------
‘แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก’ เสียงหายใจที่แสนทรมานออกมาจากปากของร่างบาง ๆ ที่นอนขดตัวสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ๆ ของโรงบาลแห่งหนึ่งดังขึ้น ๆ และไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด
‘ปัง’ ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของชายผู้หนึ่ง เขาไม่ได้สนใจพยาบาลหรือผู้คนที่ยืนรายล้อมร่างบางเลยแม้แต่น้อย พลางวิ่งตรงเข้าไปดูอาการของร่างบางที่นอนครวญครางอย่างทรมาน แต่ทว่าในมือของชายคนนั้นมีเข็มฉีดยาที่บรรจุของเหลวสีดำชวนน่าขยะแขยงเอาไว้ เขาตั้งใจจะฉีดมันเข้าไปในร่างของผู้ที่นอนครวญครางอยู่บนเตียง ร่างบางพยายามร้องขอความช่วยเหลือ ทว่าไร้ซึ่งเสียงใด ๆ หลุดออกมาจากปากของเขา เขาทำได้เพียงแต่พยายามดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากเงื้อมมือของชายผู้นั้น แต่ร่างบางก็ต้องนิ่งไปเมื่อเขาเห็นใบหน้าของชายผู้นั้น ชายผู้ที่เขารักมากที่สุด ชายผู้ที่ตั้งใจจะฆ่าเขา!!
พรวด!! ไคลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เขาฝันไป ภาพในฝันยังคงติดตา เสียงหายใจที่แสนทรมานไม่ต่างจากในฝัน เหงื่อที่ไหลโชกเต็มแผ่นหลังบาง ๆ จนกระทั่งชุดนอนสีขาวสะอาดแนบชิดติดกับผิวกาย เขาพยายามกอดตัวเองเอาไว้เผื่อที่ว่ามันจะคลายเขาออกจากฝันร้ายเมื่อครู่
“เป็นอะไรหรือเปล่า..?” เสียงที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง แทนที่ว่าเสียงนั้นจะทำให้เขาผ่านคลายลงกับยิ่งเพิ่มความหวาดกลัวให้กับเขามากยิ่งขึ้น
“ปะ.... เปล่า... ไม่มีอะไรหรอกเรย์ตะ” ไคพยายามรวบรวมสติให้กลับมาและตอบกลับเรย์ตะที่นอนอยู่ข้าง ๆ และทำท่าทีให้เป็นปกติมากที่สุด แต่ดูเหมือนว่าไคจะโกหกไม่เก่งนัก เสียงหายใจที่ติดขัดยังไม่หายไป เหงื่อที่ไหลโชกก็ยังคงไหลต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ไคได้แต่ส่ายศีรษะไปมาช้า ๆ เพื่อที่จะลืมภาพที่ปรากฏออกมาในฝัน
“ฝันร้ายหรอ...” เรย์ตะที่ลุกขึ้นมานั่งเป็นเพื่อนไคถามขึ้น เป็นคำถามสุดแสนจะเบสิกแต่มันกลับเสียดสีหัวใจของใครบางคนที่รับฟัง
“นิด...หน่อยน่ะ...อย่าไปใส่ใจเลย” ไคพูดพร้อมปัดผ้าห่มผืนหนาออกจากร่างตนและลุกออกจากเตียงแต่ทว่ามือของเรย์ตะไวกว่า เขาคว้าข้อมือของไคไว้ได้และดึงเอาไว้เพื่อไม่ให้ร่างนั้นจากไปไหนจนกว่าจะได้คำตอบที่แน่ชัด
“ทำไม... ไม่คิดที่จะเล่าให้ฉันฟังละ” เรย์ตะถามพลางดึงแขนของไคให้ทรุดตัวลงกับเตียงอีกครั้งหนึ่ง
“ก็มันไม่มีอะไรจริง ๆ นี้นา... แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง” ไคได้แต่หลบสายตาที่จ้องมองเขาราวกับจะกลืนกินเขาไปแทนอาหารเช้าถ้าเขาไม่ตอบคำถาม
“นายโกหกไม่เก่งนะไค” เรย์ตะพูดขึ้น สายตาของเขาค่อย ๆ เย็นลงกลายเป็นสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยแทน
“ไม่มีอะไรหรอก... ก็แค่ฝันว่าฉันโซโลกลองพลาดกลางไลฟ์ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเราเอง” ถึงแม้เรย์ตะจะยืนยันว่าเขาโกหกไม่เก่ง แต่เขาก็ไม่คิดที่จะพูดความจริงออกไปและเขาก็ยังคงหลบสายตาของเรย์ตะที่จ้องมองมายังเขาตลอดเวลาราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลบสายตาคุณแม่ที่กำลังซักไซ้ลูกชายคนเล็กก็ไม่ปาน
“เฮ้อ... เขื่อก็ได้” เรย์ตะยอมแพ้ เขารู้ดีแก่ใจว่าไคโกหก แต่เขาก็คงต้องเป็นฝ่ายยอมเพราะดูท่าทีของคนตรงหน้าแล้วเขาก็รู้ได้ทันทีว่ายังไงก็คงไม่พูดออกมาเด็ดขาด แม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตแต่ถ้าสามารถทำให้ใครสักคนมีความสุขแล้วละก็ คนตรงหน้าคนนี้ก็คงยอมเสียสละชีวิตของตนเพื่อความสุขของคน ๆ นั้นเป็นแน่แท้
เสียงของผู้คนมากมายในย่านใจกลางเมืองโตเกียวในยามค่ำคืนช่างน่าหนวกหูนัก เป็นไปได้เขาเองก็ไม่ได้อยากมาเดินแถวนี้สักเท่าไหร่ แต่เหมือนกับว่าขาของเขาเดินมาเอง สายตาของเขาสอดส่ายไปรอบ ๆ ตัว ‘สับสน วุ่นวาย’ ดูเหมือนว่ายามนี้ในหัวของเขาจะระเบิดไปกับความสับสน และวุ่นวายของเมืองที่มีมากเกินไปจนเขาจำใจต้องพยุงร่างที่เกือบจะฟุบลงกับพื้นถนนให้เดินหลบความสับสน วุ่นวายนั้นไปยังซอกซอยแคบ ๆ แห่งหนึ่ง ฉับพันดวงตาของเขาก็เบิกโพงขึ้น เลือดอุ่นกำลังทะลักออกจากหลังของเขา ฝีมือของใครสักคนที่มุ่งจะฆ่าเขาให้ได้ ฝีมือของ...
“ไม่!!!!!!!” ไคตะโกนร้องลั่นทำเอาคนอื่น ๆ ที่อยู่ไม่ไกลต่างพากันหันกลับมามองต้นเสียงที่จู่ ๆ ก็ตะโกนออกมา
“เป็นอะไรไปไค” เรย์ตะที่นั่งพักอยู่ใกล้ตัวเขามากที่สุดรีบเดินมาดูอาการ ‘ห่วง’ ความรู้สักแรกที่เขาสัมผัสได้จากคนที่ตอนนี้มานั่งอยู่ข้าง ๆ ทุกคนในห้องล้วนนั่งนิ่งไม่มีใครขยับไปไหนพลางมองมาที่เขาราวกับต้องการคำตอบเหมือนเช่นคนที่อยู่ข้างกาย
“ปะ... เปล่า ไม่มีอะไร” ปากพูดออกมาว่าไม่มีอะไรแต่ตัวของเขากลับสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาที่เคยส่งแววแจ่มใสตลอดเวลาตอนนี้หม่นหมองและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว น้ำใส ๆ ไหลรินออกมาจากด้วยตาคู่นั้นอย่างไม่อายสายตาอีก 4 คู่ที่จับจ้องมายังเขา ทำเอาคนในห้องทั้ง 4 ถึงกับแตกตื่น
“เฮ้ย!! ไค!!” 4 เสียงผสานขึ้นพร้อม ๆ กันราวกับนัดกันเอาไว้ แต่เหมือนกับว่าสติของคนถูกเรียกจะไม่อยู่กับตัวเสียแล้ว ไคคนเดิมที่เคยหัวเราะ ยิ้มแย้มตลอดเวลาไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายขนาดไหน ตอนนี้หายไป กลายเป็นคนที่หวาดกลัวต่อช่วงเวลายามค่ำคืนโดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุ
หลังจากที่ไคเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นในช่วงซ้อม เขาก็ขอตัวออกจากห้องซ้อมไปอย่างเงียบ ๆ เรย์ตะอาสาจะไปส่งเขาก็ปฏิเสธพลางฝืนยิ้มให้เป็นปกติที่สุดแล้วบอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ โดยหารู้ไหมว่า การที่เขาฝืนยิ้มออกมานั้นมันยิ่งทำให้คนที่เป็นห่วงเขา ยิ่งแทบจะบ้าตาย
“ไคเป็นอะไรไปนายรู้ไหมเรย์ตะ” คำถามแรกถูกยิงออกมาจากปากของอุรุฮะ และตามมาติด ๆ กับคำถามของอาโออิและรูกิ แต่ทว่าใจความมันก็ไม่ต่างจากคำถามของอุรุฮะนัก ส่วนคนถูกถามก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาช้า ๆ ก่อนเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าให้ทั้ง 3 ชีวิตที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ฟัง
“ไม่ได้ฝันว่าโซโลกลองพลาดหรอก” เสียงแรกเป็นของรูกิที่เอ่ยขึ้นมาหลังจากฟังเหตุการณ์ที่เรย์ตะฟังจบ ตามมาติด ๆ ด้วยเสียงของอุรุฮะ และอาโออิที่หาเหตุผลนานาประการมาสนับสนุนความคิดของรูกิอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ส่วนเรย์ตะก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะว่าเขาเองก็รู้ดีว่าไคโกหกเขา เพียงแต่เขาไม่ได้เล่าให้คนอื่นรู้เท่านั้นเอง
“หรือว่า...” เสียงเปรยขึ้นที่เหมือนจะรู้อะไรบางอย่างของอาโออิทำเอาสายตาอีก 3 คู่ที่เหลือจ้องมายังคนเปรยพลางเร่งให้อาโออิพูดออกมาเร็ว ๆ
“หรือว่า... ไคจะฝันว่าโดนนายตามฆ่าวะ เรย์ตะ” สิ้นเสียงที่อาโออิพูดร่างบาง ๆ ของใครสักคนที่กำลังจะเปิดประตูห้องซ้อมก็เป็นอันทรุดตัวลงกับพื้น ตามมาด้วยเสียงสะอื้นไห้ที่ไม่มีใครได้ยิน มันเป็นเสียงที่หัวใจของเขากำลังร้องไห้ ‘อาโออิไม่น่าพูด อาโออิไม่น่าทำให้เรย์ตะนึกถึงเลย เจ้าคนพูดอะไรไม่คิด!!!!!’ เขาได้แต่นั่งด่าทอเพื่อนร่วมวงอยู่ในใจ
“บ้า... อย่างเรย์ตะนี้อะนะจะฆ่าไค!! พูดอะไรไม่คิด” อุรุฮะลุกพรวดขึ้นถีบอาโออิที่นั่งยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และดูท่าจะภูมิใจกับความคิดตัวเองไม่น้อย ทำเอาเจ้าคนปากไวกว่าความคิดล้มลงไปนอนกับพื้นก่อนลุกขึ้นหันมาทะเลาะกับเจ้าคนเท้าไว ปล่อยให้เรย์ตะนั่งนิ่งเครียดกับคำพูดของเขาอยู่เพียงลำพังในใจ ‘หรือจะจริงอย่างที่อาโออิพูด ไคเองก็มีอาการตกใจไม่น้อยที่เห็นหน้าเขาในตอนเช้าวันนี้’ คำถามถูกยิงออกมาเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุด ไม่หย่อนจากใจของเขา
“เฮ้ย เรย์ตะ... คิดอะไรมากกับคำพูดของเจ้าคนพูดไม่คิดกัน” รูกิเอ่ยขึ้นก่อนตบไหล่เรย์ตะที่นั่งอยู่เบา ๆ ก่อนลุกขึ้นประกาศเลิกซ้อมในวันนี้ อย่างเสียงดังเพื่อยุติศึกระหว่างแม่นางเท้าไวและแม่นางปากไวที่กัดกันไม่เลิก และดูท่าจะได้ผลเสียด้วย
“กลับมาแล้วครับ” เสียงของเรย์ตะที่เปิดประตูห้องเข้ามาอย่างไม่ให้สุมให้เสียงทำเอาร่างบางที่ยืนทำอาหารเย็นอยู่ในครัวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรับรู้ถึงความรู้สึกหนึ่งที่นิ้วของตน
“โอ๊ย!!!!!”
“ทำอะไรของนายเนี่ย เนื้อหมูมันไม่พอเลยจะเอานิ้วตัวเองมาทำให้ฉันกินหรอ” เรย์ตะบ่นพึมพำ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังเช็ดแผลให้กับเจ้าคนกลัวอาหารไม่พอกินอย่างเบามือ
“ขอโทษ...” ไคขอโทษอย่างง่าย ๆ กับเรย์ตะ ทางฝ่ายเรย์ตะก็ได้แต่พยักหน้ารับคำสำนึกผิดจากปากของคนบาดเจ็บตรงหน้า พลางนึกถึงคำพูดของอาโออิที่บัดนี้ดังกังวาลอยู่ในใจของเขาซ้ำไปซ้ำมา ‘นี่ฉัน....ทำได้แค่รักษาแผลกายให้นายเองหรอ...’ เรย์ตะเหม่อคิดไปชั่วครู่ทำให้เผลอกดเอาลงตรงแผลของไคที่ตนกำลังพันผ้าให้อย่างไม่รู้ตัว
“อะ.... โอ๊ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
“ขะ ขอโทษนะ” คราวนี้กลับเป็นฝ่ายเรย์ตะที่ต้องขอโทษไคแทน แต่ไคกลับนิ่งเงียบ ภาพตรงหน้าของชายคนที่เขาห่วงนัก ห่วงหนา แต่เขากลับปกป้องคนตรงหน้าไม่ได้อย่างที่เขาห่วงจนต้องตกอยู่ในสภาพของคนไข้ที่บาดเจ็บทั้งกายและใจมันชวนทำให้เขารู้สึกผิด เขาตัดสินใจถามคำถามบางอย่างออกไป แต่ก่อนที่เขาจะปริปากถามคนนิ่งเงียบตรงหน้ากลับร้องไห้ขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลและก้มลงเอาหน้าซุกแนบอกของเขา คำขอโทษสลับกับเสียงสะอื้นไห้ของคนในอ้อมกอดยิ่งตอกย้ำถึงความไม่ได้เรื่องของตัวเอง แต่ตอนนี้เขาก็ไม่กล้าแม้จะปริปากถามด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องร้องไห้
กลิ่นควันไหม้ลอยคลุ้งเข้ามาในโสตประสาทการรับรู้กลิ่นของร่างบาง ๆ ที่นอนอยู่บนเตียง กลิ่นที่เขาไม่คิดว่าจะได้กลิ่นมันอีกครั้ง หลังจากที่เขาเองเคยเป็นคนก่อเมื่อหลายสิบปีมาแล้วเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างบางถึงกับต้องรีบวิ่งออกมาดูในครัวทันที
“เรย์ตะ!!!!!!” ไคถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อเห็นเรย์ตะกำลังทำอะไรไม่ถูกกับอาหารที่ไหม้ค้างอยู่บนเตา
“ปิด ๆๆๆๆ ปิดแก๊สสิ!!!!!!” ไคตะโกนบอกก่อนต้องวิ่งไปปิดเองเพราะเรย์ตะดูท่าจะหาถังแก๊สไม่เจอเสียแล้ว เมื่อเหตุการณ์สงบลง เรย์ตะก็หัวเราะออกมาเบา ๆ แก้เขินที่ตนเป็นคนก่อเรื่องจนทำให้ไคต้องตื่นมาออกโรงเองทั้ง ๆ ที่ไคไม่ได้หลับแบบเต็มอิ่มมานาน แต่แทนที่ไคจะโกธรเขา ไคกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนแซวเรย์ตะที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยคราบจากการตบตีกับอาหารเช้า
“กลัวไข่ในตู้เย็นไม่สด จนต้องไปแย่งไข่จากแม่ไก่ในเล้ามาทอดกินเลยหรอ เรย์ตะดูเสื้อผ้าสิ” น้ำเสียงที่เขาแสนคิดถึง รอยยิ้มที่เขาโหยหา บัดนี้ได้กลับมาสู่คนตรงหน้าแล้ว ถึงแม้จะยังเห็นรอยคราบน้ำตา ถึงแม้ดวงตาแดงก่ำเพราะนอนร้องไห้มาทั้งคืนจะยังไม่จางหาย แต่ก็ไม่เป็นไร
“อ๊ะ แล้วดูสิ นี่ฉันไม่อยากกินนายรมควันแทนไส้กรอดรมควันตอนเช้า ๆ หรอกนะ” ไคยังคงแซวเรย์ตะไม่หยุดจนไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของคนที่ตนแซวว่าได้มีน้ำแกงใส ๆ ไหลลงมาจากดวงตาเพิ่มขึ้นอีกอย่างเป็นของแถม น้ำตาของเรย์ตะไหลออกมาเองโดยที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้สึก น้ำตาแห่งความปืติยินดี บางทีเมื่อคืนตอนที่ไคร้องไห้อย่างลืมตัวเขาคงทำถูกที่ถามคำถามนั้นออกไป
‘ไค... นายยังรักฉันอยู่หรือเปล่า?’ คำถามแรกที่ค้างคาอยู่ในใจคำถามแรกถูกถามออกไป
‘รัก... รักสิ... รักมาก... และจะรักตลอดไป...’ คนในอ้อมกอดตอบโดยไม่ต้องคิด ทำให้คนถามยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเริ่มเทศนากับคนรักที่วันนี้มานั่งซบอกเขาร้องไห้อย่างไม่รู้สึกตัว
‘งั้น... แม้แต่คนรักนายก็พูดความจริงให้เขาฟังไม่ได้เลยหรอ’
‘...................’
‘ไค... นายไม่คิดจะแบ่งปันความทุกข์ของตัวเองให้คนอื่นเลยหรอ’
‘................’
‘คนรักกันใช่ว่ามีเรื่องหนักใจจะเอามาพูดไม่ได้ อย่างน้อยก็ฉันคนหนึ่ง’
‘................’
‘ที่อยากจะฟังนายพูดไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์’
‘ฉันฝัน... ฝันเห็นนายตั้งใจจะฆ่าฉัน มันเป็นฝันที่เหมือนจริงมาก และติดต่อมาหลายวัน จนฉันกลัว...’ ในที่สุดไคก็ตัดสินใจพูดความจริง เขาเล่าทุกอย่างที่เขาเห็นให้คนรักฟังก่อนจะบอกเขาว่าตนง่วงนอน และในที่สุดเขาก็ยอมแพ้ ปล่อยให้ตนเองไปเผชิญกับความฝันในห้วงนิทราที่ตนเกลียด ทั้ง ๆ ที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก
‘ฉันไม่มีวันหักหลังนาย ฉันมั่นใจว่าจะไม่ผิดสัญญา ฉันรักนาย....’ เสียงกระซิบที่แสนเบาข้างหูแต่กลับรู้สึกว่ามันดังอยู่ในใจอย่างน่าประหลาด จนทำให้คนที่หลับไปแล้วยังต้องอมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากบาง ๆ
“เออ... เรย์ตะ นายกอดฉันมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” เสียงที่แสนอ่อนโยนของไคปลุกเขาออกจากความทรงจำของเมื่อคืน
“อาบน้ำกัน” เรย์ตะพูดพลางยิ่งกอดคนในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
“นายจงใจจะรมควันฉันเพื่อให้ได้อาบน้ำด้วยกันหรือไง” ไคแกล้งถามขึ้น แบบไม่หวังคำตอบแต่เรย์ตะกับตอบว่าใช่ก่อนจูงมืองเขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ไคกลับมาสดใสร่าเริงได้อย่างเก่าในเพียงชั่วข้ามคืน ทำเอาอีก 3 ชีวิตที่เหลือถึงกับเปลี่ยนอารมณ์ตามแทบไม่ทัน
“นายไปทำอีท่าไหนทำให้ไคกลับมาเหมือนเดิมได้เนี่ย” อาโออิแอบกระซิบถามเรย์ตะ ตามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นของรูกิที่ดันหูดีได้ยินอาโออิถามเรย์ตะ แต่ไม่ทันที่เรย์ตะจะตอบอะไร ทั้งอาโออิ ทั้งรูกิก็โดนอุรุฮะลากไปซ้อม หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยไม้กลองจากใครบางคนที่ถูกเขวี้ยงมาทางเขา ‘เกือบไป’ ความคิดแรกที่โผล่เข้ามาในหัวของเรย์ตะ ถ้าเขาไม่ก้มไปหยิบเบสที่ถูกวางนอนไว้กับพื้น คงเป็นเขาที่ได้อู้การซ้อมเพราะฤทธิ์ไม้กลองของสุดที่รัก
“ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่ห้องซ้อมของ the GazettE!!” รูกิกล่าวเปิดก่อนที่ทุกคนในวงจะพร้อมใจกันบรรเลงบทเพลงเพื่อเป็นการฉลองที่ไคกับมาเป็นไคคนเดิม
----------------------------------------
:: The End ::
----------------------------------------
Angry
Happy time is very short~!!!!!!!!!
(T▽T;)
Angry~ I'm feeling angry someone!!
P.S. I like PSC Theme~!!! (laugh)
