-JEE.CHIHARU-のブログ

-JEE.CHIHARU-のブログ

ブログの説明を入力します。

Amebaでブログを始めよう!
ถ้าจากประสบการณ์ของเราเอง จริงๆจะเรียกว่าของหายไม่ได้อะนะเพราะเราทำของหล่นในเครื่องเล่นเอง(;^_^A
ก่อนอื่นเท้าความก่อนว่าเรื่องนี้เกิดเมื่อตอนเดือนม.ค.จากทริปไปดูคอนเสิร์ตอาราชิของเราและเพื่อน
เป็นช่วง2วันก่อนวันกลับที่ไปเที่ยวดิสนีย์กัน โดยวันที่เกิดเรื่องคือวันที่ไปDisney Seaซึ่งเป็นวันก่อนกลับพอดี
แล้วของของเราไปหล่นในเครื่องเล่นได้ไง??
ถ้าอยากรู้ก็อ่านต่อข้างล่างนี่ได้เลย ออกแนวน้ำเยอะ แต่ถ้าอยากรู้ว่าต้องทำไงบ้างมีสรุปอยู่ล่างสุดเลยยย(^-^)/
ตอนที่เล่าให้พ่อแม่ฟังพ่อแม่เรายังตกใจเลยว่าไปหล่นได้ไงเพราะครั้งที่ไปครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วกับดิสนีย์ซี
ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนที่ไม่ชอบเล่นของเล่นเสียวๆเลย
ไม่ถนัดของประเภทนี้ กลัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเล่นไม่ได้
เพราะของในดิสนีย์ไม่ได้ถือว่าน่ากลัวเกินไป อยู่ในระดับรับได้(แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ย...ก็ไม่ค่อยอะนะ(-。-;) )
โอเคเข้าเรื่องละ เล่าเหตุการณ์วันนั้นเลยนะ
เครื่องเล่นที่ไปทำของหล่นคือ Journey to the center of the earth

-JEE.CHIHARU-のブログ
.
เป็นเครื่องเล่นที่ดิสนีย์ซีที่เป็นเหมือนรถรางนั่งไปในภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของดิสนีย์ซี
ข้างในก็จะเป็นออกแนวโลกใต้ภิภพ จะมีช็อตเสียวตอนมันเลี้ยวโค้งหักหนึ่งกึกเร่งความเร็วแล้วก็จะพุ่งลงมาเหมือนรถไฟเหาะ ช็อตพุ่งก็จะโผล่ออกมานอกภูเขา เห็นโลกภายนอก แบบสูงๆ
อันนี้ตัวอย่างคลิปเครื่องเล่นจากYoutube o(〃^▽^〃)o
คลิปเครื่องเล่น
  คลิปเครื่องเล่น2
อย่างที่บอกคือเราไม่ค่อยชอบของแนวนี้"แต่ต้องเล่น" เพราะมันเป็นของที่ต้องเล่นนั่นเอง...(ประมาณว่าเป็นของดังของที่นี่และกลัวตัวเองไม่คุ้ม5555)
ตอนเช้าก็ไปหย่อนFast Passไว้เรียบร้อย พอถึงเวลาก็ไปเล่นตามระเบียบ
แต่ถึงจะหย่อนไว้แล้วก็เถอะ ข้างในคิวก็ยังยาวอยู่ดีจ้าาา (ขนาดนี่ไปวันธรรมดานะ)
ก็ต่อๆไป ถึงช็อตขึ้นลิฟต์ ก็บอกเค้าไปว่ามา 2 คน แล้วก็ขึ้นลิฟต์ไปตามปกติ
แล้วก็ถึงตาเราเตรียมได้ขึ้นรถ โดนนั่งหน้าสุดเลย แต่ได้เดินไปขึ้นเป็น2คนสุดท้ายสุดอะนะ
พอขึ้นรถปุ๊ปก็ยังนั่งไม่ทันทำไรรถก็เตรียมออก ที่นั่งเราก็นั่งทางขวาเพื่อนนั่งทางซ้าย
(คือของเราเยอะด้วยอะ แบกไปทุกอย่างเพราะไม่ค่อยอยากซื้อไรในนั้นมันแพง T^T
แล้วก็ไม่รู้เราคิดไปเองรึเปล่านะ เรารู้สึกว่าที่มาเล่นดิสนีย์ครั้งนี้สต๊าฟไม่ค่อยเช็คเหมือนครั้งก่อนๆแฮะ
คือเรารู้สึกว่าครั้งก่อนๆเค้าเข้มงวดกว่านี้อะ ทั้งการจัดแถวเวลาดูพาเหรด ความเรียบร้อยก่อนปล่อยเครื่องเล่น อย่างนี่เค้าไม่ได้เช็คไรเราเลยว่าเรียบร้อยมั้ยก็ออกรถละ(>_<))
-JEE.CHIHARU-のブログ
-สภาพของทั้งหมดที่มี(ของที่วางกับพื้นคือของที่ถืออยู่มีถุงดำเล็กๆที่ใส่นม+น้ำ+ข้าวปั้นและถุงดิสนีย์)-

ด้วยความที่เป็นคนป๊อด ก็รีบจับที่ล็อคตัวข้างหน้าก่อน ที่มันเป็นที่กั้นๆยาวๆ
คือพูดง่ายๆของที่แบกมายังไม่ทันเก็บลงช่องใส่ของข้างหน้าตัวเองนั่นเอง
เพราะความที่คิดว่ามันคงไม่หล่น เพราะเราจะเอาขากั้นรูข้างๆรถไว้เอง!!...(ก็ช่างคิดได้(ノ_-。))

-JEE.CHIHARU-のブログ
-นี่คือรถที่นั่ง (ยืมรูปมาจากในgoogle)-

พอรถออกตัวก็นั่งแล่นๆผจญภัยไปในโลกใต้ภิภพไปเรื่อยๆ จนเริ่มน่ากลัวแล้วก็ถึงตอนหักศอก แล้วก็พุ่งลง+ออกนอกภูเขาไปแบบพอเสียว พอรถกำลังแล่นกลับเพื่อนที่ไปด้วยที่นั่งข้างๆก็ถามว่าของแกยังอยู่่ครบรึเปล่า
ด้วยความที่มันยังมืดอยู่ก็มองไรไม่ค่อยเห็น
เพื่อนบอกเมื่อกี้เหมือนของแกจะหล่นไปตอนที่มันหักศอกอะ เราพยายามเหยียบไว้แล้ว แต่ไม่รู้ได้มั้ย
(ด้วยความบ้าของเราคิดว่าจะเอาขาตัวเองกั้นไว้ แต่ๆๆๆไม่ได้บอกเพื่อนไง(T▽T;)...เดี๋ยวก่อนนะมันควรจะใส่ในถุงที่เค้าให้ใส่ต่างหากกก-_-)
พอถึงตรงทางออกที่ต้องลงรถก็มองหาของ สรุปถุงที่หล่นไปคือถุงดิสนีย์สีเหลืองตามรูปนั่นแล...o(TωT )
ก็ตาลีตาเหลือกบอกคนคุม เค้าก็เอาไฟฉายมาส่องให้มันก็ไม่มี
เราก็บอกไปว่ามันหายมันหล่นลงไป
เค้าก็อึ้งไป(กรณีอย่างเราจะมีซักกี่คนนะ(/TДT)/)
เค้าก็บอกให้เราไปนั่งก่อน ก็ตรงแถวๆที่ลงจากรถมาอะนะ
แล้วเค้าก็วอเรียกสต๊าฟอีกคนมา
เค้าก็มาถามเราว่าเกิดอะไรขึ้น
ระหว่างนี้เค้าก็จดๆไป
เราก็บอกไปว่าถุงเราหล่นไปตอนที่มันหักศอก
(ระหว่างที่คุยกันเรานั่งบนกล่องใหญ่ๆที่ทำไว้เป็นฉากในเครื่องเล่นนั่นน่ะ ส่วนเค้าก็นั่งย่อเข้า ประมาณว่าเป็นธรรมเนียมที่นี่อะนะ แต่มันทำให้คุยกันลำบากเพราะเราไม่ค่อยได้ยินเสียงเค้าหง่าา เครื่องเล่นมันก็มีเสียงซาวด์ประกอบ เสียงรางอะไรพวกนี้ดังอยุ่แล้ว)
แล้วเค้าก็ถามต่อว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้างเราก็บอกว่ามีตุ๊กตาShellieMay แล้วก็ตุ๊กตาที่เป็นพวงกุญแจDuffyกับShellieMay แล้วก็ที่คล้องคอShellieMay(เยอะนั่นเอง) แถมมีหูฟังไอโฟนและพวงกุญแจคิตตี้อีก
สรุปก็เลยส่งใบเสร็จของที่เพิ่งซื้อมาตามที่อยู่ในถุงนั้นให้เค้าดูเลยY(>_<、)Y
เค้าก็จดๆไป
ถามว่าเราขึ้นมาตรงช่องไหนจำได้มั้ย โชคดีที่จำได้ เราก็บอกไปว่าเบอร์4
คือก่อนเข้าเครื่องเล่นมันมีเลขกำกับอยู่ว่ายืนตรงช่องเบอร์อะไร)
แล้วเค้าก็บอกเราว่าไว้เดี๋ยวจะหาให้ แต่ไม่รับประกันว่าจะเจอมั้ย หรือของจะพังรึเปล่า
(ประโยคนี้เค้าบอกว่าเป็นประโยคที่ต้องพูดกันไว้ก่อนอะนะ)
เราก็ถามว่าแล้วจะรู้เมื่อไหร่
เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้บอก ให้มาที่สวนสนุกอีกที เราก็บอกว่าแต่พรุ่งนี้เรากลับแล้ว
เค้าก็บอกเดี๋ยวส่งOverSeaตามไปให้
เราก็ทำหน้าแบบเศร้าๆ แล้วบอกว่าอยากรู้วันนี้เลยได้มั้ย เรารอได้
(คือรู้อยู่แล้วว่าไงเค้าก็ต้องเช็คเครื่องเล่นตอนเลิก คือถ้าหาไม่เจอเราพร้อมจะซื้อใหม่อีกรอบ เพราะไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ตั้งใจมาซื้อเชลลี่เมย์กลับไปเป็นเพื่อนดัฟฟี่ด้วย)
เค้าก็เลยบอกให้สักครู่ แล้วก็เดินกลับเข้าไปข้างในแป๊ปนึง
แล้วพอเดินกลับออกมา ก็บอกว่างั้นให้รอหลังสวนสนุกปิด
ทีนี้เค้าก็ถามชื่อแล้วก็เบอร์โทรเราไว้ แล้วก็อธิบายว่าให้ไปตรงGuest Relationsหลังสวนสนุกปิด
ไปบอกเจ้าหน้าที่ตรงนั้นว่าชื่ออะไร
พอเสร็จก็ออกมา ก็คุยกับเพื่อนว่าจะเจอมั้ย ถ้าไม่เจอจะทำไงดี ถ้าเจอแต่เชลลี่เมย์หัวขาดล่ะ หรือจริงๆมันร่วงลงมาตอนรถพุ่งออกมาข้างนอกล่ะ(ชอบจินตนาการไร้สาระอะนะ5555)
แต่ก็ไปเล่นอย่างอื่นต่อ ดูโชว์ต่อ แล้วพอถึง 2 ทุ่มก็เดินไปที่ตรงที่เค้าบอก
(จริงๆคือโชคดีนะที่วันนั้นสวนสนุกปิดเร็วกว่าปกติ ยังไม่เปิดเต็มเวลาเนื่องจากแผ่นดินไหวตอน 11 มี.ค. ไม่งั้นถ้าเป็น 4 ทุ่มตามปกติ เดี๋ยวพอเจอของคงวิ่งขาขวิดเพราะเดี๋ยวได้ตกรถไฟอีก)

แผนที่DisneySea

-JEE.CHIHARU-のブログ

จุดที่ไปรับของคือที่วงกลมแดงๆไว้ อันนี้ในกรณีดิสนีย์ซี ถ้าดิสนีย์แลนด์คาดว่าคงมีจุดนี้เหมือนกัน
-JEE.CHIHARU-のブログ

เราก็เดินไปตรงที่เค้าบอกไว้กับเพื่อน
ไปถึงก็ต่อคิวเล็กน้อย คือตรงนั้นคือที่ๆถ้าใครของหายให้ไปแจ้งว่าอะไรหาย แล้วก็จะได้ของคืน
(ทำไมเราถึงใช้คำว่าได้ของคืน เพราะจากการที่เราไปนั่งรอของของเรา เราสังเกตว่าใครมาแจ้งอะไรก็ได้คืนทุกคนเลยนะ จะเป็นที่คาดผมหูมิคกี้ แว่นกันแดด กล้อง อะไรพวกนี้ก็เห็นได้คืนกันหมด)
พอถึงคิวเราเราก็บอกชื่อเค้า เค้าก็กดๆดูในคอมคือของยังไม่เจอนั่นเอง เค้าก็พยายามจะสื่อบอกเราให้รอก่อน
(จำรายละเอียกตรงนี้ไม่ค่อยได้อะนะ แบบว่าผ่านมาหลายเดือน)
แล้วเค้าก็ไปถามสต๊าฟในส่วนตรงห้องนั้นว่ามีใครพูดภาษาไทยได้บ้าง
(คือเราพอจะฟังภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง แต่ไม่ถนัดพูด เราเลยไม่ได้พูดญี่ปุ่นกับเค้าเลย...แต่ภาษาอังกฤษเราก็ใช่จะดีเลิศนักนะ พอเอาตัวรอดได้แค่นั้น)
แต่ก็เป็นไปตามคาดไม่มีใครพูดได้อะนะ แล้วเค้าก็โทรไปหาสต๊าฟที่พูดอังกฤษเก่งกว่าล่ะมั้ง ให้อธิบายเรา
แต่ๆๆๆ สัญญาณไม่ค่อยดี กว่าจะสื่อสารกันได้ก็ตะกุกตะกักเล็กน้อย
เค้าก็บอกให้รออยู่ก่อน เดี๋ยวรอเครื่องเล่นปิดจะหาให้
เราก็นั่งรอกับเพื่อน แต่ใจชื้นขึ้นนะเพราะระหว่างรอก็เห็นคนที่มาถามหาของตัวเองเจอของกันหมดเลย ไม่มีใครไม่เจอเลย แล้วของเราก็คงต้องเจอ เพราะรู้ว่าหล่นตรงไหนนี่เนอะ
ก็นั่งคุยกับเพื่อนไปซักพัก เค้าก็มาบอกเราว่าเจอแล้ว ให้รออีกซักแป๊ปเดี๋ยวทางนู้นจะเอาของมาให้
ก็นั่งรอไป พอได้ของมาเสร็จเค้าก็ให้เช็คของ ทุกอย่างอยู่ในสภาพดี ของครบ สมบูรณ์ไม่พัง
แล้วเราก็ขอบคุณเค้าไป พร้อมกลับออกมาด้วยความโล่งใจ
คือยังไงก็ด้วยความเบลอของเราเองอะนะ ต้องขอโทษสต๊าฟเค้าจริงๆ ทำเดือดร้อนไปหมด T^T
แต่ครั้งนี้ก็ทำให้เราเห็นว่าการบริการดิสนีย์เป็นไง ประทับใจจริงๆ
และจากการที่เห็นคนที่มาหาของแล้วได้คืนกันทำให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นยังไงๆก็ไม่เอาของคนอื่นจริงๆเรื่องนี้เราไม่ได้คิดไปเอง
(คือก่อนหน้าทริปนี้เราเลยเดินเล่นในเมืองกลับมาโรงแรมเพิ่งรุ้ว่ากระเป๋าสะพายข้างตัวเองเปิดอยู่ ตอนนั้นใจหายวาบคิดว่าของหายแน่แล้ว แต่ก็นะไม่มีอะไรหายทั้งสิ้น ทั้งหล้อง ทั้งกระเป๋าตังค์ ทั้งมือถือ)

สรุป
ถ้าไปดิสนีย์แล้วลืมของหรือของหล่นหายให้แจ้งสต๊าฟเค้าที่อยู่ในสวนสนุกได้เลย แจ้งรายละเอียดเค้าไป เค้าจะรายละเอียด ถามชื่อเราเอาไว้ แล้วเดี๋ยวเค้าจะหาให้ แล้วค่อยไปรับของคืนตอนที่ส่วนเครื่องเล่นปิดแล้วหรือว่าจะกลับแล้วตรงจุดตามแผนที่ข้างบนได้เลย หรือถ้าเพิ่งมารู้ตัวตอนหลังแล้วก็ทำแบบเดียวกันคือไปแจ้งว่าอะไรหาย บอกรายละเอียดให้มากที่สุด จากประสบการณ์ที่นั่งสังเกตคนที่มาตามหาของทุกคนได้คืนนะ เว้นแต่โดนขโมยอันนี้ก็คงไม่ได้คืน แต่คิดว่าคนญี่ปุ่นตามปกติแล้วไม่เอาของใคร เลยคิดว่ายังไงถ้าของหายที่นี่หรือลืมของที่นี่ก็คงได้คืน90% ('-^*)/
อ้อ ก่อนลงเครื่องเล่นสต๊าฟเค้าจะเช็คในเครื่องเล่นที่เรานั่งก่อนว่าลืมของอะไรไว้รึเปล่าo(^▽^)o แต่ยังไงก็อย่าประมาทจะดีที่สุดเนอะ(°∀°)b
ก็ถือเป็นประสบการณ์ไว้แชร์อะเนอะ แต่ก็หวังว่าไม่อยากให้ใครมาของหล่นของหายกันเลยจะดีกว่า เพราะหลังจากที่รู้ว่าของหายความสนุกจะหดหายทันที
:*:・( ̄∀ ̄)・:*:

ว่าแต่จะมีใครหลงมาอ่านมั้ยน้าาาา(^ε^)